จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณกองทัพที่มีมูลค่าสูงในกิจกรรมต่างๆ เช่น การสวนสนาม เครื่องแบบ และการประชาสัมพันธ์ โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็น ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการใช้จ่าย พร้อมเสนอแนะให้ปรับบทบาทกองทัพให้เน้นภารกิจหลักด้านความมั่นคง และลดโครงการที่ไม่จำเป็นที่ขัดกับเจตนารมณ์การรับใช้ประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้มีผู้อภิปราย หรือว่าเพื่อนสมาชิกพูดถึงงบประมาณก้อนใหญ่ ๆ กันไปเยอะแล้วนะครับ ไม่ว่าจะอาวุธเอย งบลับเอย โน่น นี่ นั่น ผมอยากพูดถึงงบประมาณเป็นก้อนเล็ก ๆ ก้อนหนึ่งครับ ซึ่งเป็น งบประมาณเกี่ยวกับการเดินสวนสนาม ซึ่งผมได้เสนอให้ตัดในที่ประชุมอนุกรรมาธิการ อบรม สัมมนา เนื่องจากว่าไม่มีประสิทธิภาพ KPI ล้มเหลว เพราะว่าการปฏิญาณในพิธี สวนสนามบอกว่าจะปกป้องประชาธิปไตย แต่ก็มีการทำรัฐประหารมากที่สุดในโลก สำหรับประเทศไทย ซึ่งตัวแทนกองทัพก็บอกกลางที่ประชุมว่า กองทัพทำรัฐประหารเฉพาะ แต่กับคนชั่ว ๆ ซึ่งนั่นเป็นที่มาที่ทำให้ผมต้องอภิปรายถึงงบประมาณก้อน ๓๐ ล้านบาท ที่มันไม่ได้จบแค่ ๓๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ค่าสวนสนาม ๓๐ ล้านบาท ต้องถามก่อนว่าเพื่อ สวนสนามเพื่อ พอขอตัดกองทัพก็ตอบว่ามันสำคัญมาก เพราะมันต้องปฏิญาณตน พิธีปฏิญาณตนสำคัญมาก ก็ต้องแย้งครับว่า ถ้าสำคัญมากก็ปฏิญาณไปเลยครับ ปฏิญาณไปสิครับ ท่านจะสั่งรวมแถว ปฏิญาณได้ทุกวันอยู่แล้ว จะสั่งตื่น ปลุกมาตอนตีห้าให้ปฏิญาณก็ทำได้ จะปฏิญาณ ตอนเย็นท่านก็สั่งให้ปฏิญาณได้ ไม่เห็นต้องใช้เงินสักบาทเดียว ทำไมต้องใช้ถึง ๓๐ ล้านบาท ถ้าต้องใช้งบถึง ๓๐ ล้านบาทในการปฏิญาณตนมันก็เกินไป แล้วถ้ามันสำคัญมาก ทำไมกองทัพถึงไม่ได้ทำอย่างที่ตัวเองปฏิญาณไว้ บอกจะปกป้องประชาธิปไตย ประเทศไทย กลับมีรัฐประหารมากที่สุด สำเร็จมากที่สุดในโลกมันเป็นไปได้อย่างไร การสวนสนามมันไม่ได้ จบแค่ ๓๐ ล้านบาทครับท่านประธาน มันยังมีงบเกี่ยวกับการ PR อีกเพราะการสวนสนาม จะทำในวันกองทัพไทย ซึ่งจะต้องมีการ PR ประชาสัมพันธ์ทั้งในเรื่องของการทำสารคดี บางปีก็มี ๖ Ep บางปีมี ๘ Ep ก็ไม่รู้ทำไมไม่ใช้อันเดิม ทำไมต้องทำใหม่ทุกปี แล้วก็ไม่รู้ใช้งบ ส่วนไหนในการทำอลังการงานสร้าง Production ดีขนาดนั้นน่าจะแพง กองทัพบก โอ้โฮสารคดีพาย้อนไปถึงโน่นครับ พระนเรศวร ทั้ง ๆ ที่กองทัพไทยเพิ่งเกิดขึ้นสมัย รัชกาลที่ ๕ กองทัพเรือพาย้อนไปสมัยพระเจ้าตาก กองทัพอากาศนี่ซวยหน่อย เพราะว่า ไม่รู้จะย้อนไปอย่างไร ไม่รู้จะย้อนไปอดีตอย่างไร ยังไม่เท่านั้นท่านประธาน มันยังต้องใช้เวลา หลายเดือนทุ่มเทไปกับการซ้อมเดิน ซึ่งใช้กำลังพลจำนวนมากไปซ้อมเดินทุกวัน ก้าวขา ต้องพร้อมกัน ฟันแขนต้องพร้อมกัน บางค่ายซ้อมกัน ๔-๕ เดือน ได้หยุดพัก ๒ เดือน ก็ต้องกลับมาซ้อมอีกแล้ว ผมไม่กล้าจินตนาการเลยครับว่า ถ้ามันก้าวเท้าลงพื้นไม่พร้อมกัน หรือว่าฟันมือไม่ตรงกัน ความมั่นคงในประเทศนี้มันจะสั่นคลอนขนาดไหน ยังมีค่าใช้จ่าย แฝงที่อยู่กับการสวนสนาม อย่างเช่น ยุทธอาภรณ์ภัณฑ์ หรือว่าค่าเสื้อผ้า ปีนี้สำนักปลัด มี ๑๘.๕ ล้านบาท สำหรับค่าเสื้อผ้า หน้า ผม กองบัญชาการกองทัพไทย ๑๐๑ ล้านบาท กองทัพเรือ ๔๓๑ ล้านบาท กองทัพอากาศ ๒๘๕ ล้านบาท กองทัพบก ๑,๖๕๐ ล้านบาท แต่กองทัพบกโชว์ในเอกสารงบประมาณแค่ ๓๒๙ ล้าน ส่วนที่เหลือไปแอบอยู่ในห้อง อนุอบรม สัมมนา พอถามก็บอกว่า ๓๒๙ ล้านบาทซื้อแค่ผ้า แล้วก็ไปให้โรงงานทหาร เป็นคนตัด มีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยนะครับ ทั้งหมดรวมทั้งสิ้นสนนราคาค่าเสื้อผ้า ที่เรียกว่ายุทธอาภรณ์ภัณฑ์ ๒,๔๘๖ ล้านบาทกลาโหมปีนี้ นี่เราต้องซื้อเสื้อผ้าให้ทหารใส่ ปี ๆ หนึ่งเกือบ ๒,๕๐๐ ล้านบาทต่อปีเลยหรือครับ ไหนบอกเอาเงินกองทุนสวัสดิการจาก ธุรกิจที่ทำตั้งเยอะตั้งแยะไปซื้อไม่ใช่หรือครับ ผมก็สงสัยท่านประธาน ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ อนุมัติไปได้อย่างไร ไม่มีหน่วยงานไหนในประเทศนี้ที่เราต้องซื้อเสื้อผ้าให้ใส่ ไม่มีนะครับ ทำไมต้องอนุมัติงบประมาณให้กับหน่วยงานนี้ แต่ทหารเกณฑ์ก็เห็นถูกหักเพื่อไปซื้อชุด แทบทั้งปีทั้งชาติ ผมก็เพิ่งมา Get ครับว่า อ๋อที่สภาเราอนุมัติก็เพราะว่า เราคิดว่าเราอนุมัติ งบก้อนนี้เพื่อซื้อเสื้อผ้า หรือว่าชุดทหารชุดฝึกให้กับทหารเกณฑ์ ในเมื่อเราบังคับเขามาเป็นทหาร เขาไม่ได้เต็มใจ เราก็ต้องจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้ให้เขา ซึ่งไม่แปลกเพราะเราบังคับเขามา แต่ชั้นประทวน ชั้นสัญญาบัตร นายทหารทั้งหลายไปยุ่งอะไรกับงบประมาณก้อนนี้ด้วย กลายเป็นว่าทหารเกณฑ์ไม่ได้ชุดครับ ชุดฝึกต้องจ่ายเงินซื้อเองแทบทั้งนั้น ผมไม่กล้าทาย ท่านประธานว่า ทหารผู้ทรงเกียรติทั้งหลายเขาจะมีชุดกันกี่ชุด ท่านลองไป Search หาดูเองครับ เครื่องแบบทหารแต่ละเหล่าทัพมีไม่ต่ำกว่า ๓๔-๔๐ แบบ เป็น Collection เลยแล้วไม่รู้ต้อง ซื้อทั้งหมดหรือเปล่า ๒,๕๐๐ ล้านบาทต่อปี ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่างบประมาณที่เอาไปใช้ตรงนี้ มันถูกกฎหมายได้อย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานที่พูดถึงทหารเกณฑ์แล้วก็ต้องต่อด้วยเรื่องของ เงินที่จะต้องจ่ายทั้งค่าข้าว ค่าประกอบเลี้ยง โดยเฉพาะค่าแป้ง ค่าสบู่ ค่ายาสระผม ที่เขาต้องซื้อเองหมด DPF Powder สบู่ทหารครับ ยาสระผมทหาร แป้งทาเท้าทหาร แป้งทาสังคังของทหาร เหล่านี้กองทัพวิจัยและผลิตเองได้ที่โรงงานเภสัชกรรมทหาร แต่เอาไปขายใน Shopee ท่านไปเปิดใน Shopee มีขายเต็มเลย DPF Powder แป้งป้องกัน สังคัง แต่ทหารเกณฑ์ต้องซื้อ แล้วจะของบประมาณไปทำไมครับแบบนี้ จะผลิตเพื่อ แล้วผมก็ไม่เข้าใจนะครับว่า ท่านไม่มีปัญญาจะออกแบบวิธีการฝึกที่มันไม่ทำให้ซอกขาหนีบ ของทหารต้องเสี่ยงกับการเจอเชื้อโรค หรือไม่เข้าใจ มาดูงบประมาณปีนี้กรรมาธิการตัดน้อย จริง ๆ ผมจำเป็นต้องขออภิปรายเพื่อที่จะขอตัดอย่างน้อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านตัดน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น กองทัพอากาศ ทอ. ขอสร้างโรงพยาบาลกองบิน ๕ ที่ประจวบคีรีขันธ์ ๔๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท กรรมาธิการใจดีเหลือเกินครับ ปรับลดไปตั้ง ๒๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๔๒,๕๗๘,๐๐๐ บาท ตัดทำไมครับ ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วกองทัพอากาศ จะสร้างโรงพยาบาลทำไมก่อนดีกว่า แบบนี้มันมั่วไปหมดท่านประธาน เพื่อนสมาชิกครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เยอะหรอกครับสำหรับกองทัพ เพราะว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่มากจริง ๆ แล้วก็ ทอ. ถ้าอยากจะทำโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่อง ไม่ใช่หน้าที่ ให้สาธารณสุขดูแลดีกว่า ถ้าอยากจะทำมากถ้าว่างมาก ผมแนะนำครับ ทบ. เขามี กอ.รมน. เป็นความมั่นคงภายใน ทร. เขามี ศรชล. เป็นความมั่นคงทางทะเล ทอ. ท่านทำเลยครับ อย่าช้า ความมั่นคงทางอากาศหรือจะความมั่นคงทางอวกาศได้จะได้ล้ำหน่อย ถ้าอยากใช้งบประมาณนักก็เอาแบบนี้ละครับ ขอบคุณครับท่านประธาน