สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗

วิชัย สุดสวาสดิ์ หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว และแสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องของมาตรา 3 ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลบุตรหลานของพ่อแม่

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ กฎหมายที่เข้าสภาวันนี้ครับ ผมเห็นแล้วว่า โดยเฉพาะมาตรา ๓ เป็นการ เหมือนกับสร้างบรรทัดฐานของสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันครอบครัว พ่อแม่ มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการดูบุตร ดูหลาน เพราะฉะนั้นแล้วกฎหมายนี้เหมือนกับ การบังคับใช้ เพื่อตั้งใจที่จะลิดรอนสิทธิของพ่อแม่ด้วยในเรื่องของการดูแลบุตร เพราะฉะนั้นแล้วผมนำเรียนท่านประธาน ฝากถึงท่านผู้มาชี้แจงนิดหนึ่งว่า อย่างน้อย ๆ ท่านต้องมองไปในสภาพของสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการดูแล ผลิตบุคลากร ออกสู่สังคม เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ หรือว่าการศึกษาฉบับนี้ผ่านไปได้ โดยไม่ได้พูดคุยกันเลย ผมเชื่อว่าปัญหาต่อไปข้างหน้าอย่างน้อย ๆ การดูแลเรื่องบุตรหลาน การดูแลเรื่องลูกหลานมันค่อนข้างที่จะลำบาก ในเมื่อพ่อแม่เฆี่ยนตีเด็กผิดกฎหมาย เฆี่ยนตีลูกผิดกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า ผมเองมาจากพื้นเพของคนชนบท พ่อแม่ตีผมมาตลอดครับ ตอนช่วงวัยเด็ก ในเมื่อเราดื้อ ในเมื่อเราไม่ทำตามคำสั่งสอนของพ่อแม่ ผมถ้าพ่อแม่ไม่ได้ตีผมไม่ได้มายืน ในสภาแห่งนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นแล้วโดยเฉพาะในสถาบันการศึกษาครูก็ไม่มีสิทธิ ที่จะไปตำหนิ ติติงกับนักเรียนได้ กับลูกศิษย์ได้ พอมาที่สถาบันครอบครัวอีกท่านเองจะมองว่า อย่างน้อย ๆ สถาบันครอบครัวไม่มีโอกาสที่จะดูแลเรื่องบุตรหลานเขาเลย ไม่มีการตำหนิเลย ผมเชื่อนะครับ โดยเฉพาะพวกเราในพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งหมด เราเองก็คิดเหมือนกับ พี่น้อง คิดเหมือนกับทุกคนว่า ถ้าในเมื่อสถาบันครอบครัวของพวกเราไม่มีโอกาสได้ตำหนิติติง ลูกหลาน เราไม่ได้ไปทำโทษเรื่องอื่น ทำไมครับ กฎหมายมีเยอะแยะที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง ของพี่น้องประชาชน ทำไมพวกเรายังไม่ได้คิด ไม่ได้อ่านกัน ทำไมเราต้องมามุ่งประเด็น ในเรื่องการแก้ไขปัญหา ในเรื่องการที่จะออกกฎ ระเบียบให้กับสถาบันครอบครัวของพวกเรา ซึ่งเป็นปัญหาหลักมาก ถ้าเป็นสถาบันครอบครัวแล้ว โดยเฉพาะจารีตประเพณีของคนไทย ที่ผ่านมาเรามีการทำอย่างนี้กันมาตลอด ตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นมาตลอด ถ้ามาถึงตอนยุคพวกเรา สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดในสภาแห่งนี้ ปล่อยให้มีการศึกษาปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ออกไป ผมเชื่อว่าสังคมไทยก็เปลี่ยนแปลงสังคมไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันครอบครัว ผมเอง ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ด้วยความเป็นห่วงครับว่า ต่อไปข้างหน้า ในเมื่อสถาบันหลักที่ผลิตบุคลากรออกสู่สังคม โดยการกีดกั้น โดยข้อกฎหมายในการดูแล ลูกหลาน ผมเชื่อว่าปัญหานี้มันจะเกิดนะครับ เกิดปัญหากับสังคมแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่จะเพาะบ่ม สิ่งที่จะอบรมสั่งสอนบุตรหลาน อบรมสั่งสอนคนที่ออกสู่สังคม คนที่มีปัจจัย ที่สุดก็คือ พ่อกับแม่ ถ้าในเมื่อพ่อแม่ตำหนิติติงลูกไม่ได้ เฆี่ยนตีลูกไม่ได้ มันไม่ถึงขนาดทรมาน หรอกครับ ถ้าท่านเขียนมาอย่างนี้ผมเชื่อไปอย่างนี้เหมือนกันนะครับ เชื่อไปว่าด้วยเหตุด้วยผล ทั้งหมด ท่านเองตั้งใจที่จะไปลิดรอนในเรื่องของสถาบันหลักของชาติของพวกเรา โดยเฉพาะ สถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรออกสู่สังคม แล้วก็เป็นคนที่ผลิตบุคลากร ออกไปสู่สังคมเพื่อเป็นคนดี เพื่อเป็นคนที่มีกฎระเบียบ วินัย แต่ ณ วันนี้กฎหมายฉบับนี้ ที่ออกมาโดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา ทำให้พวกเราต้องคิดย้อนกลับไปว่า สังคมไทย มันอยู่ตรงช่วงไหนแล้วครับ อยู่ช่วงไหนละครับ มันมีปัญหาถึงขนาดต้องให้ครอบครัว ผิดกฎหมายในเรื่องของการดูแล ในเรื่องของการประคบประหงมลูกหลานของเขาหรือครับ เพราะฉะนั้นผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ในสิ่งนี้พวกเราโดยเฉพาะ พรรครวมไทยสร้างชาติเราไม่เห็นด้วยนะครับ ในเรื่องของการที่จะเอากฎหมายฉบับนี้ออกไป หรือว่าเอาการศึกษานี้ให้ผ่านไป ถ้าไม่ยกเลิกในมาตรา ๓ ผมว่า ในวรรคสอง มันจะเป็น ปัญหาแน่นอน ผมก็ขอนำเรียนท่านประธาน เพราะอย่างน้อย ๆ พวกเรามาภายใต้ครอบครัว ของพวกเราทั้งหมด เรามีลูกหลาน มีพ่อแม่ที่เคยดูแลพวกเรามา เรามาถึงวันนี้ได้ มานั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้ได้ มาจากไม้เรียวของพ่อของแม่ มาจากไม้เรียวของครูบาอาจารย์ ไม่อย่างนั้น พวกเรามาไม่ได้หรอกครับ อย่าเอาความรู้สึกของพวกเรา อย่าเอาความรู้สึกของคนบางคน เอามาถ่ายทอดในความรู้สึกเพื่อนมันไม่ได้ ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ