สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการในชุมชนแออัด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะจำกัดเฉพาะชุมชนแออัด และขอให้สภาเราหาสาเหตุของปัญหา นอกจากนี้ นพพลยังขอให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการที่อยู่ในชนบทให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ สำหรับญัตติวันนี้ที่ได้มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง ก็คือญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการในชุมชนแออัด ท่านครับ ผมบอกตามตรงนะครับ ผมไม่ค่อยสบายใจนัก สำหรับญัตตินี้ เหตุผลที่ผมไม่ค่อยสบายใจไม่ใช่เพราะผมเป็นคนใจไม้ไส้ระกำ ผมเป็นคนที่ ว่ากันง่าย ๆ ต่อมน้ำตาตื้นด้วยซ้ำ ถ้าเห็นผู้พิการ เห็นผู้สูงอายุ และเห็นเด็กเยาวชนที่เขา เหมือนกับสิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีอนาคต ผมทนไม่ค่อยได้ครับ บางทีก็ร้องไห้กลางวงละครับ ผมไม่สนใจเป็นผู้ชายก็ร้องไห้ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่สะเทือนใจมาก คำว่า ชุมชนแออัด ทำไมเราจะต้องไปขีดกรอบว่าในญัตตินี้จะต้องเป็นแต่ชุมชนแออัด แล้วพี่น้องของเรา ผู้สูงอายุของเรา คนพิการของเรา เด็กเยาวชนของเราที่เขาไม่มีอนาคต ที่เขาอยู่ในสังคม ต่างจังหวัดล่ะ ที่เขาไม่ได้เรียกว่าชุมชนแออัด เขาไม่อยู่ในสารบบนี้หรือครับ มันไม่ยุติธรรม ผมถึงบอกว่าผมไม่สบายใจนักกับการตั้งญัตตินี้ ตัวญัตตินี่โอเคที่จะให้สภาเราหาสาเหตุว่า ทำไมถึงได้มีปัญหาเช่นนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ แต่ถ้าขีดเส้นแต่เฉพาะชุมชนแออัด ผมบอกตามตรง ผมไม่สบายใจ

ท่านครับ ผมขอเริ่มต้นที่ผู้สูงอายุ เพราะวันหนึ่งทุกคนต้องไปถึงที่นั่น ถ้าไม่เป็นอะไรเสียชีวิตไปเสียก่อน ผู้สูงอายุในสังคมไทยตัวเลขทุกคนรู้แล้วว่า ๑๓ กว่าล้านคน เท่ากับ ๒๐.๐๘ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเข้าสู่ในสังคมที่สมบูรณ์ สูงอายุสมบูรณ์ แต่อีก ๑๐ ปี ข้างหน้า อยู่ในสังคมผู้สูงอายุแบบสุดยอด ไม่สำคัญหรอกครับ มันจะสุดยอด มันจะสมบูรณ์ อย่างไรไม่สำคัญ มันสำคัญอยู่ที่ว่าผู้สูงอายุในจำนวนนั้น ๑๓ ล้านคน เขามีชีวิตความเป็นอยู่ อย่างไร ถ้าเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ต่อให้มันเป็นสุดยอดของสุดยอดมีอยู่ ๒๐ ล้านคน ๓๐ ล้านคน ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ

ท่านครับ ต่อมาผู้พิการ ผมขอร้อง ผมรบกวนรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่ผมก็รู้ในคำแถลง นโยบายของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ท่านเองได้บอก ในคำแถลงการณ์เริ่มตั้งแต่ ข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ประการที่ ๓ ตั้งแต่เริ่มต้น ท่านให้ความสำคัญกับในเรื่องของค่าใช้จ่ายของการที่จะดูแลในภาคสังคม เป็นอย่างมาก ท่านถึงได้เอาขึ้นมาในลำดับต้น มีการพูดถึงทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ แล้วก็ กลุ่มเปราะบาง ท่านเป็นห่วงมาก เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านครับ ถ้ารัฐบาลวันหนึ่งมีรายได้พอ สำหรับคนพิการเราได้ยินตัวเลขกันว่ามีอยู่ ๒,๑๐๐,๐๐๐ คน ๒,๑๐๐,๐๐๐ คนนั่นคือ เป็นผู้พิการที่ได้รับบัตรคนพิการจากรัฐเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วผู้พิการทั่วประเทศ สิ้นสุด ณ ปี ๒๕๖๕ คือ ๔,๑๙๐,๐๐๐ คนเศษ เท่ากับ ๔๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สำหรับคนที่มีบัตร ผู้พิการ แล้วจำนวนที่เหลือล่ะ อีก ๒ ล้านกว่าคน อีก ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีการตั้ง คณะกรรมาธิการ ขอให้หาวิธีที่จะช่วยเขาด้วยว่าอีก ๒ ล้านกว่าคนนี่เป็นอย่างไร สำหรับ ผู้สูงอายุหลุดรอดไปไม่เท่าไร เยาวชนผมเองไม่ค่อยอยากจะพูดเท่าไร ไม่ใช่ว่าเยาวชน ไม่สำคัญนะครับ เยาวชนสำคัญมาก อนาคตของชาติจะรุ่งเรืองหรือจะถดถอยก็อยู่ที่เยาวชน แต่ว่าตรงนี้ในส่วนของเยาวชนพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ ถ้าเราตั้งใจกัน เราพร้อมใจกันที่จะช่วย เขาจริง ๆ จากใจไม่ใช่สร้างภาพ รับรองครับ ปัญหาเรื่องเยาวชนจะน้อยกว่าเขา แต่ผมให้ ความสำคัญกับเรื่องของคนพิการและผู้สูงอายุ อย่าลืมนะครับว่า ผู้สูงอายุและคนพิการที่อยู่ ในสังคมต่างจังหวัด เขาทรมานมากกว่า ผมขอโทษครับ ไม่อยากจะใช้คำว่าเขาทรมาน มากกว่าคนพิการหรือผู้สูงอายุที่อยู่ในกรุงเทพฯ จริง ๆ แล้วก็มีความอึดอัด มีความที่ไม่สบาย เท่า ๆ กัน ท่านครับ ผมเองอยากจะขอร้องท่านกรรมาธิการทั้งหลาย ไม่ว่าใครจะได้เป็น ถ้าได้ตั้งนะครับ ผมเองขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ถ้าเราไม่ยื่นมือ เข้าไป ถ้ารัฐไม่ยื่นมือเข้าไป บุคคลเหล่านี้มีจำนวนหลายล้านคน ผู้พิการ ๔.๑ ล้านคน คือ ๖ เปอร์เซ็นต์ ผู้สูงอายุวันนี้อีก ๒๐.๐๘ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วเกือบ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๑ ใน ๔ ของประชากรทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นแล้วผมภาวนาเหลือเกินว่า ๑ ใน ๔ ของคน ทั้งประเทศ ทั้งคนพิการ ๔.๑๙ ล้านคน ผู้สูงอายุอีก ๑๓ ล้านคน ขอให้เขาเหล่านั้นมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่เหนือเกินกว่าเส้นความยากจนที่ TDRI ได้บอกไว้ว่าคนเราจะอยู่ได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน คือเป็นเงิน ๒,๘๐๐ กว่าบาท ขอโทษที่ผมจำตัวเลขไม่ได้ ผมขอภาวนาให้ตัวเลขเหล่านี้อย่างน้อยก็อยู่กับผู้สูงอายุหรือคนพิการที่มีรายได้ อย่างน้อย ให้เขาร้อยละ ๙๙.๙๙ เถอะครับ กราบขอบพระคุณมากครับ