ทศพร เสนอตั้งกรรมาธิการดูแลเด็ก-ผู้สูงอายุ-ผู้พิการอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ทศพร เสรีรักษ์ หารือปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ยังขาดระบบสนับสนุนที่ทั่วถึงทั่วประเทศ โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและวางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ มีการนำเสนอข้อมูลประกอบจากหลายพื้นที่เพื่อเรียกร้องความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ผู้ด้อยโอกาสทุกคนมีศักดิ์ศรีและความมั่นคงในสังคม

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ถ้าท่านประธานสังเกตให้ดีจะเห็นญัตติ ของผม เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ผมจะไม่มีคำว่า ในชุมชนแออัด เพราะปัญหานี้มันมีอยู่ ทั้งประเทศครับ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดยะลาแถวบ้านท่านประธานสภา จังหวัดแพร่ของผม หรือข้าง ๆ ของผม ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์ จังหวัดอุดรธานีของท่านธีระชัย ท่านเทียบจุฑา ขอนแก่น ของท่านวันนิวัติ ของท่านเลขาวิป คุณหมอเชิดชัย ที่ขอนแก่น หรือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วน้ำท่วมที่เชียงราย ที่แม่สาย ผมก็ไปเยี่ยมอาจารย์เทอดชาติที่เชียงราย ที่ศูนย์อพยพคนที่ประสบภัยจากน้ำท่วมที่มหาวิทยาราชภัฏเชียงราย ที่นอนเรียงรายอยู่เต็ม ไปหมด ก็คนสูงอายุเยอะมาก แล้วก็มีเตียงพยาบาลอยู่ประมาณ ๑๐ เตียง ที่เต็มไปด้วย ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง เพราะฉะนั้นปัญหานี้ไม่ได้มีเพียงเฉพาะในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่มันรวม ไปหมด หลายท่านก็สรุปญัตติได้ดี ต้องขอบคุณการสรุปญัตติ ไม่ว่าจะเป็นของท่านรำพูล ของท่านสฤษดิ์ หรือว่าของท่าน จอจาน เอกราช ก็ได้ข้อมูลต่าง ๆ ค่อนข้างครบ รวมทั้ง ท่านผู้อภิปรายทั้งหลาย ไม่ว่าจะจากพรรคไหน รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ก็ได้เป็นที่สอดคล้อง ต้องกันว่า ทั้งเด็ก ทั้งผู้สูงอายุ ทั้งผู้พิการ มีอยู่อีกเป็นจำนวนมากที่ยังมีปัญหาเรื่องของ ความยากจน ความทุกข์ยาก จะมีอาหารรับประทาน อย่าว่าแต่จะบอกให้ทานครบหมู่เลย เอาให้ครบมื้อในแต่ละวันก็ยังมีปัญหา อยู่อาศัยในชุมชนแออัด ในสภาพบ้านที่ชำรุดทรุดโทรม หรือกระทั่งคนไร้บ้าน หรือว่าบ้านที่ไม่ถูกสุขลักษณะ สุขอนามัยในต่างจังหวัด ไม่มีเสื้อผ้า ที่เพียงพอ เมื่อยามเจ็บป่วยก็ไม่มียารักษาโรคที่มีคุณภาพดี ไม่สามารถเข้าถึงบริการ ถึงแม้รัฐบาลจะมีนโยบายที่ดี โครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ๓๐ บาท รักษาทุกที่แล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังมีเด็ก มีคนพิการ มีผู้สูงอายุ อีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถเข้าไปถึง รวมทั้ง การขาดผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ บางคน บางท่านที่ไม่สามารถจะพึ่งพา ตัวเองได้ แต่ก็ขาดแคลนผู้ดูแล ก็เป็นปัญหาที่สำคัญ รัฐบาลพยายามช่วยเหลือก็จริง แต่ว่าหลาย ๆ ปัญหา ก็คือบริการยังเข้าไปไม่ทั่วถึง อย่างที่ท่านณัฐชาได้พูดถึงว่ากระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สามารถรู้เป้า แล้วก็เข้าไปให้การดูแลช่วยเหลือ ได้แค่ประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ผมขออนุญาตนำเสนอด้วยการฉายภาพบนจอ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผู้หญิงคนนี้ก็ป่วยติดเตียงอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ สามีของท่านเป็นโรคอัลไซเมอร์ รับประทานข้าวแล้วก็บอกว่ายังไม่ได้รับประทาน ออกไปไหนมา ก็บอกไม่ได้ไปไหน อยู่ที่บ้าน ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็คือลูกของท่าน ที่ถึงแม้จะคอยดูแล พ่อแม่ แต่ก็ไม่มีความสามารถเพียงพอ ภาพต่อไปครับ เด็กคนนี้อายุ ๖ เดือน ตอนที่ผม ไปพบอยู่แถวชานเมืองกรุงเทพฯ ผู้ชายกับผู้หญิงในภาพนี้ ผู้ชายเป็นคุณปู่ ผู้หญิงเป็นคุณย่า ผู้หญิงพิการด้วยโรคกระดูกสันหลังคด ส่วนผู้ชายก็เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาตครึ่งซีก คุณพ่อ คุณแม่ของน้องตอนนี้อยู่ในเรือนจำทั้งคู่ ภาพต่อไปครับ อันนี้เป็นเด็ก ถ้าใครติดตาม ข่าวอาจจะพอจำได้ เมื่อปีเศษ ๆ คุณพ่อก็ขับรถรับจ้าง มีลูกอยู่ ๔ คน คนโตเรียน กศน. อีก ๓ คน ไม่เคยได้ไปโรงเรียนเลย จนพวกเราไปพบกัน แล้วก็ผลักดันจนทางพัฒนาสังคม เข้ามาช่วย แล้วตอนนี้เด็ก ๓ คน ก็ได้เข้าไปเรียนหนังสือ ภาพต่อไปครับ สุภาพสตรีท่านนี้ เป็นมะเร็งที่โพรงจมูกอายุ ๔๐ เศษ ๆ ลูกสาวเรียนแค่ชั้น ม.๑ แต่ต้องทำมาหาเลี้ยงคุณแม่ แล้วก็ดูแลคุณแม่ ภาพต่อไปครับ สุภาพสตรีท่านนี้ก็เช่นกัน เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่ จังหวัดแพร่ ภาพต่อไปครับ สุภาพสตรี ๒ ท่าน และสุภาพบุรุษ ๑ ท่านนี้อายุเกิน ๘๐ ปีแล้ว ทั้ง ๓ ท่าน มีอีกท่านหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในภาพผู้สูงอายุ ๔ คน อยู่ด้วยกัน อายุ ๘๐ กว่าปี กับ ๙๐ กว่าปี โดยไม่มีหนุ่มสาว หรือว่าลูกหลานมาดูแล อยู่ที่จังหวัดแพร่ของผมครับ ต่อไปครับ สุภาพสตรี ท่านนี้เคยเป็นคนเสื้อแดง แล้วก็ไปต่อสู้ที่ราชประสงค์ ที่ราชดำเนิน แล้วโดนแก๊สน้ำตาอะไร มาสารพัด ปัจจุบันนี้ท่านป่วยเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ ในหน้าท้องของท่านมีท่ออยู่ ๔ ท่อ ลูกหลานก็ดูแลไม่ไหวเช่นกัน ภาพต่อไปครับ ภาพนี้น้องคนนี้อายุ ๒๐ ปีเศษ แต่นอนติดเตียง มา ๑๐ ปีแล้ว คุณแม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ประสบอุบัติเหตุจากรถชน แล้วก็เป็นเจ้าชายนิทรา มา ๑๐ ปีเศษ ภาพต่อไปครับ สุภาพสตรีท่านนี้ก็อยู่ที่ฉะเชิงเทราเป็นมะเร็งที่เต้านม มีลูกชายอยู่คนหนึ่ง ลูกชายก็เป็นออทิสติก ปัจจุบันอาศัยอยู่ในที่ทิ้งขยะแห่งหนึ่งของเอกชน ภาพต่อไปครับ สุภาพสตรีท่านนี้ก็เป็นมะเร็งเต้านม ปัจจุบันก็นอนรอวันสุดท้ายอยู่ที่บ้านพัก แห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ภาพต่อไปครับ สุภาพสตรีท่านนี้อยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี เป็นมะเร็งที่ปากมดลูกแล้วก็ลุกลามไป ตอนนี้ก็คือไปทั่วตัวแล้ว แล้วมะเร็งก็ไปเต็มท้อง ทำให้ท้องโตเหมือนกับคนที่ท้อง ๙ เดือน ๑๐ เดือน ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไร ทางมูลนิธิปันบุญกับผมไปพบ เราก็ช่วยดูแลท่าน โดยการเอาเตียงไฟฟ้าไปให้ แล้วก็เอาพัด ลมน้ำแข็งไปให้ เพื่อให้ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุข ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็เป็นเตียงไฟฟ้าที่ได้เอาไปมอบให้ แล้วในที่สุดท่านก็จากไป

เราก็จะเจอภาพอย่างนี้ ทั้งเด็ก ทั้งผู้สูงอายุ ทั้งผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง อยู่กันทั่วประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องให้ ความสนใจอย่างจริงจัง การตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาหาแนวทางแก้ไข ก็จะเป็นแนวทางหนึ่ง ที่เราจะช่วยพวกเขาได้ ทำอย่างไรจะให้เด็ก ให้ผู้สูงอายุ ให้ผู้พิการ มีอาหารกินอิ่มทุกมื้อ มีเครื่องนุ่งห่มที่สะอาด ที่เพียงพอ มีที่อยู่ ที่หลับ ที่นอนที่ถูกสุขอนามัย เจ็บป่วยก็ได้รับ การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เด็ก ๆ ทุกคนต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ผู้พิการต้องมีงานทำ สามารถดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เด็ก ๆ กว่าสิบล้านคน ผู้สูงอายุ ๑๒.๕ ล้านคน ผู้พิการอีก ๒ ล้านคนเศษ ครอบครัวเปราะบาง ๓.๔ ล้านครอบครัว นอกเหนือจากจะได้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จากโครงการของรัฐบาลแล้ว เขาควรจะได้รับอะไรที่มากขึ้น ที่พวกเรา จะช่วยกันศึกษา แล้วก็ช่วยกันเสนอแนะแนวทางให้กับรัฐบาล อยากให้เด็กทุกคน ผู้สูงอายุ ทุกคน ผู้พิการทุกคน ต้องสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ