เฉลิมพงศ์ แสงดี หารือเหตุดินถล่มที่จังหวัดภูเก็ตที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ พร้อมแสดงความเสียใจและเรียกร้องให้มีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และทันท่วงที โดยย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงกรณีการบิดเบือนข้อมูลการตัดงบประมาณ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายค้าน และผลักดันให้เร่งจัดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติทุกประเภทอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำอีกในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ผมในฐานะ สส. เขต จังหวัดภูเก็ต ขณะนี้ในพื้นที่ของผมกำลังเกิดภัยพิบัติดินโคลนถล่ม ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนในครั้งนี้ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ในขณะนี้ ตามข้อมูลของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยรายงานไว้ว่า มีผู้สูญเสียชีวิตทั้งสิ้น ๒๒ คน ท่านประธานครับ ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าการเสียชีวิตของพี่น้องรวมชาติ ทั้ง ๒๒ ชีวิตนี้ เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น หากว่าเรามีระบบเตือนภัยในการรับมือ อุทกภัยที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ มีมาตรการป้องกันการเตือนภัยที่มีความพร้อมและใช้งาน ได้จริง เหลือเชื่อนะครับท่านประธาน ว่าประเทศไทยเราไม่มีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ สามารถป้องกัน แจ้งเตือนเพื่อรองรับเหตุภัยพิบัติได้เลย ผมในฐานะคนภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่น้ำท่วม แต่มันคือ ความเป็นความตายของประชาชนไม่ต่างกัน ดังนั้นในการอภิปรายครั้งนี้ ผมขอพูดถึง เหตุการณ์ดินโคลนถล่มบริเวณชุมชนบ้านกะตะ ซอยปฏัก ๘ หมู่ ๒ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ เวลาประมาณ ๐๕.๐๐ นาฬิกา เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกนะครับ เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดที่ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ๒ เดือนมานี้เองครับ และเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นที่ชุมชนบ้านกะตะ ซอยปฏัก บริเวณนี้ เป็นชุมชนตั้งอยู่บนเนินเขา ด้านหน้าเขานาคเกิดเป็นแผ่นหินถล่ม ชนิดเศษวัสดุธรณีไหล ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ประมาณ ๑๐ คูณ ๑๐ เมตร กรวด ทราย และต้นไม้ ไหลลงมาพร้อมกับน้ำ ทับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ซึ่งสาเหตุ การเกิดแผ่นดินถล่มพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรณีวิทยาเป็นหินแกรนิต มีอัตราการผุพังสูง ในชั้นหิน ทราย ปนดินเหนียวค่อนข้างหนาประมาณ ๓-๕ เมตร มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี และเคลื่อนตัวได้ง่ายและรวดเร็ว มีความลาดชันสูง ประกอบกับฝนตกหนักต่อเนื่อง ตั้งแต่คืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม ถึง ๒๓ สิงหาคม วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐๐ มิลลิเมตร จึงเกิดเหตุแผ่นดินถล่มดังกล่าว โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย แผ่นดินถล่มระดับสูง ถึงสูงมาก หลังเหตุการณ์นี้ผมได้ลงพื้นที่ทันทีครับในวันนั้น
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ เห็นภาพนี้ไหมครับ นี่คือภาพผมและทีมกู้ภัยกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ออกมา ท่านประธานครับ ผู้สูญเสียชีวิตทั้ง ๑๓ ศพ ที่ผมได้เข้าไปช่วยเคลื่อนร่างเขาออกมา เขานอนหลับในบ้านโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังมีดินโคลนถล่มลงมา คิดง่าย ๆ หากเขาทั้ง ๑๓ คน ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทั้ง ๑๓ คน จะไม่เสียชีวิตแบบนี้ ท่านประธานครับ นี่คือแผนที่ กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมได้จัดทำแผนที่เสี่ยงภัย ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก จังหวัดภูเก็ต ๒๕๖๗ เพื่อส่งมอบให้หน่วยงาน ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลจุดเฝ้าระวังเหตุแผ่นดินถล่ม ท่านประธานครับ จะเห็นว่าสีแดงที่หมายถึงมีความเสี่ยงสูงนั้นกระจายอยู่ทั่วจุดในเกาะภูเก็ต ขณะที่ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้ใช่ว่าเหตุการณ์จะไว้ใจได้นะครับ เพราะเมื่อวานเองก็ยังมี การเคลื่อนตัวของดินโคลนลงมา ซึ่งเป็นที่กังวลของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ความเสี่ยง ท่านประธานครับ เขาเกิดที่นี่ เขาโตที่นี่ บ้านเขาอยู่ตรงนี้ จะมาบอกให้เขาย้ายไปที่อื่น ผมคิดว่ามันมักง่ายเกินไปครับ ท่านประธานขอเวลา ๓ นาทีนะครับ สิ่งที่เราต้องทำคือ การแจ้งเตือนแบบที่แม่นยำให้กับพี่น้องประชาชน ให้เขาได้ใช้ชีวิตโดยไม่หวาดกลัวให้ได้ เพราะจากการสำรวจของนักธรณีวิทยาพบว่าอาจเกิดดินโคลนถล่มซ้ำในร่องการสไลด์เดิม และร่องอื่นใกล้กับร่องเดิม อาจส่งผลถล่มเพิ่มเนื่องจากฝนในจังหวัดภูเก็ตตกหนัก ในเดือนตุลาคม ส่วนร่องอื่นเท่าที่ผมดูข้อมูลแล้ว ยังมีอัตราอันตราย ตอนนี้รอผลเรดาร์ ที่ทีมงานผมที่ไปสำรวจจะส่งมา
ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมได้พูดมานี้ครับ ต้องมีระบบ เตือนภัยที่สามารถแจ้งเตือนภัยพิบัติจวบจังหวะว่าในขณะนี้มีความพยายามบิดเบือนว่า ระบบไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง มีการตัดงบประมาณปี ๒๕๖๗ ถูกตัดงบประมาณ ในการซ่อมบำรุง ทำให้ไม่มีงบมาซ่อมแซมซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่ากรณีดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการถูกฝ่ายค้านตัดงบ ท่านประธานครับ กรณีนี้สร้างความเสียหาย ต่อพรรคฝ่ายค้านแน่นอน นั่นหมายถึงพรรคผม ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๗ ในชั้นกรรมาธิการนั้นถูกปรับลดเพียง ๑ ล้านบาท ตามสไลด์ที่ท่านประธาน เห็นอยู่นะครับ โดย ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการปรับลดงบประมาณ e-Service และ ๖๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการปรับลดงบประมาณทำบัญชีแร่ ไม่มีการตัดงบประมาณ ค่าบำรุงรักษาเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน ทั้งนี้กรมทรัพยากรธรณีได้เคยชี้แจงในชั้นอนุกรรมาธิการว่างบประมาณในส่วนนี้อาจถูกตัด ในชั้นสำนักงบประมาณ ดังนั้นไม่ใช่การตัดงบของกรรมาธิการงบประมาณในสัดส่วนของ ฝ่ายค้านอย่างแน่นอนครับ ในช่วงจังหวะภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนแบบนี้ ผมคิดว่าการบิดเบือนประเด็นดังกล่าวกันทางการเมืองไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องกล้าหาญที่จะเดินหน้าแก้ไขช่องโหว่ของปัญหาเสีย และถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยต้องมีระบบแจ้งเตือนทุกประเภทครอบคลุมโดยเร็วที่สุด ภัยพิบัติไม่ใช่เหตุการณ์ เหนือจินตนาการ ปูพรมวางระบบเตือนภัยให้เร็วที่สุด หวังว่าการอภิปรายในวันนี้จะเข้าถึงหู รัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ