กัลยพัชร ตั้งข้อสังเกตโรงงานยาทหาร-เสนอตัดงบ 38 ล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

กัลยพัชร รจิตโรจน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการผลิตยาอันตราย โดยเฉพาะยาอัลปราโซแลมและเพรสูโดเอเฟดรีน ซึ่งมีศักยภาพในการถูกใช้ในทางผิดและซ้ำซ้อนกับบทบาทของหน่วยงานพลเรือน พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ความจำเป็น และการใช้งบประมาณในโรงงานเภสัชกรรมทหาร ที่ขยายตัวเกินภารกิจหลัก โดยเสนอให้ทบทวนการผลิตยาเหล่านี้และยกเลิกการก่อสร้างโรงงานใหม่ 38 ล้านบาท เพื่อเน้นบทบาทกองทัพที่ชัดเจนและไม่แทรกซึมในพื้นที่ที่มีหน่วยงานอื่นทำหน้าที่อยู่แล้ว

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะขอแปรญัตติงบประมาณ มาตรา ๘ กระทรวงกลาโหม โดยทั่วไปแล้วเมื่อกล่าวถึงการผลิตยาและเวชภัณฑ์ใช้ภายในประเทศ คนทั่วไปก็ย่อมนึกถึง องค์การเภสัชกรรมใช่ไหมคะ จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีหน่วยงานรัฐอื่นที่ไม่มีพันธกิจเกี่ยวกับ สาธารณสุขและไม่น่าจะมีองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขเท่ากับองค์การเภสัชกรรม แต่กลับเป็น หน่วยรับงบประมาณที่ซ้ำซ้อนเพิ่มขึ้นมาอีกหน่วยงานหนึ่ง ทำหน้าที่ผลิตยาเช่นกันค่ะ หน่วยงานนั้นก็คือโรงงานเภสัชกรรมทหาร สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือกลางเมืองหลวงของเรานี่เองค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องที่ดิฉันจะอภิปราย ต่อไปนี้จะแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกันค่ะ ส่วนแรกจะเป็นเรื่องทางการแพทย์ก่อนสักเล็กน้อยนะคะ เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจ และจะเชื่อมไปที่กระทรวงกลาโหมในช่วงหลังค่ะ ดิฉันจะขอเริ่มจากการ อภิปรายยาอันตราย ๒ รายการ ที่มีการผลิตโดยหน่วยงานของกระทรวงกลาโหมดังต่อไปนี้ค่ะ ยารายการแรกนะคะ ได้แก่ ยา Alprazolam หรือเรียกกันว่ายาเสียตัว ที่ถูกเรียกแบบนั้น เพราะเป็นยาที่ใช้รักษาโรควิตกกังวล ชนิดออกฤทธิ์สั้น คือออกฤทธิ์ในหน่วยนาที และทำให้ผู้ทานหลับได้อย่างไวแถมอาจจะมีอาการความจำเสื่อมชั่วคราว ภาษา ทางการแพทย์เรียกว่า Anterograde Amnesia คือจำเหตุการณ์ในช่วงเวลา ๑-๒ ชั่วโมง ระหว่างทานยาไม่ได้อีกด้วยค่ะ อ้างอิงตามสไลด์ที่แสดงคือจาก เว็บไซต์ อย. ถือเป็นอันตราย ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ด้วยความออกฤทธิ์เร็วและทำให้ลืม ทำให้มิจฉาชีพ หรือผู้ไม่ประสงค์ดี เอาไปวางยาคนอื่นได้โดยง่าย และเคลื่อนย้ายเปลี่ยนสถานที่คนได้ก่อนจะตื่น โดยเหยื่อ ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าจะตื่นขึ้นที่ไหนคะ

โรงงานเภสัชกรรมทหารปัจจุบันผลิต Alprazolam ถึง ๓ ขนาด Dose ยาด้วยกัน ได้แก่ ๐.๒๕ มิลลิกรัม ๐.๕ มิลลิกรัม และ ๑ มิลลิกรัม ปกติแค่ ๐.๒๕ มิลลิกรัม ก็แสดงอาการอย่างที่ดิฉันได้เล่ามาทั้งหมดแล้วนะคะ คือหลับง่ายมาก มีการใช้ อย่างเฉพาะเจาะจงมากสำหรับผู้ป่วยชนิดโรค Panic หรือกลัวที่แคบ ที่ต้องคลายกังวล เฉียบพลันออกฤทธิ์ทันที เพื่อคลายกังวล ใช้ Dose ต่ำ ๆ เพื่อให้ตื่นได้เร็ว แต่นี่ท่านจะต้อง ผลิต Dose สูง ๆ ไปทำไมกันคะและที่สำคัญที่สุดคือทำไมต้องเจาะจงผลิตยาคลายกังวล ชนิดออกฤทธิ์สั้น เสมือนเป็นยาสลบเท่านั้นทั้ง ๆ ที่มียาคลายกังวลชนิดอื่นที่ออกฤทธิ์ ช้ากว่า ไม่ว่าจะเป็น Lorazepam หรือ Diazepam ที่เรารู้จักกันในนามของ Valium ทำให้ ผู้กังวลนอนหลับได้ดีกว่า คลายกังวลได้มากกว่า และถูกใช้บ่อยกว่าทั่วไปทางการแพทย์ค่ะ อันนี้เป็นข้อที่ดิฉันสงสัยและต้องการคำตอบจากท่านอย่างยิ่งนะคะ

ตัวยาถัดไปพระเอกของเรานะคะ คือยา Pseudoephedrine ชื่ออาจจะ ไม่คุ้นหูแต่ว่าทราบไหมคะว่า แทบจะทุกคนคงเคยท่านยาชนิดนี้เวลาเป็นหวัด เพื่อใช้ลดน้ำมูก คัดจมูกในชื่อว่า Actifed ในสมัยก่อน Actifed เป็นส่วนผสมของยาแก้แพ้ แล้วก็ตัว Pseudoephedrine ตัวนี้นี่เองค่ะ ด้วยตัวยา Pseudoephedrine มีฤทธิ์ทำให้ เส้นเลือดหดตัว จึงลดอาการบวมในเยื่อบุจมูกได้นะคะ ท่านสังเกตไหมคะว่าหลัง ๆ นี้ ยาชนิดนี้ไม่มีขายเท่าไรแล้วค่ะ เพราะอะไรทราบไหมคะ ดูตามสูตรเคมีตรงกลางนั่นได้เลยนะคะ เพราะว่ายาตัวนี้เป็นสารตั้งต้นของยาบ้า ภาษาอังกฤษเรียกว่า Methamphetamine หรือที่คนไทยรู้จักกันแพร่หลายในนามยา Ice ราคาแพงกว่า เพราะมีความบริสุทธิ์ของตัวยา มากกว่ายาบ้า หรือ Amphetamine ยา Ice ออกฤทธิ์ทำให้ผู้เสพ Finale ง่ายกว่า ติดง่ายกว่า High มากกว่า และแน่นอนว่าอันตรายกว่าหากเสพยาเกินพอดี หรือ Overdose ประเทศไทย ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกยา Ice สูงสุดประเทศหนึ่ง เราจะได้เห็นตามหน้าข่าวมากมาย โดยเฉพาะมีการขนส่งไปยังประเทศแถบเอเชียตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ฮ่องกงว่าขนมา จากประเทศไทย ทางหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแจ้งในชั้นอนุ งบประมาณอย่างชัดเจนว่า อย. อนุญาตให้โรงงานยาทหารผลิตยาตัวนี้แต่เพียงผู้เดียว โดยห้ามผู้ผลิตเอกชนผลิตและจำหน่ายยาชนิดนี้ รวมถึงตัวองค์การเภสัชกรรมเองด้วยค่ะ คือโรงงานนี้ผลิตที่เดียวตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นต้นมา ทุกท่านทราบไหมคะว่า แทบจะทั้งโลก เขาเลิกผลิตและจำหน่ายยาตัวนี้กันแล้ว เพราะเป็นสารตั้งต้นยาเสพติด เขาไปใช้ตัวล่างสุด คือ Phenylephrine จะเห็นว่าหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ว่าตัวนี้เสถียรและไม่สามารถ ถูกเปลี่ยนเป็นยา Ice ได้ค่ะ สไลด์ถัดไป ที่น่าสังเกตและน่าสงสัยอีกก็คือ Pseudoephedrine ไม่อยู่ในเอกสารที่ของบประมาณ โครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ราชบุรี ที่นำมาแสดงต่อ อนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง แต่แน่นอนค่ะว่าดิฉันได้คัดชวเลขเอาไว้แล้วค่ะ เพราะท่านรอง ผอ. โรงงานเภสัชกรรมทหารกล่าวถึงยา Pseudoephedrine หลายครั้ง หลายคราจนผิดสังเกต แจ้งไว้อย่างเฉพาะเจาะจงว่าจะมีการผลิตยาตัวนี้ค่ะ เรื่องนี้สะท้อนว่า มีเรื่องที่น่าสงสัย ไม่โปร่งใสในอุตสาหกรรมการผลิตยาที่โรงงานนี้นะคะ กระทั่งจำนวนยา ที่ผลิตกับจำนวนยาใน Catalog ของเว็บไซต์ท่านเองก็ยังไม่ตรงกัน โครงการบอกว่าโรงงานเดิม ที่ท่าเรือผลิตได้ ๒๐ รายการ สร้างโรงงานใหม่จะเพิ่มเป็น ๓๕ รายการแต่ใน Catalog โรงงานเดิมท่านผลิตแล้วก็จำหน่ายไปแล้ว ๖๓ รายการ นี่เป็นเพียงธุรกิจการทหารที่ผ่านมา แต่ในปี พ.ร.บ. งบ ๒๕๖๘ วาระที่ ๒ นี้ยังมีโครงการก่อสร้างขยายกำลังการผลิตโรงงาน แห่งที่ ๒ ที่บ้านโป่งด้วยค่ะ โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่าตัว จาก ๑,๐๓๒ ตารางเมตร เป็น ๒,๔๐๐ ตารางเมตร และท่านปลัดยืนยันว่าโรงงานเก่าก็ยังคงผลิตอยู่ สรุปว่า ท่านมีกำลังการผลิตยามากขึ้นถึง ๓.๓ เท่าตัวเลยนะคะ ถ้ายังนึกภาพไม่ออกคิดเป็น จำนวนเม็ด ก็คือจากผลิตได้ ๑๘๐ ล้านเม็ดต่อปี เพิ่มไปถึง ๖๐๐ ล้านเม็ดต่อปี ทหารมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัดเพิ่มขึ้นขนาดนั้นเลยหรือคะ ถ้าจะกล่าวถึงเหตุผล ด้านการเงิน ทางหน่วยงานแจ้งว่าที่ผ่านมากำไรจากการขายยาได้ ๓-๕ ล้านบาทต่อปีเท่านั้น และท่านแจ้งว่าหากสร้างโรงงานนี้แล้วจะได้กำไรเพิ่มเป็น ๕๐ ล้านบาทต่อปี ดิฉันสงสัย อย่างมากว่าท่านคำนวณจากอะไร สูตรไหน หรือว่าท่านมี Order ยาล่วงหน้าแล้วหรือเปล่าคะ

นี่คือหน้าตาของโรงงานที่ราชบุรี ซึ่งไปถางที่รอเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ เพื่อมาขอ งบประมาณปี ๒๕๖๘ ดิฉันจึงขอเสนอตัดงบก่อสร้างโรงงานทั้งหมด จำนวน ๓๘,๒๓๒,๕๐๐ บาท คิดเป็น ๙.๗๙ เปอร์เซ็นต์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีวงเงินงบประมาณ ๙,๕๗๗ ล้านบาท และถือเป็นงบเพียงแค่ ๐.๔๖ เปอร์เซ็นต์ของงบทั้งกระทรวงกลาโหม ที่มีงบประมาณทั้งหมดสูงถึง ๒๐๐,๙๒๓,๗๘๐,๕๐๐ บาท ด้วยหลักการและเหตุผลที่ว่า ไม่มีความจำเป็นต้องขยายโรงงานเภสัช ความต้องการใช้ยาไม่เพิ่ม กำลังผลิตขององค์การ เภสัชกรรมไม่เต็ม มีหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพปลอดภัยกว่าทำได้อยู่แล้ว และที่สำคัญที่สุด การผลิตยาไม่ใช่ภารกิจของกองทัพ ผลกระทบจากการตัดงบคือโรงงานเภสัชกรรมทหาร จะยังคงมีกำลังการผลิตเท่าเดิม และหากมีความจำเป็นต้องผลิตยาเพิ่มเติมก็ให้องค์การเภสัช กรรมเป็นผู้ผลิตได้ค่ะ

นอกจากการตัดงบแล้ว ดิฉันเสนอให้กองทัพยึดโยงอยู่กับภารกิจ หน้าที่ประจำอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ตีความพันธกิจของท่านอย่างกว้างขวาง ถือโอกาสเข้ามา ทำงานในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระของท่านนะคะ โดยทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมอ้างว่า เหตุผลที่ต้องขยายโรงงานเป็นเหตุผลด้านความมั่นคง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการดูแลตัวเองของประเทศยามเกิดภัยสงครามจะได้มียาใช้ค่ะ ตรรกะนี้ไม่เป็นเหตุ ไม่เป็นผล ไปกับการลงทุนกับอะไรที่ราคาเกือบจะพันล้าน เพื่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ขอบคุณค่ะ