ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หารือปัญหาการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่ล่าช้า ระบุว่าแม้จะมีระบบแต่ไม่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพจากปัญหาหน่วยงานซ้อนซ้อนและขาดการบูรณาการ จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขโดยเสนอให้ยกระดับศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (JIC) ให้เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยพิบัติแบบบูรณาการ ที่สามารถรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงาน วิเคราะห์สถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชนผ่านหลายช่องทาง และดำเนินการอพยพเยียวยาอย่างทันท่วงที โดยใช้แผนที่ความเสี่ยงและภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อประเมินความเสียหายและวางแผนรับมืออย่างมีระบบ พร้อมเน้นว่าประชาชนไม่ควรถูกทิ้งให้รับภาระจากน้ำท่วมเพียงลำพัง และควรดำเนินการตามข้อเสนอของพรรคประชาชนอย่างเร่งด่วน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง เราพูดกันถึงประเด็นในการบริหารจัดการภัยพิบัติ มีอยู่คำถามหนึ่งครับที่สำคัญมาก ๆ และสำคัญมาตลอดว่าทำไมประเทศของเราถึงไม่มี การแจ้งเตือนภัยพิบัติจริง ๆ จัง ๆ กันสักที โดยการแจ้งเตือนที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ คือการแจ้งเตือนในภาวะฉุกเฉิน เพื่อ Take Action กันจริง ๆ การแจ้งเตือนล่วงหน้า ๓๐ นาที ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ไม่ใช่การแจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวัง ๑ วัน ๓ วัน ๗ วัน อันนั้นคือ คนละส่วนกันเลย การแจ้งเตือนไม่ใช่การส่งหนังสือให้กับหน่วยงานราชการแล้ว Claim ว่า ได้รับการแจ้งเตือนไปแล้ว การแจ้งเตือนคือการสื่อสารให้กับประชาชนในช่วงวิกฤติ ให้พวกเขาได้รู้อีก ๑ ชั่วโมงน้ำจะท่วมบ้านเขา แล้วพวกเขาต้องยกของขึ้นสูงเท่าไร แล้วถ้ามันหนักมาก ๆ พวกเขาต้องอพยพไปที่ไหนอย่างไร อันนี้คือการแจ้งเตือน ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่าการแจ้งเตือนของประเทศไทย ณ ตอนนี้เท่ากับ ๐ ท่านประธาน ทราบไหมว่าปัจจุบันเราเจอปัญหาอะไรบ้างกับการแจ้งเตือน เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด หน่วยงานที่ถือข้อมูลไม่มีอำนาจในการแจ้งเตือน หน่วยงานที่มีอำนาจในการแจ้งเตือน กลับไม่มีฐานข้อมูล และเราก็เจอปัญหาที่ว่าราชการของเราต้องส่งหนังสือกันเป็นทอด ทอด ทอด กว่าพื้นที่ที่เราต้องการจะแจ้งเตือนได้รับหนังสือนั้น น้ำมันก็ท่วมไปแล้ว แล้วกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เป็นเจ้าภาพหลักในการแจ้งเตือนในส่วนนี้ พวกเขามีหอเตือนภัยอยู่ครับท่านประธาน กว่า ๑,๐๐๐ หอทั่วประเทศ ขนาดใหญ่ ๓๕๔ หอ แล้วก็ขนาดเล็ก ๖๗๔ หอ แต่ผมถามเพื่อนสมาชิกและผมถามประชาชนที่ฟังการอภิปราย ในวันนี้นะครับ มีใครเคยได้ยินหอเตือนภัยนี้มันดังไหมครับ ไม่ต้องย้อนไปไกลหรอกครับ ไปดู ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยต้องฟังเสียงหอเตือนภัย แจ้งเตือนจากประเทศมาเลเซีย จังหวัดภูเก็ตน้ำท่วมช่วงเดือนมิถุนายน ทั้งจังหวัดมีหอเตือนภัย อยู่ ๑๙ หอ ไม่ดังแม้แต่หอเดียว เอาสัปดาห์ที่แล้วนี้ก็ได้ ๔ จังหวัด เชียงราย น่าน แพร่ พะเยา น้ำท่วมหนักขนาดนั้น ทั้ง ๔ จังหวัดนี้มีหอเตือนภัยรวมกันกว่า ๑๐๐ หอ มีดังอยู่แค่ ๒ หอครับท่านประธาน ๑๐๐ กว่าหอ มีดังแค่ ๒ หอ มาถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มตั้งคำถามแล้ว หอพัง หรือไม่มีงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือ คำตอบคือไม่ใช่ครับ เพราะผมเพิ่งถาม หน่วยงานเมื่อวานนี้ในห้องกรรมาธิการ เขาตอบกลับมาว่ามีหอพังทั่วประเทศ ที่ชำรุด อยู่ทั่วประเทศเลยแค่ ๑๓ หอ เพราะฉะนั้นปัญหาตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไม่มีอาวุธ แต่มันอยู่ที่ว่าเรามีอาวุธแต่เราไม่ใช้ มันอยู่ที่การบริหารจัดการแล้ว รัฐบาลต้องลงมาดูในส่วนนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้หน่วยงานทำงานกรมใครกรมมันแบบนี้ แล้วมันก็เกิดปัญหาระหว่างกรม เกิดปัญหาการทำงานระหว่างกระทรวง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ๑ โครงการ กับโครงการ Cell Broadcast ระบบการแจ้งเตือน ที่จะส่งข้อความไปทางโทรศัพท์มือถือของพวกเรา ที่ถ้าพูดกันตรง ๆ เลย ตอนนี้ เราควรที่จะมีระบบนี้ใช้งานกันได้แล้วด้วยซ้ำไป แต่ ๒ กระทรวงกลับแย่งกันเป็นเจ้าภาพ กระทรวงมหาดไทยได้รับงบในปี ๒๕๖๗ ไป ๔๕๐ ล้านบาท แต่กระทรวง DE ก็อยากจะเป็น เจ้าภาพเหมือนกัน ก็มาตั้งคำของบในปี ๒๕๖๘ ไปอีก ๔๓๔ ล้านบาท ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเราเพิ่งคุยกันเรื่องของบประมาณเสร็จไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง กระทรวง DE ก็ตัดงบประมาณตัวเองไปแล้ว แต่สิ่งที่เราเสียไป แล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้ คือเวลาและโอกาสไปเกือบปี ถ้าปัญหาเดียวมันไม่ชัด มีอีกปัญหาหนึ่งครับท่านประธาน ปัจจุบันเรามีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ จัดการการแจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็กระทรวงมหาดไทยและกระทรวง DE เป็นรองประธานร่วม และให้ทุก ๆ กระทรวง ทุกกรมที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนนั่งเป็นคณะกรรมการ ระเบียบนี้ให้อำนาจ ในการประกาศมาตรการ คำสั่ง ทุกหน่วยงานเพื่อบูรณาการข้อความในการแจ้งเตือน ให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งฟังดูเหมือนจะดี กฎหมายก็มี ทำไมมันทำอะไรไม่ได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าคณะกรรมการตามระเบียบชุดนี้มีการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อไร พ.ศ. ๒๕๖๕ มันชัดเจนไหมครับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องรับมือภัยพิบัติเลย แม้แต่นิดเดียว นี่เป็นเพียงแค่ปัญหาส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เราเห็นภาพความพังของระบบนี้ ตอนนี้ผมขอเสนอแนวทางในการซ่อมระบบนี้แบบชั่วคราว ให้เราสามารถจัดการเหตุการณ์ เหล่านี้ในระยะ ๒ เดือนที่จะถึงนี้ได้
อย่างแรกเลยครับ เราต้องจัดทำ War Room ในการบัญชาเหตุการณ์ โดยเราใช้ ของเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ รัฐบาลเพิ่งจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม หรือว่า Joint Information Center : JIC ที่ให้กรมประชาสัมพันธ์นี้ทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติผ่านช่องทีวี วิทยุ แล้วก็ Social Media ของ NBT แต่กับเรื่อง ภัยพิบัติครับท่านประธาน เราจะมองแคบ ๆ การสื่อสารแคบ ๆ แบบนี้ไม่ได้ เราต้องยกระดับ JIC ตามมาตรฐานที่มันควรจะเป็น ให้ JIC เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตรงนี้ แล้วทำงาน เป็นเนื้อเดียวกันกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เอานักวิเคราะห์ จากกรมต่าง ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามา กรม ปภ. กรมชลประทาน GISTDA สสน. กรมทรัพยากรธรณี ให้เขาเข้ามาวิเคราะห์ แล้วให้ทุกกรม ทุกหน่วยงานที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ การแจ้งเตือนส่งมาให้ JIC ได้วิเคราะห์ และผลิตข้อความการแจ้งเตือนส่งตรงไปยังพื้นที่ ที่เราต้องการแจ้งเตือน ส่วนกลางแล้วส่งตรงให้กรม ปภ. แจ้งเตือนผ่านหอเตือนภัย แจ้งเตือนผ่าน SMS หลายคนอาจจะยังไม่ทราบครับ ประเทศเราได้ทำ MOU ร่วมกับผู้ประกอบ กิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้พวกเขาแจ้งเตือนส่ง SMS ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่รัฐบาลไม่เคยใช้ต่างหาก ส่วนภูมิภาคเราส่งตรงให้อำเภอแจ้งเตือน ส่วนท้องถิ่นเราส่งตรง ให้กับเทศบาล แล้วก็ อบต. ในการใช้หอกระจายข่าว แล้วก็รถกระจายเสียงแจ้งเตือนต่อไป และเมื่อเรามี War Room เป็น JIC ตรงนี้แล้ว เราจัดการข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำเรื่องของแผนที่ ความเสี่ยง เรามีแผนข้อมูล แผนการรับมือภัยพิบัติของแต่ละจังหวัดที่เขาทำไว้อยู่แล้ว เรามา ประเมินกัน แล้วมาจัดทำแผนซ้อมรับมือกับภัยพิบัติตามพื้นที่ความเสี่ยงนั้น ๆ แจ้งเตือนแล้ว จะทำอย่างไรต่อ ศูนย์อพยพแต่ละพื้นที่อยู่ตรงไหน แล้วศูนย์อพยพตรงนี้ได้มาตรฐานหรือไม่ แล้วก็นำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์ ภาพถ่ายทางดาวเทียม แล้วก็สถานการณ์หน้างานจริง มาวิเคราะห์กันว่าความเสียหายมันอยู่ระดับไหนแล้ว บ้านเรือนเสียหายกี่หลังคาเรือน แปลงเกษตรเสียหายไปกี่ไร่ แล้วก็มาคำนวณงบประมาณ งบกลางภาวะฉุกเฉินที่เราจำเป็น ต้องใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์และเยียวยาให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ นี่คือสิ่งที่เราทำได้เลย จากของเดิมที่เรามีอยู่แล้ว
สุดท้ายนี้ครับ บ้านใครไม่เคยน้ำท่วมไม่มีทางเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องที่ประชาชน ต้องวิ่งไปหาข้อมูลว่าบ้านเขาจะน้ำท่วมหรือเปล่า แต่ข้อมูลต้องมาหาประชาชน เพราะฉะนั้น ผมขอฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี บอกพวกเขาให้รีบทะเลาะกันให้เสร็จ แล้วมาแก้ปัญหาให้กับประชาชน ตามข้อเสนอแนะที่พรรคประชาชนเสนอในวันนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ