วิทยา แจงรายงานค้างเก่า ชี้ทบทวนแนวทางแก้ปัญหาตามมติ 66/2523

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

วิทยา แก้วภราดัย หารือปัญหาการไม่ดำเนินการตามข้อตกลงยุติความขัดแย้งทางการเมืองในอดีตภายใต้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 โดยเฉพาะการจัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาชาติที่วางอาวุธ ซึ่งถูกละเลยมาเป็นเวลานาน และเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขเพื่อความเป็นธรรมและความปรองดองของชาติ

นายวิทยา แก้วภราดัย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ที่จริงรายงานแนวทางการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตาม กฎหมายและนโยบาย ภายใต้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๕๒๓ ซึ่งอยู่ในมือเพื่อน ๆ สมาชิก เป็นรายงานที่ค้างคามาตั้งแต่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว และเนื่องจากไม่สามารถรายงานต่อสภาชุดที่แล้วทัน เมื่อสภาชุดใหม่ตั้งอย่างที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้เรียน ผมเลยถูกตั้งกับคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งเป็นอนุกรรมาธิการ มาทบทวนดูเรื่องราวทั้งหมด ขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก เรื่องที่เรา กำลังจะพูดถึงเป็นเรื่องที่ ถ้าเปรียบเทียบนิทานก็กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เพราะถ้าจำไม่ผิด คนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ ขออนุญาตนะครับ ก็คือคุณพ่อท่านประธาน ก็น่าจะเป็นเพื่อน ร่วมในสถานการณ์นั้นจริง ๆ แล้ววันนี้มาในสถานการณ์ที่เหมาะสม บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ไปเยอะ ข้อเท็จจริงขณะนั้นก็คือ ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเกิดในยุคที่เขาเรียกว่า สงครามเย็น ก็มีคนส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนหนุ่มสาวสมัยนั้น แล้วก็ผู้เฒ่าสมัยนี้ ได้คิดในทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาลขณะนั้น แล้วตกลงทำการเมือง เมื่อกฎหมาย ขีดเส้นว่าการคิดแบบการเมืองที่ต่างกันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย คนหนุ่มสาวเหล่านั้นก็ใช้พื้นที่ ที่ไกลอำนาจรัฐสมัยนั้นไปตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ชื่อว่า พรรคคอมมิวนิสต์ และเริ่ม ปฏิบัติการในการเคลื่อนไหวมวลชนหาสมาชิกในเขตชนบทตามแนวทางที่จะสร้างชนบท ล้อมเมือง สุดท้ายก็เจอกับความจริงว่า อำนาจรัฐที่เป็นเผด็จการไม่เว้นกับการเคลื่อนไหว กับพรรคการเมือง การปราบปรามก็เกิดขึ้นอย่างจริงจัง พรรคคอมมิวนิสต์ที่เกิดขึ้นสมัยนั้น ก็ไม่มีทางอื่นครับ ก็ได้ประกาศในการที่จะต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ แทนการสู้แนวทางสันติ การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธก็เลยเกิดขึ้นระหว่างพรรคการเมืองที่ชื่อว่า พรรคคอมมิวนิสต์ กับรัฐบาลในสมัยนั้น สงครามยืดเยื้อเป็น ๑๐-๒๐ ปี บาดเจ็บล้มตายทั้ง ๒ ฝ่ายเป็นจำนวนมาก เหลือพิษสงจากสงครามนั่งอยู่ในสภานี้ก็หลายท่าน เหลือบตาเห็นเพื่อนสมาชิกบางท่าน ที่สูญเสียคนในครอบครัวจากสมรภูมิในฐานะที่เป็นตัวแทนของพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น วันนี้สงครามยุติครับ ยุติด้วยภูมิปัญญาทางการเมือง ภายใต้คำสั่งง่าย ๆ ครับ ไม่ได้ประกาศ เป็นกฎหมาย ไม่ได้ประกาศเป็นคณะปฏิวัติ เป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕๒๓ เอาการเมืองนำการทหาร ฟังดูก็ฟังยาก แต่ง่ายนิดเดียวครับ คือเลิกจับอาวุธสู้กัน แล้วมาคุย ทางการเมืองกัน แล้วก็ยุติสงคราม นิรโทษกรรมทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคนั้นทั้งหมด ที่ล้มตายกันข้างละเป็นหมื่นคนครับ แล้วตายจริง ๆ ไม่ได้ตายด้วยสงครามน้ำลายอย่างที่เรา นั่งกันวันนี้ แต่ตายท่ามกลางการต่อสู้ด้วยอาวุธและกระสุนปืนที่แท้จริง ยุติโดยทุกอย่างจบ แล้วก็มาร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง ถือว่าผู้นำยุคนั้นที่ชื่อว่า ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้เปิดฉาก ซึ่งสิ่งที่ใครไม่คาดคิดครับว่า จะยุติสงครามที่ยืดเยื้อมา ๑๐ กว่าปีได้ สุดท้ายสงครามยุติครับ รัฐบาลขณะนั้นก็ยื่นมือไปจับ กับตัวแทนของพรรคคอมมิวนิสต์ แล้วก็สร้างข้อตกลงร่วมกันในการที่จะร่วมพัฒนาชาติไทย เรามีข้อตกลงร่วมกันกับสมาชิกคนที่ยอมและยุติวางอาวุธทั้งหมดและเข้าร่วมมือกับรัฐบาล หลัก ๆ ๒ เรื่อง ๑. เราจะไม่คิดเอาโทษเอาภัยกัน ทุกอย่างที่ผ่านมา จับปืนสู้กันยุติ สงครามยุติ ๒. ความสูญเสียต่าง ๆ ก็ไม่คิด เลิกราต่อกัน ๓. คนที่กลับเข้ามาร่วมพัฒนาบ้านเมืองเขาเข้าไป อยู่ป่ากัน ๑๐ ปี บางคนไปตั้งแต่ ๗-๘ ขวบ บางคนก็ยังไม่มีสัญชาติไทย เป็นชนเผ่า ซึ่งถูกเคลื่อนไหวโดยพรรคคอมมิวนิสต์เอาเข้าเป็นสมาชิกและเป็นกองกำลัง ทั้งหมดนั้น ก็ได้รับข้อเสนอจากรัฐบาลในการให้ที่ดินทำกินในแต่ละพื้นที่ จำแนกออกได้เป็น ๒ ชุด ชุดที่ ๑ คือคนจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่การปฏิบัติการตั้งแต่ภาคเหนือยัน ภาคใต้ ทุกภาคของประเทศครับ มีการปฏิบัติการด้วยกำลังอาวุธ ชุดที่ ๒ ก็คือกองกำลังที่ เป็นกองกำลังอยู่ชายแดนประเทศไทย ที่จังหวัดยะลา เป็นกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์ มลายู ซึ่งปฏิบัติการในประเทศมาเลเซีย แต่เข้ามาอิงอยู่ในประเทศไทย ก็ได้ยุติด้วยกันครับ แล้วก็ได้ใช้นโยบายเดียวกัน ก็คือจัดสรรที่ทำกินให้ เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิก ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในสภาและทำเรื่องราวเรื่องนี้มาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว ศึกษาเรื่องนี้ ทั้งหมด จนลงในรายละเอียดทั้งหมด แต่ผมสรุปเริ่มต้นได้เลยครับว่า ที่เรากลับมาพูดเรื่องนี้กัน วันนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะข้อตกลงที่รัฐบาลให้ไว้กับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเหล่านั้นได้ถูกละเลย การปฏิบัติ เราแค่เริ่มต้นในการศึกษาภายใต้บรรยากาศที่คิดว่าดีที่สุดในยุค ๔๐ ปี ที่ผ่านมา เพื่อนของคนที่สูญเสีย เพื่อนของคนที่มาเรียกร้องที่ทำกิน ซึ่งรัฐบาลจัดสรรให้ แล้วก็โดนบิดเบี้ยวไป วันนี้กลายเป็นผู้ที่กุมกำลังทหารของประเทศนี้ เพราะฉะนั้นแนวทาง ในการที่จะพูดคุยกันระหว่างผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จคม. แล้วก็ผู้ที่เป็นกองกำลังของรัฐบาล ที่เป็นชนเผ่าแล้วเข้าไปต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ จะได้รับการดูแลจากมิตรสหายที่เคยจับอาวุธ เข้าเข่นฆ่ากัน ผมก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้รับข้อสรุปจากท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต สส. ของเรา ท่านเป็นคนทำเรื่องราวเรื่องนี้มา และสรุปเป็นรายงานเล่มใหญ่ ผมเพียงแต่มา ตัดแปะให้มันสมบูรณ์ขึ้นตามยุคและสมัย ขออนุญาตที่จะเชิญท่านชวลิตได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ในการที่จะแก้ไขแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ครับ เรียนเชิญครับ