สกล เสนอใช้เซนเซอร์และไอโอทีบริหารจัดการน้ำ-เตือนภัยทันท่วงที

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

สกล สุนทรวาณิชย์กิจ หารือการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์และระบบไอโอทีเพื่อเตือนภัยและบริหารจัดการน้ำอย่างทันท่วงทีและยั่งยืน พร้อมเสนอให้ใช้ระบบแจ้งเตือนหลายช่องทางรวมถึงระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม และเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูระบบเตือนภัย ควบคุมประตูน้ำและเครื่องสูบน้ำแบบเรียลไทม์ โดยเน้นให้ผู้มีอำนาจแสดงวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างถาวร

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องผู้ประสบภัยชาวเหนือ ที่ประสบเหตุอุทกภัยอยู่ขณะนี้

ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายใน ๒ ประเด็นก็คือ ๑. Sensor เตือนภัยน้ำท่วม และ ๒. การใช้ระบบ IoT บริหารจัดการน้ำเบื้องต้น เพื่อรับมือกับพื้นที่ ที่น้ำยังมาไม่ถึงและอนาคตในปีต่อ ๆ ไปนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ประเด็นที่ ๑ เรื่อง Sensor เตือนภัย น้ำท่วมนะครับ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ลองซื้อตัวแผงวงจร Sensor วัดระดับน้ำสำเร็จรูป จากร้านนัฐพงษ์อิเล็กทรอนิกส์ บังเอิญชื่อเดียวกับหัวหน้าพรรคผมเลยนะครับ ขออภัย ที่เอ่ยนามนะครับ ไม่เสียหายนะครับ ซื้อในราคาเพียง ๑๐๓.๕๐ บาท เท่านั้น ก็เอามาบัดกรี ใช้งานดูก่อน ต่อถ่านไฟ ๙ โวลต์ ราคาอีก ๗๐ บาท รวมสายไฟด้วยก็ไม่เกิน ๒๐๐ บาท ซึ่งสามารถแสดงผลแจ้งเตือนผ่านไฟ LED ได้ เมื่อระดับน้ำในพื้นที่หนึ่งมีความสูงถึง เกณฑ์ต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ไฟสีเขียวคือระดับต่ำหรือระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ เฝ้าระวัง ไฟสีเหลืองก็ระดับกลางคือเตรียมตัวเก็บของพร้อมรับมือ และไฟสีแดงคือน้ำอยู่ใน ระดับสูงหรือระดับน้ำอันตราย ต้องดำเนินการตามแผนอพยพทันทีนะครับ โดยจะทำงาน เมื่อปลายของสายร่วมและสายที่ต่อเข้าหลอดไฟจุ่มน้ำ แสดงว่าน้ำท่วมถึงระดับนั้นแล้ว อย่างเช่น ในภาพกำลังท่วมอยู่สีเขียว ถ้ามันสูงกว่านี้มันก็ท่วมสีเหลือง สีแดงครับ และหากนำ สัญญาณไฟ LED ไปต่อกับอุปกรณ์แจ้งเตือนต่าง ๆ ก็ได้นะครับ เช่น ไซเรน หรือระบบ ส่งข้อความมือถือ หรือเสียงแจ้งเตือนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งผมเห็นว่าสามารถนำมา ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแจ้งเตือนเหตุน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากปีนี้ได้นะครับ โดยติดตั้ง Sensor วัดระดับน้ำไว้ตามแม่น้ำหรือคลองที่เคยมีประวัติน้ำท่วม หรือมีความเสี่ยง ควรมี Sensor เตือนภัยน้ำท่วมอยู่นะครับ หากระดับน้ำท่วมถึงสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง ต้องทำการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในรัศมีโดยรอบให้เตรียมรับมือหรืออพยพ แต่การแจ้งเตือน จะมีแค่ไฟ LED อย่างเดียวก็ไม่พอครับ ควรจะมีทั้ง Cell Broadcast หรือการส่งข้อความ แจ้งเตือนฉุกเฉินไปยังโทรศัพท์ของประชาชนโดยตรงในรัศมีข้างเคียงแบบออนไลน์ และการแจ้งเตือนแบบออฟไลน์ เช่น เสียงไซเรน ไฟแจ้งเตือนวิกฤติ หรือประกาศเสียงตามสาย วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น แก่ประชาชน เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ยากไร้ ที่อาจจะไม่มีโทรศัพท์มือถือ จะได้เข้าถึงการเตือนภัยอย่างเท่าเทียมครับ ข้อดีของ Cell Broadcast ก็คือในโทรศัพท์ ยุคปัจจุบันจะมีข้อความฉุกเฉินที่ร้องเสียงเตือนไม่เหมือนกับข้อความปกติ จะดังเป็นพิเศษ ให้ผู้รับต้องเปิดดู และแถมเรายังใส่รายละเอียดแนะนำแนวทางการปฏิบัติแก่ผู้ประสบภัยได้ด้วย ว่าต้องขนของสูงกี่เมตร หรืออพยพไปจุดไหน แจ้งเรื่องเส้นทางอันตรายที่เสี่ยงกับชีวิตต่าง ๆ ซึ่งในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ก็มีการใช้ Cell Broadcast เพื่อเตือนภัยประชาชนด้วย ดังนั้นระบบที่กล่าวมาก็จึงเป็นอุปกรณ์แจ้งเตือนที่ใช้ในความจำเป็นฉุกเฉินที่เราอาจจะต้องใช้ เพื่อเราจะต้องรอดภายใน ๒ เดือนนี้ให้ได้นะครับ

ต่อมาประเด็นที่ ๒ ก็คือ การบริหารจัดการควบคุมน้ำ ขั้นแรกคือเราต้อง รู้ระดับน้ำที่จะควบคุมก่อน ต้องติดตั้ง Sensor วัดระดับน้ำแบบดิจิทัล สำหรับวัดระดับน้ำ ในคลองส่งน้ำต่าง ๆ เมื่อระดับน้ำมีความเสี่ยงที่จะท่วมหรือท่วมแล้ว รวมถึงเครื่องสูบน้ำ ควรจะต้องควบคุมด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมดได้แล้ว เพราะว่าผมยังเห็นประตูน้ำบางแห่ง ยังใช้มือหมุนอยู่เลย ซึ่งบางที่สนิมกินก็มี เปิดปิดแต่ละทีก็ไม่ทันใช้งานนะครับ ขั้นที่ ๓ คือการสั่งควบคุมระยะไกลได้ ถ้าเป็นในช่วงวิกฤติที่ขาดแคลนคนเฝ้าประตูระบายน้ำด้วย หรือเครื่องสูบน้ำ การเข้าเดินเครื่องช้าไปเพียงนาที อาจจะทำให้สถานการณ์ไม่ทันการณ์ได้ ซึ่งปัจจุบันเราก็มีเทคโนโลยีสั่งการอุปกรณ์ผ่านอินเตอร์เน็ตควบคุมด้วยมือถือ ขนาด Smart Home ยังทำได้ แค่เครื่องสูบน้ำและประตูระบายน้ำทำไมจะทำไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เป้าหมายการบริหารจัดการน้ำที่แท้จริงก็คือการควบคุมระดับความสูงของน้ำในลำคลอง หรือแม่น้ำที่เป็นเป้าหมาย ให้มีความสูงในเกณฑ์ที่ต้องการ เราจำเป็นจะต้องรู้ระดับน้ำ ทั้งระบบ อัตรา และทิศทางการระบายน้ำเข้าออกทั้งระบบ ค่าพยากรณ์น้ำฝนต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อจะได้สั่งการควบคุมได้นะครับ แต่ผมจะไม่ลงในรายละเอียดที่มันยาก ๆ นะครับ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ผมก็ขอเสนอให้มีการพัฒนาระบบควบคุมน้ำใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Sensor Digital ที่กล่าวมาข้างต้น เราบูรณาการข้อมูลกับระบบ IoT หรือ Internet of Things เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการเปิดปิดประตูน้ำและมอเตอร์สูบน้ำอย่างทันท่วงที โดยจะเชื่อมต่อข้อมูลจาก Sensor ระดับน้ำสถานะปั๊มและสถานะประตูระบายน้ำ ส่งไปยังศูนย์ควบคุม IoT ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เราสามารถติดตามและควบคุม สถานการณ์น้ำได้แบบ Real Time ศูนย์ควบคุมจะมีระบบวิเคราะห์ระดับน้ำจาก Sensor และเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากระดับน้ำเกินหรือต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ระบบจะสั่งการให้ เปิดปิดประตูระบายน้ำหรือเริ่มทำงานของมอเตอร์สูบน้ำโดยอัตโนมัติ ระบบจะติดตามน้ำอย่างต่อเนื่อง และปรับการทำงานของประตูน้ำจนกว่าระดับน้ำ จะลดลงหรือเพิ่มขึ้นจนเข้าเกณฑ์ที่เรากำหนด ซึ่งจะช่วยให้การจัดการน้ำมีความแม่นยำ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สรุปก็คือเราต้องเตรียมการเตือนภัยและซ่อมแซมอุปกรณ์เตือนภัย ที่มีให้กลับมาใช้ได้ในระยะเร่งด่วน ๒ เดือนนี้ และพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำ และพัฒนาระบบ Cell Broadcast ของรัฐบาลในระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทย ลูกหลานไทย ออกจากวิบากกรรมน้ำท่วมและน้ำแล้งวนเวียนซ้ำซากแบบนี้เสียที ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรา มีวิศวกรที่เก่ง ๆ เยอะแยะ แต่อำนาจและวิสัยทัศน์นั้นมันอยู่ที่นักการเมืองที่จะเปลี่ยน ประเทศได้ ก็ขอฝากรัฐบาลผู้มีอำนาจเร่งแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ