จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงความคืบหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ ยืนยันการแจกเงินเริ่ม 25 กันยายน พร้อมชี้แจงการปรับรูปแบบจากกระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นเงินสดในระยะแรกเพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงขั้นตอนการสื่อสารและกระบวนการผูกบัตร PromptPay เพื่อลดความสับสนให้ประชาชน และยืนยันความมั่นใจในความต่อเนื่องของงบประมาณข้ามปีเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในระยะต่อไป
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณสำหรับคำถามจากท่านศิริกัญญา ตันสกุล นะครับ ต้องเรียน ด้วยความเคารพว่า เรามีการเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการที่ได้ผ่านมติ ครม. มาเมื่อวันอังคาร วันนี้ก็เดินหน้าเรียบร้อยครับ กระบวนการ ในด้านของพิธีกรรมทางราชการก็เดินหน้าอยู่นะครับ แล้วก็จะมีการแจกวันแรกวันที่ ๒๕ กันยายน อย่างที่ประกาศข่าวไป จนถึงวันที่ ๓๐ รายละเอียดโครงการต่าง ๆ คงจะ รับทราบกันในหน้าสื่อแล้ว คงไม่ลงรายละเอียดเพิ่มเติม เอาแต่ประเด็นที่ท่านได้สอบถามมา
ประเด็นแรกเลยนะครับ ท่านพูดถึงประเด็นปัญหาของการที่เราแจ้ง รายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการผูก PromptPay ล่าช้า ก็ต้องเรียนว่าเราก็ต้องให้เกิด ความมั่นใจจากกระบวนการราชการก่อน ก็เรื่องของการเข้า ครม. การเตรียมเรื่องเข้า ครม. และการที่เราได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา อันนี้เป็นกลไกที่สำคัญครับ ที่เราจะประกาศก่อน ไม่ได้ เพราะว่ายังไม่มีความชัดเจน หากเราไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ให้ครบถ้วน อันนี้คงเข้าใจกันได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็รับทราบครับ อย่างที่ผมได้เรียน ต่อท่านนี่นะครับ ผมต้องขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า กระบวนการ ในเรื่องของการผูก PromptPay ผมต้องเรียนว่ามี ๒ กลุ่มนะครับ กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้พิการได้รับเงินรายเดือนอยู่แล้ว กระบวนการในการโอนเงินมีช่องทางที่ครบถ้วน สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กลุ่มที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยอดจริง ๆ คือ ๑๓.๕ ล้านราย มีการซ้ำซ้อนกับกลุ่มผู้พิการราว ๑.๑ ล้านราย ก็เลยมีตัวเลขที่เข้า ครม. ที่ ๑๒.๔ ล้านราย แต่ผมต้องเรียนว่ากลุ่มนี้จาก ๑๓.๕ ล้านราย มีประมาณ ๑ ล้านราย ที่ยังไม่ได้ผูก PromptPay แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ขอบพระคุณครับที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์นะครับเราก็จะนำไปสื่อสาร โดยเฉพาะกระบวนการ เพราะจริง ๆ แล้ว การผูก PromptPay นี้ไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารนะครับ เราใช้ตู้ ATM ก็ได้ถ้าท่านมี ความคุ้นชิน เสียบบัตร ATM เข้าไปแล้วก็ดำเนินการตามขั้นตอนตามที่เขาขึ้นบนหน้าจอ ก็สามารถผูกได้โดยไม่ยากแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราก็ต้องเรียนด้วยความเคารพครับ ประชาชนบางท่านอาจจะไม่รู้ว่าตัวท่านนี้ผูกหรือไม่ผูก PromptPay ไปแล้ว ก็เดินทาง ไปธนาคารแล้วก็ไปดำเนินการซ้ำในขณะที่เราก็ประกาศไปแล้วว่ากลุ่มอีกกลุ่มคือกลุ่มผู้พิการ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำอะไรเลย ก็ยังมีคนเดินทางไปจริง ๆ ครับ ก็ต้องกราบขอประทานอภัย ผ่านไปยังท่านสมาชิกด้วย เราก็จะไปปรับปรุงการสื่อสารเพื่อให้มันดีขึ้นนะครับ
ในส่วนของการปรับเปลี่ยน ท่านถามว่ามีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดของ โครงการสาเหตุคืออะไร ผมก็เรียนด้วยความเคารพครับ ผมเองเป็นตัวแทนของ ครม. ตั้งแต่ อดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา จนกระทั่งมานายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้มีโอกาสเข้ามาพูดคุย กับท่านสมาชิก เราฟังเสียงของประชาชนเป็นหลักครับ และตัวแทนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรารับฟังนะครับ วุฒิสภา ร้องไห้กัน ๒ คนนะครับ แล้วก็มีการอภิปรายกันเยอะมากว่าอยากได้เป็นเงินสดเพราะเชื่อว่า มันจะง่ายขึ้นนะครับ ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเองก็มีการพูดถึง ท่านเองก็เป็นหนึ่งในคน อภิปราย ผมก็จำได้ว่าถ้ามันเร่งจริง ๆ เข้ามาเป็นงบเพิ่มเติมทำไมไม่รีบจ่าย อยากให้มันมี การกระตุ้นโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ถามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจต้องเรียนว่า ก็ดูดีขึ้นนะครับ จากการที่รัฐบาลชุดก่อนหน้าคือท่านเศรษฐาได้ทำงาน มันก็เริ่มมีสัญญาณบวกในหลาย ๆ อย่าง เช่น เรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของการลงทุนจากต่างชาติ เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นนะครับ ปัญหาในปัจจุบันเราก็เห็นอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพา การส่งออกเป็นหลัก ค่าเงินในขณะนี้มีปัญหานะครับ เราก็เห็นถึงประเด็นปัญหา แต่การรักษา Momentum ทางเศรษฐกิจที่ต้องเดินหน้าไป อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เรา พิจารณานะครับ เราก็รับฟังหลายสิ่งหลายอย่าง เราจึงมีการตัดสินใจร่วมกันว่าจะให้ ปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะในกลุ่มแรกนี้นะครับ ตอนนี้เราเปลี่ยนจากโครงการที่เรียกว่า Digital Wallet เป็นชื่อของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านคงสังเกตได้ เพราะเฟสแรกเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจโดยที่ไม่ได้ใช้ Wallet เป็นเงินสด แต่ในเฟสถัดไปเราก็ยังยืนยันนะครับ ในกลุ่มที่เหลือที่จะเดินหน้าในเรื่องของการทำ Digital Wallet เพื่อที่เราจะได้อีกประโยชน์หนึ่ง ก็คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล อันนี้ก็ยังมีความจำเป็นและยังยืนยัน ที่จะเดินหน้า
ท่านถามว่าเป็นเรื่องของข้อกฎหมายหรือไม่ในเรื่องของการจะจ่ายเงินให้อยู่ ในกรอบปี ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อสังเกตของท่านเช่นเดียวกัน เรารับฟังครับ ถามว่าเรามีความ เชื่อมั่นหรือไม่ ท่านอาจจะยกอ้างหนังสือของทางสำนักงบประมาณที่ส่งเข้ามาที่ ครม. ก็ตาม แต่เราก็รับฟังร่วมกันในขั้นตอนของกรรมาธิการงบประมาณหลาย ๆ ครั้ง ที่ทางสำนัก งบประมาณเอง ก็เป็นหนึ่งในส่วนงานที่ยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ โดยการผูกพันข้ามปี ถามความมั่นใจเราก็มีครับ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้น ปัญหาอะไร การร้องครับ วันนี้ประเทศไทยเรามันเต็มไปด้วยนักร้อง ท่านเองก็เคยพูดกับผมว่า เรื่องนี้ ถ้าเกิดว่าเดินหน้าต่อไปโดยมีการผูกพันงบประมาณอาจจะมีการร้องนะ ท่านเองก็อาจจะเป็น คนหนึ่งที่พิจารณาด้วยซ้ำ อันนี้ก็เรียนด้วยความเคารพนะครับ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะว่ามันเป็น มุมมองทางกฎหมายที่เราอาจจะมองคนละเหลี่ยมกัน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็พยายามจำกัด ในเรื่องข้อความเสี่ยงต่าง ๆ เพราะอะไรครับ ถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่ากระบวนการหากเดินหน้า แบบเก่า แล้วใช้วิธีการงบประมาณทำได้หรือไม่ เชื่อมั่นว่าทำได้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกฤษฎีกา ไม่ว่าจะเป็นสำนักงบประมาณยืนยันว่าทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมันมีการร้องขึ้นมาแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองอย่างเช่นปัจจุบัน เวลามีการร้องขึ้นมาที เห็นสถานการณ์อย่างคุณเศรษฐา ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันไม่ใช่ความเสี่ยงของรัฐบาล แต่เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องอะไรก็ตาม ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันกระทบกับปากท้องความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนทั้งหมด เพราะมันคือเกิดความไม่มีเสถียรภาพของอนาคตของรัฐบาล ชุดใด ๆ สังคมจะเกิดความสงสัย จะเกิดความไม่มั่นใจในการที่จะจับจ่ายใช้สอย ในการที่จะ ลงทุน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเห็นถึงผลกระทบในเชิงลบ เราจึงพยายามลดข้อจำกัดเหล่านั้นลง อันนี้ถามว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราบอกว่า การปรับเปลี่ยนมาด้วยวิธีการนี้ มันขจัดซึ่งข้อสงสัยของทั้งฝ่ายค้าน ของทั้งสังคม เพื่อให้ โครงการเดินหน้าได้ และการกระตุ้นเศรษฐกิจในการรักษา Momentum ในช่วงนี้ เพื่อที่จะ ส่งต่อไปยังช่วงปีใหม่ที่ท่านว่า เงินออกกันยายนยังไม่เข้าช่วง Peak นะครับ ปลายกันยายน กันยายน ตุลาคม ยังไม่ถึงจุด Peak ของช่วงหน้า High Season ก็จะสามารถรักษา Momentum ส่งไปยังช่วงปีใหม่ ไปจนถึงช่วงต้นปีหน้าได้ เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นกลไกที่เราได้ เชื่อมั่นว่าจะสามารถส่งให้ระบบเศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้อย่างมีความเข้มแข็งครับ ขอบคุณครับ