โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ชี้แจงถึงบทบาทและภารกิจของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรตามพระราชกฤษฎีกา ย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกับชุมชนและเครือข่ายวิชาการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งจากวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมยืนยันถึงศักยภาพของศูนย์ในการขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิชุมชนชาติพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อภาระเพิ่ม และสามารถดำเนินงานต่อเนื่องได้แม้ไม่มีงบประมาณเพิ่มเติม ทั้งยังเน้นว่าการมีกฎหมายรองรับจะช่วยเสริมพลังให้ชุมชนพื้นเมืองดูแลทรัพยากรและวิถีชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผมจะขออนุญาตเรียนชี้แจงสั้น ๆ ก่อนนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับความพร้อม ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ถ้าหากว่าดูในพระราชกฤษฎีกาการก่อตั้งศูนย์ นอกเหนือจากการทำงานพัฒนาทางด้านความรู้แล้ว ก็ยังมีภารกิจอีกข้อหนึ่งนะครับ ก็คือ การสนับสนุน ความเข้มแข็งของชุมชนในการที่จะใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งในข้อนี้ในวัตถุประสงค์การก่อตั้งของศูนย์นี้ ก็ได้ระบุให้ศูนย์นี้ทำงานกับ ๒ เครือข่าย อันนี้ ระบุไว้นะครับ ก็คือว่าทำงานกับเครือข่ายวิชาการ เพื่อบริหารจัดการความรู้ แล้วก็ทำงาน กับเครือข่ายชุมชน เพื่อที่จะขับเคลื่อนให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นจากทุนทางวัฒนธรรมที่ตนเองมี เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็อยากจะเรียนว่า ในพระราชกฤษฎีการก่อตั้งศูนย์ก็เปิดช่องสำหรับ การทำงานกับชุมชนไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งการประเมินผลที่ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ใช้ในการ ประเมินผลงานของศูนย์ก็เป็นการประเมินว่า ศูนย์สามารถทำประโยชน์ให้ชุมชนเกิดการ พัฒนาได้มากหรือน้อยหรือไม่อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นในแง่ของกฎหมายก็ไม่เป็นปัญหา เนื่องจากว่ามีการระบุไว้ค่อนข้างชัดเจน รวมทั้งทางคณะกรรมาธิการเองก็มีความสงสัยว่า จะมีปัญหาหรือไม่ ก็ได้เรียนเชิญทางสำนักงาน ก.พ.ร. มาชี้แจงนะครับ ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็ชี้แจงว่า สามารถทำได้ แล้วก็มีองค์การมหาชนจำนวนหนึ่งที่ได้ทำหน้าที่เช่นนี้อยู่ ทางคณะกรรมาธิการก็ยังไม่นิ่งนอนใจ ก็ได้ให้ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์ อักษรมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็ได้ทำหนังสือชี้แจงมาเป็นอย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้นในแง่ของบทบาทหน้าที่ของศูนย์ก็ไม่เป็นปัญหานะครับ
ทีนี้ถ้าถามว่า ศักยภาพในการดำเนินการของศูนย์ จะสามารถดำเนินการ จะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ล้มเหลวหรือไม่ อันนี้อยากจะเรียนว่าที่ผ่านมาโดยไม่มีกฎหมาย แล้วก็ยังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนเป็นการเพิ่มเติม ทางศูนย์ก็ได้ดำเนินการในทุก ๆ เรื่อง ที่มีอยู่ในกฎหมายนี้อยู่แล้ว เช่น การประชุมกรรมการในระดับชาติ ศูนย์ก็เป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการระดับชาติที่แก้ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์เกือบทุกชุด ก็มีการนัดหมาย การประชุม ออกหมายการประชุม ทำรายงานการประชุมต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติเลย ส่วนการประชุม สภากลุ่มชาติพันธุ์ ในปัจจุบันศูนย์ก็สนับสนุนให้มีการจัดประชุมสภากลุ่มชาติพันธุ์อยู่แล้ว ปีละ ๑ ครั้ง ถ้าหากว่าเพิ่มมาอีก ๑ ครั้งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก
ส่วนเรื่องของพื้นที่คุ้มครอง ณ ปัจจุบันนี้ศูนย์ได้จัดตั้งพื้นที่คุ้มครองมาแล้ว ๒๓ แห่งทั่วประเทศ ก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นการดำเนินการที่ศูนย์ไม่ได้ไป ดำเนินการเอง แต่ว่าสนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง แล้วก็มาดำเนินการเพื่อวางกติกา การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในพื้นที่ร่วมกัน ก็ดำเนินการไปได้อย่างดี สามารถแก้ปัญหาไม่ว่า จะเป็นเรื่องไฟป่าในภาคเหนือ พี่น้องที่ดอยช้างป่าแป๋ก็สามารถที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้น ในทางภาคใต้ก็มีการช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ก็ไม่ถือว่าเป็นภาระ เพิ่มเติมมากขึ้นนัก ในการร่างกฎหมายฉบับนี้ทาง ก.พ.ร. เองก็ได้สอบถาม แล้วก็ได้มีการ พูดคุยกันว่า ถ้าหากว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมงบประมาณ หรือทรัพยากรบุคคล เพิ่มเติมขึ้นมาจะมีความจำเป็นหรือไม่ ถ้ามีการร่วมกันประเมินกับทางสำนักงาน ก.พ.ร. นะครับ ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็นำกฎหมายฉบับนี้ไปศึกษา แล้วก็ได้วิเคราะห์ขึ้นมา วิเคราะห์ ปริมาณงาน แล้วก็ได้แจ้งกับศูนย์ว่า เป็นไปได้ที่จะสนับสนุน โดยจะมีบุคลากรที่สามารถ จัดสรรมาเพื่อรองรับพี่น้องชาติพันธุ์ชนเผ่าพื้นเมือง ๙ ล้านคน คนทั่วประเทศนี่ก็สามารถ ที่จะมีกำลังคนเพิ่มเติมขึ้นประมาณ ๑๕ คน ซึ่งเราคิดว่าสามารถทำได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก ที่ผ่านมานี้เราก็ไม่มีการสนับสนุนใด ๆ เราก็ทำพื้นที่คุ้มครองไป ๒๓ แห่ง ที่เหลืออีกประมาณ ๓๐ แห่ง ที่เราจะดำเนินการถ้ามีคนมาเพิ่มในลักษณะนี้ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยากอะไร นะครับ รวมทั้งกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้เป็นกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเงิน เนื่องจากว่า ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้น เท่าที่มีการประเมินกันก็ไม่มีมากนะครับ แล้วก็เดิมทีเดียว ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการก็ได้ดำเนินการเรื่องงบประมาณ ที่จัดสรรให้เป็นปกติอยู่แล้ว ทางสำนักงบประมาณซึ่งได้มาประชุมร่วมกับในคณะกรรมาธิการ ก็ได้มาพิจารณา แล้วก็ได้ให้ความเห็นว่า สมเหตุสมผลที่จะดำเนินการ แล้วก็ในส่วนของ ค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มเติมขึ้นมานั้น กับผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับภาคประชาชนที่จะได้ ประโยชน์ในพี่น้องชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ก็น่าจะคุ้มค่าสำหรับการสนับสนุนการลงทุนครับ ส่วนที่ว่าศูนย์จะเป็นสาเหตุให้กฎหมายนี้ล้มเหลว ผมคิดว่า ณ ปัจจุบันนี้ศูนย์เป็นหน่วยงาน ที่มีความเข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องชาติพันธุ์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมิติทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมไปถึงมิติทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย การเข้าไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องชาติพันธุ์ บางครั้งก็ต้องอาศัย ความละเอียดอ่อน อย่างที่ท่านสมาชิกสภาก็อาจจะเคยได้ยินข่าวว่า มีการเข้าไปรื้อสุสาน ของพี่น้องชาติพันธุ์ อย่างนี้ครับ ซึ่งเป็นพื้นที่จิตวิญญาณของเขา ศูนย์เองก็มีความรู้ เรื่องเหล่านี้ดี แล้วก็สามารถที่จะเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอาศัย ความเข้าใจในมิติทางมานุษยวิทยา ซึ่งศูนย์ศึกษาชุมชนชาติพันธุ์นี้มาต่อเนื่องตลอด ๓๐ ปี ของการก่อตั้งศูนย์ เพราะฉะนั้นก็อยากจะยืนยันเพื่อที่จะให้เกิดความอุ่นใจว่า เรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของศูนย์ ซึ่งศูนย์ของเราก็มีพระนามของสมเด็จพระเทพฯ อยู่ด้วย ท่านก็สนับสนุนให้เราทำงานเกี่ยวกับเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์มาโดยตลอด แล้วก็ให้ทิศทาง ในเรื่องนี้ที่เราจะได้ดำเนินการเพื่อที่จะให้พี่น้องชาติพันธุ์มีพลังที่เข้มแข็ง แล้วก็สามารถ ที่จะพึ่งตนเอง ใช้ทุนทางวัฒนธรรมของตนเอง ในการสร้างชุมชนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิและวิถีชีวิตตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เป็นอย่างดีครับ