พัฒนา สัพโส ชี้แจงการปรับเปลี่ยนงบประมาณจากธนาคารรัฐวิสาหกิจ 35,000 ล้านบาทไปสู่งบกลางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยยืนยันความสอดคล้องกับกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับการปรับลดหนี้ตามมาตรา 40 พร้อมชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับกรอบวงเงินค่าออกแบบและที่ปรึกษาขององค์การเคหะแห่งชาติ และหารือการสนับสนุนมวยไทยภายใต้กรอบ Soft Power โดยเสนอให้มีผู้เชี่ยวชาญร่วมกำกับดูแลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการจัดทำงบประมาณในปีต่อไป
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม พัฒนา สัพโส ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมขอตอบประเด็นในมาตรา ๒๙ รัฐวิสาหกิจของท่านอาจารย์วีระ ท่านแรก ประเด็นคำถามที่ท่านอาจารย์วีระท่านได้ถาม บอกว่า ในการเสนอการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จำนวน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จาก ธ.ก.ส. ออมสิน แล้วก็อีก ๓ ธนาคาร เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อ การกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันนี้คือคำถามของท่านอาจารย์วีระ ผมขอชี้แจงอย่างนี้นะครับว่า ตามพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๐ (๕) ที่บัญญัติไว้ว่า ภาระทางการเงิน เพื่อชดเชยต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการ รวมทั้งความเสียหายจาก การดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามมาตรา ๒๘ ต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย ในโอกาสแรกที่กระทำได้ ในการเสนอตั้งงบประมาณได้มีการเสนอตั้งแล้วตามงบประมาณ ทั้งนี้ การเสนอเปลี่ยนแปลงงบประมาณของรัฐวิสาหกิจทั้ง ๕ แห่ง เป็นการเปลี่ยนแปลง งบประมาณจากมาตรา ๒๙ ของรัฐวิสาหกิจ ไปดำเนินการเป็นมาตรา ๖ รายการงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ จำนวน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากหน่วยงานทั้ง ๕ แห่ง ได้พิจารณาทบทวนแล้ว ขอปรับลดงบประมาณในส่วนที่สามารถชะลอการดำเนินการได้ เพื่อไปดำเนินการโครงการ ที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อย่างไรก็ดี การปรับลดงบประมาณดังกล่าวไม่ได้เป็น การปรับลดตามมาตรา ๔๐ นะครับ รายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐตามงบประมาณ รายจ่ายสำหรับแผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ ที่ได้ตั้งงบประมาณไว้จำนวนทั้งสิ้น ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมีส่วนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเราได้ตั้งไว้แล้ว ก็เรียนท่านอาจารย์วีระ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ มาตรา ๔๐ แล้วผมฟังประโยคหนึ่งของท่านอาจารย์วีระ ท่านก็ยังพูดในการอภิปราย เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ดูใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังแล้ว หนี้สาธารณะก็ไม่ได้ทะลุเพดาน อันนั้นก็เป็นเครื่องยืนยัน ซึ่งท่านอาจารย์วีระท่านก็เป็นห่วงเป็นใย ผมน้อมรับนะครับ ในห้องกรรมาธิการ ท่านก็ให้ความรู้ ท่านก็ได้เป็นห่วง ท่านเองก็เป็นผู้มีประสบการณ์ ผมก็ฝากทางฝ่ายบริหารว่า ต้องนำสิ่งที่ท่านอาจารย์วีระท่านได้ตั้งเป็นข้อสังเกตและ ความเป็นห่วงเป็นใย ในส่วนของท่านอาจารย์วีระผมก็มีคำชี้แจงเท่านี้นะครับ
ส่วนท่านต่อไป ท่านศุภณัฐ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ซึ่งมีคำถาม ค่อนข้างละเอียด ซึ่งบางสิ่งบางอย่างในชั้นกรรมาธิการของเราก็คงไม่ได้ลงรายละเอียด แล้วก็ จะตอบประเด็นคำถามของท่านศุภณัฐ ซึ่งท่านถามในข้อมูลเรื่องการออกแบบของการเคหะ แห่งชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วกรอบวงเงินค่าออกแบบ แล้วก็ที่ปรึกษานี่มันเป็นเพียงกรอบวงเงิน ในการจัดซื้อจัดจ้างมันอาจจะลดลง อันนี้ก็คงตอบได้เพียงเท่านี้ แต่ว่าในส่วนอื่นผมเชื่อว่า ท่านศุภณัฐเอง ท่านเป็นคนที่มีองค์ความรู้ในเรื่องนี้อยู่แล้ว ท่านรอเวลานิดหนึ่ง ผมเชื่อว่า ในการบริหารการเคหะแห่งชาติเอง ท่านรัฐมนตรีก็ต้องมาชี้แจงท่านได้ในโอกาสต่อไป ซึ่งในชั้นกรรมาธิการเราก็มีเวลาจำกัด
ส่วนของท่านอื่น ๆ ผมน้อมรับ สิ่งไหนดี ๆ ผมเชื่อว่าทางฝ่ายบริหารเอง แล้วก็ส่วนราชการที่ทำคำของบประมาณ ก็คงได้ยินจากเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็น กรรมาธิการที่สงวนความเห็น แล้วก็สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติ ตรงไหนที่เกิดประโยชน์ ผมว่าปี ๒๕๖๙ ท่านต้องนำไปปฏิบัติ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เราก็ทำหน้าที่มีกรอบและเวลาจำกัดนะครับ
ประเด็นสุดท้าย เรื่องนี้ต้องตอบท่านณัฐพลนะครับ ซึ่งผมเองก็มีเพื่อนสมาชิก ให้ความสนใจ เพราะเป็นเรื่องใหม่ เรื่อง Soft Power มวยไทย ท่านณัฐพลท่านเอง เปิดประเด็นเรื่อง Soft Power ซึ่งท่านเองก็เป็นคนที่ผมนั่งฟังตลอด เป็นคนที่มีองค์ความรู้ เรื่อง Soft Power เดี๋ยวผมจะบอกประธาน Soft Power ต้องเชิญท่านไปเป็นกรรมการแล้ว เพราะว่าท่านรู้ละเอียดเลย ประเด็นที่ท่านติดใจก็มีเรื่องเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ๒๓๐ กว่าล้านบาท จัดมวยไทยเพื่อสร้างกระแสการตื่นตัว ๒๓๔ ล้านบาท ซึ่งจริง ๆ ผมเอง ก็ตั้งคำถามครับ เพราะเป็นเรื่องใหม่ ผมตั้งคำถามกับผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยบอกว่า โครงการ One มันมาเกี่ยวข้องได้อย่างไร โครงการ One สนับสนุน ๑๐ ล้านบาท ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม เพราะไม่ได้เสียหาย แต่สิ่งที่ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยท่านตอบ ท่านบอกว่า ถ้ารัฐสนับสนุนภาคเอกชน รัฐจะกำหนดอะไรได้บ้าง นี่คือคำถามที่ผมในฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการตั้งคำถามกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ท่านบอกว่าเราสามารถกำหนด สถานที่ เราสามารถสนับสนุนมวยจากภูธร จากต่างจังหวัดเข้ามาชกในรายการของ One อันนี้ยกตัวอย่างว่าสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ แต่ผมเชื่อว่าในรายละเอียดเรามี สตง. ไม่ใช่ว่า เงินของรัฐให้ไปแล้ว ๑๐ ล้านบาท จะไม่มีอะไรที่มาชี้แจง ตรงนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วง ผมเชื่อว่าหน่วยงานภาครัฐเขาจะต้องตรวจสอบได้ อันนี้ก็กราบเรียนท่านณัฐพล ผมเชื่อว่า ท่านเองมีองค์ความรู้ เดี๋ยวจะเรียนประธาน Soft Power ให้ท่านช่วยไปเป็นกรรมการจะได้ ช่วยกันช่วยประเทศของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลาย ๆ คนเป็นห่วงเรื่อง Soft Power มันเหมือนการพูดถึงวาทกรรมแล้ว จริง ๆ ผมไม่อยากให้พวกเราเอาเรื่อง Soft Power มาเกี่ยวข้องนอกประเด็น อย่างไรก็ฝากทุกท่านด้วย
ส่วนประเด็นอื่น ๆ ผมเชื่อว่าคงจะเป็นประโยชน์ ส่วนราชการ แล้วก็ฝ่าย บริหารนำไปปฏิบัติ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยืนไม่ปรับลดงบประมาณ กราบขอบพระคุณครับ