เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือทั้งเหตุการณ์ในอดีตและปัญหาปัจจุบัน พร้อมเสนอแนวทางนิรโทษกรรมเป็นทางออก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 และสะท้อนประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมือง การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอพูด ๒-๓ ประเด็น อันที่ ๑ เหตุการณ์ที่ในอดีต อันที่ ๒ ก็คือเรื่องปัจจุบัน แล้วก็เรื่องที่ จะทำก็คือ นิรโทษกรรม
ท่านประธานครับ รายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา การปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบาย ภายใต้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕๒๓ ความจริงก็พูดอยู่เสมอว่าเป็นการนำเอาการเมืองมานำการทหาร ท่านประธานครับ โลกมีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ในสังคมก็จะมีการเปลี่ยนไปเรื่อย แล้วเรื่องประชาธิปไตยเป็นแนวโน้มที่ทั่วโลกยอมรับ ในสภาแห่งนี้ผมเข้ามาดูแล้วมันก็ไม่ต่าง กับสมัยรุ่นพี่ รุ่นพ่อ ที่เคยเป็นผู้แทน แล้วก็มาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในสภา แล้วก็ถูก เผด็จการ ก็คือ จอมพล สฤษดิ์ นั่นละครับ เอาไปฆ่าก็มี นักการเมืองที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าอยู่ทางเหนือ หรือทางอีสาน โดยเฉพาะอีสานเยอะ หรือทางใต้ ก็มีการต่อสู้อย่างต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสเข้าไปดู ถีบลงเขา เผาลงถังแดง เพราะตอนนั้นผมเป็น กรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๑๖ ที่เกิดเหตุการณ์ ก่อน ๑๔ ตุลาคม ที่คุณธีรยุทธ์ คนพวกนั้นที่ไปเดินขบวนแล้วถูกเขาจับ ก็ไปดู ก็เป็นจริงครับที่สุราษฎร์ธานี แล้วก็เป็นป่า แล้วก็เป็นจริง ๆ ชาวบ้านก็ได้รับความเดือดร้อน แล้วก็มีการเรียกร้อง ประชาธิปไตย ๑๔ ตุลาคม เพราะว่า จอมพล ถนอม จอมพล ประภาส ปกครองอยู่ โดยไม่มี การเลือกตั้ง แล้วก็ปฏิวัติตัวเอง ก็มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเกิดขึ้น คือ ตายหนึ่ง เกิดแสน นักศึกษาก็เป็นคนธรรมดา ก็มีอุดมการณ์พวกนี้ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ก็ทำให้ประชาธิปไตยเริ่มเบ่งบานขึ้น เนื่องจากมี ๑๓ คน ไปเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วก็ถูกจับ ทางขบวนการนักศึกษา โดยเฉพาะศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทย ก็ได้มารับผิดชอบช่วยพวกนักศึกษาอิสระต่าง ๆ ที่ชุมนุมกันอยู่ ไม่ว่าคุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล หรืออะไรพวกนั้น เราก็ได้ไปช่วย มีคนที่เขาเรียกว่าไม่มีชื่อเสียงเยอะแยะ แต่ก็ช่วยกัน เพราะว่ามันเป็นอุดมการณ์ที่เราต้องการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อความเป็นธรรม และเป็น ประชาธิปไตย ท่านประธานครับ นิดหนึ่งนะครับ หลังจากผ่าน ๑๔ ตุลาคม ประชาธิปไตย ก็เบ่งบาน ความคิดที่แตกต่างทางการเมืองก็เข้ามาอย่างเยอะแยะ สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็มีการล้อมปราบนักศึกษาเป็นที่อับอายไปทั่วโลก แต่ประเทศไทยไม่มีข่าว ตายกลางเมืองหลวง เมืองพุทธเช่นเดียวกัน แล้วนักศึกษาก็ถูกจับไป ตอนนั้นผมไปเป็น แพทย์ใช้ทุนอยู่ที่กาฬสินธุ์แล้วครับ แล้วก็มีพวกน้อง ๆ ก็ถูกจับไป ไปอยู่ที่ค่ายตำรวจ ท่านบอกกับผมว่าไปพูดเยอะ แล้วก็มีการต่อสู้กันมาเรื่อย สุดท้ายพอมีคำสั่ง ๖๖/๒๕๒๓ ออกมาผมก็ดีใจ เพราะภาพฝ่ายที่อยู่ในป่าก็เสียชีวิต ภาพทหารส่วนใหญ่เป็นลูกชาวบ้าน ด้วยกันนั่นละครับเสียชีวิต แต่ก็มีการจัดทำศพ คนหนึ่งก็อยู่ที่ในป่า อีกกลุ่มหนึ่งก็มีพิธีใหญ่โต แล้วก็เกิดคล้าย ๆ เปรียบเทียบกัน แต่ก็ดีใจที่มันยุติได้ นึกว่าจะเรียบร้อย ที่ไหนได้ไม่เรียบร้อย เห็นคำสั่งนี้แล้วตกใจนะครับ แต่ผมดูแล้วท่านชวลิตให้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้วต้องชมเชย ท่านประธาน ต้องยกความดีให้ท่านนะครับ คือท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และท่านวิทยา ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็ได้เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ มาให้ข้อมูล ข้อมูลพวกนี้เป็นที่เราไม่ทราบกัน เรามีแต่ทราบเลา ๆ นึกว่าเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานทราบ ไหมครับ ผ่านมาแล้วตั้งแต่ ๒๕๒๕-๒๕๖๐ ที่มีการเยียวยากัน สมัย พลเอก เปรม มีการให้ที่อยู่ ๒ งาน ที่ทำกิน ๘-๑๕ ไร่ ให้วัว ๕ ตัว แล้วก็ให้ค่าเยียวยามาตลอดถึงปี ๒๕๖๐ รวมทั้งหมดเป็น ๑๘,๓๓๖ คน เงินที่ใช้ไปประมาณ ๕,๙๙๘,๐๐๐,๕๕๔ ล้านบาท เยอะมาก แต่ก็ยังไม่พอครับ เพราะมีประเด็นปัญหาต่าง ๆ ก็คือคนที่รับต่อเนื่องมาไม่ทำตามสัญญา จะเรียกว่าเป็นสัญญาสุภาพบุรุษก็ได้ ท่านประธานครับ การต่อสู้ไม่มีสิ้นสุด ถ้าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นถ้าไปรับปากใครไว้แล้ว แล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วไปทำต่อ มันก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แล้วผมก็เห็นข้อมูลและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ที่มีคำแนะนำเยอะแยะ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ควรจะมีการทำจริงจังเสียที แล้วคนที่ หลงเหลืออยู่คงไม่มากเท่าไรแล้วครับ ท่านประธานครับ คนที่ไปต่อสู้ คนที่เสียชีวิตเรายกย่อง เป็นวีรบุรุษ เป็นวีรชน แต่คนที่สนับสนุนไม่ประสงค์ออกนามก็เยอะนะครับ เสียชีวิตไปก็มาก เขาเรียกว่าเป็นนักรบธุลีดิน ไม่ต้องการตอบแทนอะไร เมื่อสักครู่ผมถามท่านอดิศร ขออนุญาต เอ่ยนามครับ บอกว่าเวลาเขาให้มานี้ ท่านออกมาจากป่าได้รับไหม ท่านอดิศรบอกว่า ผมไม่รับ เห็นไหมครับ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อบ้านเมืองไม่เอาหรอกครับ เอาชีวิต เป็นเดิมพัน เพื่อประโยชน์ของทุกคนในประเทศ อยากจะให้ประเทศไทยก้าวข้าม ความขัดแย้ง พอพูดถึงความขัดแย้ง ระบอบประชาธิปไตยเขาต่อสู้โดยสันติวิธี สู้กับใครครับ สู้กับเผด็จการ ในขณะเดียวกันก็เป็นการสูญเสียทั้ง ๒ ฝ่าย เหมือนในอดีตที่เขามีเผด็จการ ทั้งคู่มาสู้กันเป็นนักรบ ก่อนรบก็จะมีการเจรจากัน เมืองไทยก็เหมือนกัน ต่างประเทศ ก็เหมือนกัน พอมีเรื่องราวแล้วสุดท้ายต้องเจรจาครับ ผมเชื่อว่าในตอนนี้ในประเทศไทยก็เกิด เหตุการณ์คล้าย ๆ กัน มีความขัดแย้งทางความคิด ซึ่งเดี๋ยวสัปดาห์หน้าคงมีเรื่องนิรโทษกรรม เข้ามา จะได้พูดเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง มันต้องมีการเจรจา ไม่ใช้ความรุนแรง แต่ก็มีคนอยากจะ ให้เกิดความรุนแรงก็มี ท่านประธานครับ เราต้องรักษาประชาธิปไตยระบอบรัฐสภานี้ไว้ อย่างน้อยก็จะได้เป็นที่ผ่องถ่ายปัญหาของประชาชน ผ่องถ่ายแรงกดดันต่าง ๆ อย่าให้มี การรัฐประหารขึ้นมาอีก ท่านประธานครับ ผมก็ขอขอบคุณ แล้วก็ชื่นชมที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ทำมาอย่างดี เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาแบบสันติวิธี ก้าวต่อไป แล้วมันจะได้เป็นตัวอย่างว่าจริง หลังจากที่ผ่านความขัดแย้งไป มีการสูญเสีย ก็ต้องมีการเยียวยาที่ถูกต้องและเป็นไปตาม ที่ตกลงกันไว้ให้ได้ ขอให้กำลังใจทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ