ธัญธร แจงสถานการณ์ไข้เลือดออก หวังรัฐเร่งให้วัคซีนและป้องกันเชื้อระบาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗

ธัญธร ธนินวัฒนาธร หารือปัญหาโรคไข้เลือดออกที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย พร้อมเสนอให้เร่งรัดการให้วัคซีนป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเสนอข้อมูลความจำเป็น ความปลอดภัย และประสิทธิผลของวัคซีนทั้งสองชนิดที่มีอยู่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการเชิงรุกจากภาครัฐในการป้องกันโรคระบาด

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครครับ ในเขตบางแคและภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน วันนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ของผมในวันนี้ ที่ได้สอบถามเรื่องการให้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกกับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมขอใช้เวลา ก่อนเข้าคำถามแรกประมาณหนึ่งนะครับท่านประธาน แต่จะใช้เวลาตามกรอบที่ท่านประธาน กำหนดนะครับ โดยผมขออนุญาตให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าวัคซีนไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออกนี้ ก็เกิดจากไวรัส Dengue มียุงลายเป็นพาหะ และมักพบในประเทศเขตร้อนและฤดูฝน ซึ่งก็เหมือนกับประเทศไทยของเรา และองค์การอนามัยโลกก็พบว่าที่ผ่านมาเรามีทั้งผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แล้วก็ผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้น โดยผู้ป่วยก็อาจจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากรุนแรงก็ทำให้ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคไวรัสไข้เลือด Dengue ก็มีทั้งหมด ๔ สายพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้ระบบ ไหลเวียนโลหิตล้มเหลว จะมีการแพร่ระบาดใหญ่ทุก ๒-๓ ปี และมีแนวโน้มการป่วย ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง ๑๕ ปีที่ผ่านมา คนไทยของเราก็ป่วยกว่า ๑.๒ ล้านราย รายงานไข้เลือดออกของปี ๒๕๖๖ กองระบาดวิทยา ก็พบว่ามี ๑.๕ แสนราย และมีผู้เสียชีวิตถึง ๑๘๐ ราย และกลุ่มอาชีพที่ป่วยมากที่สุดก็คือนักเรียนนี่เองครับ คิดเป็นร้อยละ ๔๖.๙ ของกลุ่มอาชีพทั้งหมด โดยถ้าเทียบปี ๒๕๖๖ กับปี ๒๕๖๕ ก็พบว่ามี อัตราป่วยเพิ่มขึ้นกว่าในช่วงเวลาเดียวกันถึง ๓.๕ เท่า ในข้อมูลของปี ๒๕๖๗ นี้ จนถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ผู้ป่วยกว่า ๔๔,๐๐๐ คน อัตราป่วยก็ ๖๖.๔๙ เปอร์เซ็นต์ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน และเสียชีวิตสะสม ๔๐ ราย ข้อมูล Update ล่าสุดของสถานการณ์ ไข้เลือดออกจากกรมควบคุมโรค ๓๑ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๗ มีผู้ป่วยกว่า ๕๐,๐๐๐ ราย และเสียชีวิต ๔๑ ราย ดังนั้นก็จะเห็นว่าปัญหาเรื่องไข้เลือดออกสำคัญมาก และเราก็ควร ตระหนักถึงการป้องกันตัวเอง และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งปัจจุบันก็เป็นการป้องกัน ที่แนะนำมากกว่าการฉีดพ่นแล้วนะครับ แล้วก็ให้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกกับประชาชน ซึ่งก็เป็นการรักษาแบบเฉพาะเจาะจงนะครับ ตามทฤษฎีแล้วนะครับ ผู้ที่มีการติดเชื้อ Dengue แล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นไปตลอดชีวิต แต่ว่าถ้าเกิดว่าติดจากครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ที่ต่างจากเดิม อาการก็จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน ปัจจุบันประเทศไทย ก็มีวัคซีนที่ใช้แล้วอยู่ ๒ ชนิด ชนิดแรกก็คือ CYD-TVD หรือ Dengvaxia ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด แรก และวัคซีนใหม่ที่มีชื่อว่า Qdenga ซึ่ง ๒ ชนิดนี้ก็ผ่านการวิจัยมายาวนาน ทั้งด้านของ ประสิทธิภาพและขึ้นทะเบียนใช้แล้วในหลายประเทศครับ โดยเฉพาะชนิดแรกนะครับ Dengvaxia เป็นที่นิยมและยอมรับแล้วที่ US Department of Health and Human Services กล่าวว่าวัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้เลือดออก ทั้ง ๔ สายพันธุ์ได้ครับ องค์การอนามัยโลกก็ได้ให้ข้อมูลว่าวัคซีนชนิดนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้ใน ๑๙ ประเทศทั่วโลก และมีความปลอดภัยในการป้องกันในกรณีที่ติดเชื้อไวรัสมาแล้วครั้งที่ ๒ ซึ่ง Dengvaxia ก็เป็นวัคซีนลูกผสม แกนกลางก็เป็นไวรัสไข้เหลือง เปลือกนอกก็เป็นไวรัส ไข้เลือดออก แนะนำในเด็กอายุ ๙ ปีขึ้นไปในการฉีด แล้วก็การป้องกันโรคอยู่ที่ประมาณ ๖๕.๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ อาจเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นต์อาจจะดูไม่สูงมาก แต่ว่าสามารถลดอัตรา การนอนโรงพยาบาลได้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยราคาวัคซีนจะอยู่ที่ ๓,๐๐๐ บาทครับ ท่านประธาน ฉีดได้ในผู้มีอายุ ๖-๔๕ ปี ฉีดทั้งหมด ๓ เข็มในช่วง ๐ เดือน ๖ เดือน และ ๑๒ เดือน จากการวิจัยในอาสาสมัครก็พบว่าผลข้างเคียงน้อยครับ ไม่เยอะนะครับ เช่น อาจจะแค่มีไข้ เจ็บปวดบริเวณที่ฉีด เหมือนเราฉีดวัคซีนชนิดอื่น ๆ สำหรับวัคซีนชนิดที่ ๒ ก็คือ Qdenga วัคซีนนี้ก็เป็นเชื้อที่ทำให้อ่อนฤทธิ์แล้วนะครับ เป็นวัคซีน Dengue ๒ เป็นกลาง และใช้การตัดต่อพันธุกรรม เอาส่วนประกอบอีก ๓ สายพันธุ์มาผสมกับตัวไวรัส Dengue ๒ ทำให้ประกอบด้วย ๔ สายพันธุ์ครับ ประสิทธิภาพป้องกันโรคอยู่ที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงแรก ๆ ของการฉีดวัคซีนชนิดนี้ ก็สามารถใช้ได้กับผู้ที่เคยติดเชื้อและไม่เคยติดเชื้อมาก่อนครับ ซึ่งวัคซีนชนิดนี้จะฉีด ๒ เข็ม ที่ ๐ เดือนและ ๓ เดือนนะครับ สามารถฉีดในผู้ที่อายุ ๔-๖๐ ปี ผลข้างเคียงที่พบจาก การฉีดวัคซีนก็จะมีน้อยเท่า ๆ กับชนิดอื่น ๆ แล้วก็ไม่รุนแรง ก็มีไข้และอาจเจ็บปวดบริเวณที่ฉีด โดยทั่วไป และจากข้อมูลวัคซีนที่ผมกล่าวมาข้างต้นก็จะเห็นว่าวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกนี้ มีความสำคัญในการป้องกันโรคได้จริง สามารถป้องกันโรคได้กว่าร้อยละ ๖๕-๘๐ เปอร์เซ็นต์ และป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แต่ประเด็นสำคัญครับท่าน ประธาน ก็คือมีราคาค่อนข้างสูง อยู่ที่เข็มละประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท และต้องฉีด ๒-๓ เข็มครับ จึงขอเรียนถามในคำถามแรกครับว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีการพิจารณา ถึงความจำเป็นในการให้วัคซีนไข้เลือดออกกับประชาชนที่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาแล้ว หรือไม่นะครับ และผลการศึกษาเป็นอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ