ฐิติมา แจงบทบาท SMEs ผลักดันเศรษฐกิจ เร่งเสริมศักยภาพ-ป้องการแข่งขัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ฐิติมา ฉายแสง หารือถึงบทบาทสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งเสริมสร้างศักยภาพและคุ้มครองจากการแข่งขันทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อความอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะเดียวกันแจ้งผลการปิดการลงชื่อและอนุญาตให้ผู้แทนอภิปรายเพิ่มเติมอย่างสั้นหลังขออนุญาต

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานผลการพิจารณาศึกษาการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจนี้ ซึ่งดิฉันถือว่าเป็นรายงานที่ทำได้ดีมาก ๆ ครอบคลุมสภาพปัญหาของ SMEs ในปัจจุบัน ได้รอบด้านนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ทุ่มเทจัดทำหนังสือฉบับนี้ ให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบถึงปัญหาของ SMEs จากรายงานฉบับนี้ทำให้เห็นว่า SMEs นั้น มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก มีข้อมูลในหน้า ๘๙ ว่าจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ในปี ๒๕๖๕ มีจำนวนมากถึง ๓.๑๙ ล้านราย คิดเป็น ๙๙.๕ เปอร์เซ็นต์ของวิสาหกิจ ทั้งหมด มีอัตราการจ้างงานรวม ๑๒.๘๒ ล้านคน ถือว่าเยอะมากทีเดียว แล้วก็ทำมูลค่า การส่งออกมากถึง ๑.๒๑ ล้านล้านบาท หรือว่าราว ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกทั้งหมด คือในปี ๒๕๖๕ ประเทศไทยเรามียอดการส่งออกประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ถ้าดูสัดส่วน ของ GDP ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ในปี ๒๕๖๕ ประเทศไทยเรามี GDP ราว ๑๗.๓๖ ล้านล้านบาท เป็นส่วนของ SMEs ๖.๑ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๓๕.๒ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ดังนั้น หากเรามาคำนวณเทียบกับประมาณการรายรับของรัฐบาลจากการจัดเก็บภาษี เราจัดเก็บได้ปีละประมาณ ๒.๗๘ ล้านล้านบาท SMEs ทำได้ ๓๕.๒ ภาษีที่พี่น้อง SMEs เสียอยู่มีมากถึง ๐.๙๘ ล้านล้านบาท หรือเกือบ ๑ ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเม็ดเงินที่เยอะมาก แล้วภาษีนี้ก็มาจากหยาดเหงื่อของประชาชนรายเล็ก รายกลาง ราว ๑๒.๘๒ ล้านคน อย่างที่ ดิฉันกล่าวมาก่อนหน้านี้ จึงพูดได้ว่าภาค SMEs นั้นเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของไทย ดิฉันเห็นว่ารัฐบาลนั้นควรจะใส่ใจ สนใจอย่างมากในการที่จะสนับสนุน SMEs แล้วก็นำปัญหา นำอุปสรรคต่าง ๆ มาสังเคราะห์ทำให้เกิดการแก้ปัญหาได้ต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าปัญหาหนึ่งที่รายงานฉบับนี้อาจจะพูดถึงน้อย นั่นก็คือความสามารถ ในการแข่งขันของ SMEs ซึ่งในปัจจุบันเรารู้อยู่ว่าเป็นยุคสงครามเศรษฐกิจ นอกจาก SMEs จะต่อสู้กับกิจการรายใหญ่ในประเทศ ยังต้องต่อสู้กับการทุ่มตลาดของต่างประเทศที่เข้ามาด้วย กรณีการแข่งขันทางการค้า จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีกฎหมาย คือ พ.ร.บ. การแข่งขัน ทางการค้าปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการผูกขาดทางการค้าของไทยกับผู้ประกอบการ รายใหญ่ แต่กฎหมายนี้ไม่ค่อยได้ดูแลพี่น้อง SMEs เลย เราจะเห็นว่ามีร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ ที่มีสาขาเกือบ ๒๐,๐๐๐ สาขา แล้วเราก็จะเห็นว่าอย่างภาคการสื่อสารมีอยู่ ๓ ราย ๒ ใน ๓ ราย ก็มารวมควบกิจการแล้ว เหลือแค่ ๒ ในขณะที่ยังมีเห็นว่าธุรกิจการเกษตรเจ้าหนึ่งก็ใหญ่ ทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำหมดเลย ถามว่า SMEs มันจะสู้กันได้อย่างไร จะไปสู้พวกนี้ ได้อย่างไร ไม่มีทางสู้ได้เลย แล้วรายเล็กก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ใครสู้ได้ก็รอด ใครสู้ไม่ได้ก็เจ๊ง กันไป ติดหนี้ ติดสิน เลิกจ้างคนงาน ล้มละลายกันไปนะคะ นอกจากนั้นแล้ว SMEs ยังต้องต่อสู้กับการทุ่มตลาดของสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาแบบ ไม่เสียภาษีเลย ซึ่งเข้ามาแบบตีตลาดอย่างพวกเราเห็น ๆ กันอยู่ แล้วก็ซื้อของ Shop ของ ออนไลน์กันอยู่ ทำให้ภาคการผลิตของไทยอยู่ไม่ได้ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ยกตัวอย่าง TEMU ที่เขาเรียกกันนะคะท่านประธาน ปรากฏว่าสินค้าเขาจิปาถะจริง ๆ เลย ขายตั้งแต่เรียกว่าไม้จิ้มฟันยันเรือรบเลยก็ว่าได้ มันเยอะจริง ๆ แล้วราคาถูกที่สุด ถูกมาก ขนาดที่ว่าเสื้อตัวละ ๖๐ บาทอย่างนี้ ถามว่าถ้าเราไปซื้อ TEMU หรือซื้อของแบบนี้ ก็ทำให้ SMEs เราอยู่ไม่ได้ นี่คือปัญหาที่เราพบเจออยู่ แถมเขาลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ลด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แถมให้ฟรีอีกต่างหาก แล้วเราจะให้พี่น้อง SMEs เราสู้อย่างไร จึงเกิดคำถามว่า แล้วเราจะทำ อย่างไร ดังนั้น วันนี้ดิฉันจึงเห็นว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม SMEs นั้น มันอาจจะไม่พอ มันอาจจะไม่ทันกับสถานการณ์ มันควรจะพูดว่าเป็น การสร้างความสามารถให้ SMEs ของไทยเอาตัวรอดให้ได้ เป็นการเอาตัวรอดให้ได้ต่างหาก ไม่ใช่เป็นเพียงการเสริมความเข้มแข็ง เราต้องมารีบศึกษาให้เขาอยู่รอดได้อย่างไร ในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ การแข่งขันแบบนี้ ดังนั้นการแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ การที่ คำนึงถึงข้อตกลงต่าง ๆ มันก็มามีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่น้อง SMEs ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น Anti-dumping การมา Dump ราคากันในต่างประเทศเข้ามา Non-Tariff Barriers ข้อตกลง FTA อย่างนี้ ข้อตกลงเสรีทางการค้า ซึ่งพวกนี้ดิฉันก็คงไม่มีเวลาในการที่จะพูด แต่ก็ดีใจ ที่เรื่องเหล่านี้มีอยู่ในรายงานฉบับนี้ โดยที่ท่านก็ได้เชิญหน่วยงานเต็มไปหมดเลย รวมถึง กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ท่านทูตอะไรต่าง ๆ ท่านก็เชิญ มาหมด ซึ่งถือว่าดีมากนะคะ อย่างไรก็ตามอยากจะให้รัฐบาลได้ศึกษารายงานฉบับนี้ แล้วก็นำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และคณะอนุ กรรมาธิการได้จัดทำขึ้นมาและศึกษาในครั้งนี้ และรวมทั้งสิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงเป็นใยนั้น มาพิจารณาอย่างด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) ขอบคุณครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านรองพิเชษฐ์ได้ปิดการลงชื่อไปแล้ว แต่เมื่อสักครู่ท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านมาขออภิปรายเพิ่มเติม ก็ขอท่านสั้น ๆ นะครับ อนุญาตให้ท่านสั้น ๆ เชิญครับ