วิทวัส ติชะวาณิชย์ อภิปรายแปรญัตติงบประมาณปี 2568 โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็น ความโปร่งใส และผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมชี้ประเด็นการซ้ำซ้อนของโครงการกับหน่วยงานอื่นและเสนอให้ปรับลดงบประมาณลง 5 เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ตัวแทนพี่น้องเขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม เฉพาะแขวงคลองกุ่ม จากพรรคประชาชน วันนี้ครับท่านประธาน ผมขอมีส่วนร่วมแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ มาตรา ๗ ในส่วนของค่าใช้จ่ายฝึกอบรม สัมมนาประชาสัมพันธ์ค่าจ้างเหมาบริการ และงบรายจ่ายอื่น ๆ ของกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักนายกรัฐมนตรีครับ และสำหรับในการอภิปราย ในครั้งนี้ผมขอตั้งคำถามแรกครับ ทำไมเราต้องมี กอ.รมน. แต่ก่อนอื่นผมขออนุญาต เริ่มจากประวัติคร่าว ๆ ของหน่วยงานนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่เข้าใจถึงหน้าที่ และบทบาทโดยสังเขปของหน่วยงานดังกล่าว หน่วยงาน กอ.รมน. นั้นเป็นส่วนราชการ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร มีหน้าที่รับผิดชอบอำนวยการและธุรการของ กอ.รมน. ดังภาพครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เนื่องจากผมได้รับโอกาส ในการนั่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรมสัมมนาที่เพิ่งจบไป เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมจึงขออนุญาตยกตัวอย่างโครงการที่ซ้ำซ้อนและมีความเห็นว่า ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของการดูแลของหน่วยงาน กอ.รมน. ให้ทุกท่านร่วมพิจารณา และตั้งข้อสังเกตกันครับ โดยเริ่มจากโครงการแรกจ้างรับเหมาปฏิบัติงาน Call Center หมายเลข ๑๓๗๔ เป็นโครงการที่พวกท่านเข้ามาชี้แจงและพวกเรานั่งเถียงกันเกินชั่วโมงครับ ที่ท่านแจ้งว่าไม่ให้ตัดงบประมาณที่ขอมา และถ้าเราตัดท่านจะขออุทธรณ์ แต่ผมทราบดีครับ ว่าท่านไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ แต่อย่านำกลับมานะครับ โดยปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ท่านทำเรื่อง ของบประมาณมาเท่ากันอยู่ที่ปีละ ๓.๖ ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเพิ่มศักยภาพของ กอ.รมน. ให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีเจ้าหน้าที่รับสายตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพิ่มขีดความสามารถในการรับแจ้งเหตุความมั่นคงและเป็นจุดประสานเหตุฉุกเฉินกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ผมพูดตามตรงเลยว่าผมมั่นใจครับว่าไม่มีประชาชนคนไหน หรือเป็นประชาชนส่วนน้อยที่รู้จักหมายเลข ๑๓๗๔ คำถามคือ ในเมื่อเรามีหน่วยงาน ที่รับเรื่องและประสานงานเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งก็ทำได้ดี ตัวอย่างเช่น เบอร์ ๑๙๑ สำหรับ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย และเบอร์ ๑๕๕๕ ของกรุงเทพมหานคร ดังนั้นทำไมท่านถึงยังจะคงยืนยัน รับงบประมาณดังกล่าวที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ๆ ครับ ยังไม่พอครับ ท่านยังแจ้งพวกเรา อย่างภาคภูมิใจอีกว่าโครงการนี้มีประโยชน์อย่างมาก แถมมีผู้ใช้บริการถึง ๓-๔ คนต่อวัน ต่อมาครับท่านประธาน ผมขอใช้ที่ประชุมแห่งนี้ช่วยท่านประชาสัมพันธ์ผลงานต่าง ๆ ของพวกท่านครับ โดยเหตุการณ์แรกครับ ท่านมีการจัดเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ให้บูรณาการ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องร้านค้าวางสิ่งของกีดขวาง ทางจราจร เหตุการณ์ถัดมาครับ ท่านจัดเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. บูรณาการร่วมกับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องวินรถจักรยานยนต์รับจ้างส่งเสียงดัง #กอ.รมน. เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส แต่แล้วผมก็ไม่มั่นใจครับว่า ท่านสามารถเป็นที่พึ่งในทุกโอกาสได้จริง ๆ หรือไม่ เพราะในเดือนที่ผ่านมาครับ ผมได้โทร ไปสายตรงของท่าน ๑๓๗๔ และแจ้งให้ท่านมาช่วยลอกท่อใน กทม. เขต ๑๕ ครับ แต่ท่าน แจ้งว่าไม่ใช่หน้าที่ของท่าน ก็เลยงง ๆ ว่าสรุปแล้วอะไรคือหน้าที่ของท่านครับ ผมขอตั้ง อีกคำถามหนึ่งครับว่าจากตัวอย่างที่ผมได้หยิบยกขึ้นมา เหตุใดเราจึงต้องมี กอ.รมน. มาช่วย อำนวยความสะดวกลงพื้นที่เพิ่มอีก ๑ หน่วยงานครับ หรือเป็นเพียงแต่ใช้ความมั่นคง ในการมาของบประมาณในแต่ละปีเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่เขต เจ้าหน้าที่เทศกิจ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว ก็มีอำนาจหน้าที่และสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ได้อยู่แล้ว ตัวอย่างถัดมาครับ โครงการด้านแผนยุทธศาสตร์ ท่านทำการของบประมาณ มาทั้งสิ้น ๖๐ กว่าล้านบาท โดยผมจะทำการยกตัวอย่างบางโครงการภายใต้โครงการดังกล่าว ให้ทุกคนได้เห็นภาพนะครับ โครงการแรกครับ โครงการพิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แค่ฟังจากชื่อก็รู้แล้วใช่ไหมครับท่านประธานว่าเจ้าภาพน่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ๒ โครงการนี้ตามภาพนะครับ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๗.๙ ล้านบาท อีกโครงการหนึ่งครับ งานรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน และอาหาร แจ้งเป้าหมายไว้ว่าเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมพืชและความมั่นคงทางด้านอาหาร ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๔ ล้านกว่าบาท ถัดมาครับ ยังมีอีกหลายโครงการ เช่น การแก้ไขปัญหา ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ของบประมาณมา ๑.๔ ล้านบาท อันนี้ทุกคนฟังแล้ว เอ๊ะ ไหมครับ เอ๊ะ แน่นอนครับ เพราะว่านี่คือหน้าที่เดียวกับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาของ กระทรวงพาณิชย์ ต่อมาการป้องกันสาธารณภัยของบประมาณ ๕.๒ ล้านบาท ซึ่งซ้ำกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และมีโครงการที่ท่านตั้งชื่อโครงการ ของบประมาณมาอีกหลายโครงการที่ไม่มีรายละเอียด เช่น โครงการพัฒนาระบบการเตรียม ความพร้อมแห่งชาติ ท่านขอมากว่า ๑๑ ล้านบาท และโครงการพัฒนาองค์ความรู้ ความมั่นคง จำนวน ๔ ล้านกว่าบาท ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับว่าผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รับจริง ๆ นั้นคืออะไร เพราะท่านกำหนดไว้ค่อนข้างกว้าง และตัวชี้วัดผลได้ยาก ส่วนรายละเอียดก็ซ้ำ ๆ กันไปหมดครับ ผมจึงขอเตือนความทรงจำทุกท่านอีกครั้งหนึ่งว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา กอ.รมน. นั้น ใช้งบประมาณ ไปแล้วกว่าแสนล้านบาท เพียงแค่ท่านตั้งชื่อโครงการอะไรก็ได้ แล้วพ่วงคำว่า ความมั่นคง ท่านก็สามารถทำเรื่องของบประมาณได้ แล้วประชาชนคนไทยรู้สึกมีความมั่นคงปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้นตามพันธกิจของท่านหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วมีไว้เพื่อสร้าง ความมั่นคง มั่งคั่งให้กองทัพกันแน่ครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กอ.รมน. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับภารกิจที่ซ้ำซ้อน หน่วยงานฝ่ายพลเรือนทั้งระดับประเทศ และระดับภูมิภาค และลึกลงไปในระดับจังหวัด จนนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ทำให้เกิดภาวะรัฐซ้อนรัฐ หรือ Deep State จากคำถามที่ผมตั้งไว้ตั้งแต่ต้นครับ ทำไมเราถึงมี กอ.รมน. ผมขอเปลี่ยน ใหม่ครับว่า เรามี กอ.รมน. ไว้ทำไม ท่านไม่จำเป็นจะต้องพิทักษ์ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่ง ต้นไม้และทรัพยากรธรรมชาติครับ ปล่อยให้หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ ที่เขาเชี่ยวชาญด้านดังกล่าวจะดีกว่าหรือไม่
สุดท้ายนี้ครับ ผมขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ในวันที่ท่านมาชี้แจงในห้อง อนุกรรมาธิการครับ เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมากครับท่านประธาน ทางอนุกรรมาธิการ ได้มีการถามและขอข้อมูลเพิ่มเติมมาประมาณ ๓๐-๔๐ โครงการครับ ท่านเชื่อไหมครับว่า เรามีผู้ชี้แจงแทบไม่ซ้ำหน้ากันเลยครับ เสมือนเป็นศูนย์รวมเจ้าของ Project อย่างไร ก็ไม่รู้ครับท่านประธาน ในส่วนของค่าใช้จ่ายฝึกอบรมสัมมนานะครับ พวกเรานั่งรอ ท่านตัดงบประมาณ จึงตัดได้ ๑๐๕,๗๖๐,๐๐๐ บาทแต่ในความรู้สึกของผมครับ ยอดดังกล่าวยังคงน้อยไปครับ ส่วนในการอภิปรายของผมในครั้งนี้ครับ ยังคงยืนยันว่า หน่วยงาน กอ.รมน. นั้นใช้งบประมาณมากเกินไป และมีหลายโครงการที่ซ้ำซ้อน รวมถึง ไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างเท่าที่ควร ผมจึงขอยืนยันและขอปรับลดงบประมาณของ หน่วยงาน กอ.รมน. ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ