อานุภาพ ชี้สาเหตุอุทกภัย น้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน เสนอแก้ด้วยการฟื้นฟูระบบนิเวศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย อภิปรายปัญหาอุทกภัยที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ โดยชี้ให้เห็นสาเหตุหลักจากน้ำเหนือไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำและผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการฟื้นฟูระบบนิเวศ ขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช และรักษาความสะอาดแหล่งน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสร้างแก้มลิงเพิ่มเติม

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชนครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมทั้งประเทศเพื่อส่งข้อเสนอแนะให้ ครม. ดำเนินการต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาอุทกภัยที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่นี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หลายคนคงจะจำกันได้ เราประสบเหตุมหาอุทกภัยในปี ๒๕๕๔ ที่สร้างความเสียหาย มูลค่าถึง ๑.๔๔ ล้านล้านบาท และใช้งบฟื้นฟูเยียวยากว่า ๗๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นับเป็นภัยพิบัติ ที่สร้างความเสียหายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเลยนะครับ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เรามีบทเรียนมากขึ้นกับภัยธรรมชาติ มีการวางแผนการบริหารจัดการลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีการใช้งบประมาณในการเตรียมรับมือภัยน้ำท่วมอย่างมหาศาล แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาน้ำท่วมยังจะต้องเผชิญอยู่มากบ้างน้อยบ้างตามสถานการณ์ ซึ่งล่าสุดในขณะนี้ ในหลาย ๆ จังหวัดกำลังเผชิญปัญหาอยู่ สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ วัฏจักรของน้ำ เมื่อน้ำฝนตกลงมาจากฟ้าไหลลงสู่ภูเขา พื้นที่ราบ พื้นดิน ลงลำห้วย คู คลอง หนอง บึง และรวมเข้ากับแม่น้ำสายใหญ่ สุดท้ายก็ต้องไปไหลลงทะเล ในพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และลุ่มน้ำต่าง ๆ ในภาคใต้นะครับ ครอบคลุมในหลายจังหวัด ส่งผลให้พื้นที่ปลายน้ำได้รับผลกระทบจากมวลน้ำ ต้นน้ำแน่นอน ไม่มากก็น้อย อย่างกรุงเทพมหานครถือว่าเป็นพื้นที่ปลายน้ำจังหวัดหนึ่ง มีการก่อสร้าง แนวป้องกันน้ำท่วมที่เกือบจะครอบคลุมทั้งแนวแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็ยังมีช่วงฟันหลอ ของแนวป้องกันอยู่ ซึ่งเราจะต้องคอยเฝ้าระวังในจุดนี้ ซึ่งถ้าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไม่ล้นแนวป้องกันก็ยังถือว่าปลอดภัย แต่จังหวัดอื่น ๆ ที่ยังไม่มีแนวป้องกันนี้ล้วนแล้วแต่ ต้องเผชิญปัญหาน้ำล้นตลิ่ง ท่านประธานครับ เมืองปากแม่น้ำ เมืองชายฝั่งทะเล ซึ่งมีแม่น้ำ หรือคลองต่อสู่ทะเล จะมีการไหลของน้ำแบบน้ำขึ้นน้ำลงตามอิทธิพลของดวงจันทร์ครับ โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนหรืออ่าวตัว ก ไปจนถึงระยอง จันทบุรี ตราด จะขึ้นลงวันละ ๒ ครั้ง แต่อ่าวไทยตอนล่าง เช่น ปากพนัง นครศรีธรรมราช จะขึ้นลงเพียงแค่ครั้งเดียว และปริมาณ น้ำขึ้นลงจะสูงจะต่ำแค่ไหนขึ้นอยู่ที่ภูมิศาสตร์ของชายทะเลนั้น ๆ เช่น ที่ปากอ่าวแม่กลอง บ้านผมนะครับ น้ำลงต่ำสุดที่ ๐.๗ เมตร สูงสุดที่ ๓.๕ เมตร ส่วนที่ปากพนังสูงสุด ๑.๙ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่กระแสลมและปริมาณน้ำฝนที่ตกในขณะนั้นด้วย ท่านประธานครับ เมืองปากแม่น้ำนี้เมื่อน้ำเหนือไล่ลงมาบวกกับน้ำทะเลหนุนสูง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำจะเข้าท่วมทั้งบ้านเรือน ท่วมสวน ท่วมไร่นา ท่วมบ่อปลา บ่อกุ้ง บ่อปู บ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร รวมถึงยังท่วมถนนหนทาง สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นประจำเลย ท่านประธานครับ ในอดีตเวลาที่น้ำท่วม จากน้ำทะเลหนุนจะท่วมไม่นาน ท่วมไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็จะลงครับ เพราะภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษของเรา ในเมืองปากแม่น้ำจะทำเป็นคลองซอยลำประโดงย่อย ๆ จำนวนมาก แตกแขนงเป็นใยแมงมุม ซึ่งเปรียบเสมือนแก้มลิงธรรมชาติ น้ำจึงมีทางไป เพราะพื้นที่รับน้ำ มีเยอะ สิ่งกีดขวางมีน้อย น้ำไหลได้สะดวก แต่ปัจจุบันและในอนาคตปัญหาน้ำท่วม เมืองปากแม่น้ำ เมืองชายฝั่งทะเลจะมีมากขึ้น ทั้งในด้านความถี่คือท่วมบ่อยขึ้น เวลาท่วม ก็จะท่วมนาน แล้วก็ใช้เวลานานกว่าจะลด ทั้งระดับน้ำยังสูงขึ้นในทุก ๆ ปี เพราะหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินทรุดตัว น้ำแข็งจากขั้วโลกละลายเพราะโลกร้อนขึ้น การปล่อยให้ลำประโดง แม่น้ำลำคลองตื้นเขิน มีตะกอนเลน มีการถมคลองทำถนน มีการถมที่ทำหมู่บ้าน การปล่อยให้ มีวัชพืช ผักตบชวา รวมถึงขยะจากมนุษย์ ทำให้แม่น้ำลำคลองตัน น้ำไหลไม่สะดวก เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเมืองปากแม่น้ำ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อย่างจริงจังครับ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญ กับการขุดลอกคูคลองให้กลับมามีสภาพเหมือนในอดีตนะครับ กำจัดวัชพืช ผักตบชวา อย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้สะสมจนแน่นคลอง สร้างจิตสำนึกไม่ให้ทิ้งขยะลงแม่น้ำ ในแหล่งน้ำ สาธารณะ รักษาลักษณะทางกายภาพไว้ ไม่ทับถมบริเวณคลองให้ตื้นเขิน ทำให้น้ำไหล ได้สะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำท่วมเมืองปากแม่น้ำได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลือง งบประมาณในการทำแก้มลิงครับ อีกทั้งยังจะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมช่วยให้ระบบนิเวศ ดีมากขึ้นครับ อ่าวไทยกลับมามีทรัพยากรสัตว์น้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ อย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ แม่น้ำเปรียบเสมือนเส้นเลือด มีความสัมพันธ์กันทั้งเส้นนะครับ ตั้งแต่ต้นขั้วถึงปลายสาย สุดท้ายผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้ ให้ ครม. พิจารณาดำเนินการ ตามที่ผมอภิปรายมานี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ