จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าและอุปสรรคของโครงการ Open Loop ที่ล่าช้าจากช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและการเจรจากับธนาคาร ย้ำว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่มีการล็อกสิทธิ์ พร้อมยืนยันความคืบหน้าในการพัฒนาระบบการชำระเงินและการทดสอบระบบอย่างเข้มข้นเพื่อความปลอดภัย และเน้นศักยภาพของฐานข้อมูลประชาชนกว่า 36 ล้านคนจากแอปพลิเคชันรัฐ ที่สามารถใช้สนับสนุนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พร้อมย้ำว่าประชาชนได้ให้ความยินยอมผ่านปุ่ม Consent อย่างครบถ้วน และยังไม่พบปัญหาจากการดำเนินการดังกล่าว
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ต้องกราบ ขอบพระคุณในคำถามนะครับ เรื่องของระบบชำระเงินผู้ที่ดูแลคือ DGA ผมเองก็รับทราบ แต่ว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้างหรืออะไรก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ตอบคำถามหนึ่งนะครับ เพราะว่าถ้าท่านจำได้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นท่านสมาชิกหรือไม่ หรือว่าเป็นสื่อใด ก็เคยมีการพูดในสังคมว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมันมีล็อกแล้วนะครับ มีเจ้าที่จะทำแล้ว แต่สุดท้ายพอถึงกระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้างพอออกมาจริงท่านก็เห็นว่า เราไม่มีการคัดเลือกอะไรล่วงหน้า เราโปร่งใสทุกประการ ก็มีการเลื่อนกระบวนการ ในการประมูลไปถูกต้อง
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของ Open Loop ซึ่งก็คือเรื่องของการเชื่อมต่อกับ ธนาคารพาณิชย์ อันนี้ยังเป็นภาพของพวกเราที่จะเชื่อมระบบตัว Wallet กลางของรัฐเข้ากับ ธนาคารพาณิชย์กับธนาคารของรัฐ กับสถาบันการเงินประเภทอื่น ๆ ซึ่งได้รับความสนใจมาก แต่ด้วยข้อจำกัดซึ่งท่านเผ่าภูมิได้เรียนว่าเลื่อนไปสาเหตุเพราะอะไร เพราะช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เราไม่มีอำนาจในการไปทำข้อตกลงกับธนาคารใด ๆ ก็มีความจำเป็นจะต้องชะลอในเรื่องของ การทำข้อตกลงกับธนาคารอันนี้เป็นสาเหตุหนึ่งครับ แล้วสุดท้ายก็อย่างที่ได้เรียนให้ทราบ เราเคยตั้งเป้าว่าตัวนี้จะเสร็จประมาณปลายปีนะครับ แต่ว่าสุดท้ายก็คงจะต้องเลื่อนไปเป็นหลังปีใหม่นะครับ อันนี้ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ด้วยกระบวนการทางสภาซึ่งมีการเลือกสรรนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มีการตั้งคณะกรรมการ ชุดใหม่เข้ามาเองก็ตามนี้นะครับ กระทบในเรื่องของการพัฒนาระบบในบางมิติ แต่ใน ขณะเดียวกันไม่ว่าการจัดซื้อจัดจ้างจะเป็นอย่างไรต้องเรียนว่า ตัว DGA ซึ่งเป็นสถาบัน เป็นหน่วยงานของรัฐในการพัฒนาเรื่องของ Software ในเรื่องของ Application ต่าง ๆ เขาทำ Application มาเยอะมากนะครับ คนที่อยู่ข้างในก็เรียกว่าเป็นมืออาชีพนะครับ เขาก็สามารถที่จะเดินหน้าโครงการต่อไปได้ ในขณะนี้การพัฒนาในเรื่องของระบบ Payment System ก็ไม่ได้หยุดมาสักวันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการเดินหน้าอย่างเป็น รูปธรรมนะครับ ซึ่งเราก็ยังเชื่อมั่นว่าจากคำชี้แจงทั้งหมดที่ได้ฟังมานี่นะครับ มันก็จะเสร็จ ในเร็ววัน แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารได้ให้ข้อคิดไว้ ก็คือในโครงการนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ในการเดินหน้านะครับ สิ่งที่เราจะเพิ่มระยะเวลาให้กับมันคือเรื่อง ของการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ Sandbox ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจสอบ ให้ละเอียดจากหน่วยงานใดก็ตามเพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่จะมาเป็น Payment กลาง จะสามารถมั่นใจได้ว่ามันจะไม่มีปัญหาในด้านใด ๆ นะครับ อันนี้ก็ต้องเป็นภาระหน้าที่ของ หน่วยงานตรวจสอบที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบในเรื่องของระบบต่อไป
ในประเด็นเรื่อง Consent นี่ ผมไม่ได้ยินนะครับ คือผมเองต้องเรียน ด้วยความเคารพก็มีการประชุมกันหลายครั้งนะครับ ในเรื่องของการที่ปุ่ม Consent ปุ่มยินยอมรับข้อตกลงระหว่างประชาชนกับระบบนี่นะครับ เราประชุมกันเยอะนะครับ แล้วก็มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความเห็นทั้งด้านกฎหมาย ทั้งด้านรูปแบบ แล้วก็กระบวนการในการที่ประชาชนให้ความยินยอมครบถ้วนทุกประการครับ เพราะฉะนั้น เข้าใจว่ายังไม่ได้รับรายงานในเรื่องของประเด็นปัญหาในเรื่องนี้แต่อย่างไร ก็ต้องเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิก
ประเด็นสุดท้าย ในเรื่องของความหวังของเราในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล อย่างแรกก็คือ ความคุ้นชินกับพี่น้องประชาชน ต้องเรียนต่อท่านว่า ไม่เคยมี Application ไหน ในประเทศไทยที่เป็นของรัฐ ที่จะดึงคนเข้ามาได้ ๓๖ ล้านคน ภายใน ๑ เดือน ฐานข้อมูลตรงนี้ มันคือ Data Lake มันคือข้อมูลกลางที่จะเป็นประโยชน์กับภาครัฐในการกำหนดนโยบาย สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารได้พูดในเรื่องของช่วงน้ำท่วมก็บอกว่า อยากจะให้ Load Application ทางรัฐ เพราะอะไร ๑. ก็คือเราจะได้รู้ว่า Location พื้นที่อยู่ของท่าน อยู่ตรงไหน ท่านประกอบอาชีพอะไร ท่านทำอะไร รายละเอียดเหล่านี้ในที่สุดเมื่อมัน สามารถ Consolidate เอามารวมกันได้ทั้งหมด มันจะเป็นฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐ ในการกำหนดนโยบายเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตรงนี้เรายังยืนยันกระบวนการในเรื่องการพัฒนา ระบบ Payment เช่นเดียวกันนะครับ ก็มีความคิดครับว่า อันนี้เล่าสู่กันฟังนะครับ มีความคิดว่า Sandbox หนึ่งที่เราจะทำ ก็คือการทำในเรื่องของการจ่ายชดเชยน้ำท่วมนี้ เป็นต้นนะครับ ในกรณีที่มีภัยพิบัติในช่วงนั้น เราก็จะสามารถใช้ตัวระบบนี้ไปทำเรื่องของ Sandbox ในการยิงเงินเข้าไปยังพี่น้องประชาชนในกลุ่มที่เรากำหนด ในการใช้ที่เป็นไปตาม แนวนโยบายของรัฐที่กำหนด ซึ่งผมเคยยกตัวอย่างมาให้ท่านแล้วหลายครั้ง เช่น เรื่องของ ปัญหาภาคด้านการเกษตร อยากจะช่วยเรื่องของพลังงานด้านการเกษตร ไม่เคยทำได้ แต่ในขณะที่ถ้าเราสามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เราจะสามารถกำหนดได้เลยว่า เราอยากจะช่วยพี่น้องเกษตรในเรื่องของค่าน้ำมัน เฉพาะในปัจจัยการผลิตในประเภทใด เช่น น้ำมัน พลังงาน ในสินค้าเกษตรประเภทใด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อฐานข้อมูลสามารถ รวมกันได้เป็นจุดเดียว ผมเชื่อว่าการกำหนดนโยบายในอนาคตมันจะเกิดประโยชน์ ไม่เฉพาะกับประชาชน แต่กับภาครัฐในการตรวจสอบในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในการ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อไปนะครับ ก็ยืนยันครับ กราบขอบพระคุณในข้อคิดเห็น ในข้อสังเกตต่าง ๆ นะครับ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะขออนุญาตเก็บกลับไป แล้วก็ไปนำเรียน ต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อที่จะหาทางปรับให้มันเกิดประโยชน์ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ