ณกร ชารีพันธ์ แถลงสนับสนุนญัตติด่วนแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการใช้สื่อนำเสนอประกอบการอภิปราย โดยหารือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงที่เกิดจากน้ำฝน น้ำเขื่อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการทบทวนโครงการเขื่อนที่ส่งผลต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตเกษตรกร พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งสร้างความร่วมมือกับประเทศลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะจีน ในการแชร์ข้อมูลระดับน้ำและแจ้งเตือนภัยอย่างทันท่วงที เพื่อลดความเสียหายและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพิจารณาผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมก่อนตัดสินใจสนับสนุนโครงการพลังงานใดๆ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน วันนี้ขออภิปรายสนับสนุน ญัตติด่วน การแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้ง ๔ ญัตติครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงน้ำท่วมในพื้นที่ ภาคเหนือและพื้นที่ลุ่มน้ำโขงในภาคอีสาน เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า การท่วม ของแม่น้ำโขงมาจากน้ำฝนและน้ำเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีผลต่อการระบายน้ำในแม่น้ำสาขา ในภาคเหนือและภาคอีสาน ตัวอย่างนะครับ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำ จากเขื่อน ทำให้แม่น้ำอิงและแม่น้ำงาวไม่สามารถระบายน้ำลงในแม่น้ำโขงได้ จึงทำให้ น้ำท่วมพื้นที่ดังกล่าว ตามที่เพื่อนสมาชิก สส. จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ล่าสุดวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ สทนช. แจ้งเตือนนะครับว่า พื้นที่บริเวณแม่น้ำโขง น้ำจะสูงขึ้น ๐.๕-๑ เมตร ช่วงวันที่ ๒๕-๓๑ สิงหาคม บริเวณจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจาก ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ รวมกับมีการปล่อยน้ำของเขื่อนด้วย ทำให้บริเวณน้ำโขงพื้นที่ ดังกล่าวมีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง แล้วก็ท่วมไปยังพื้นที่เกษตรกรรมรอบ ๆ นะครับ ท่านประธาน เป็นที่ทราบกันดีครับว่าการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงต้องอาศัย การจัดการน้ำฝนและน้ำเขื่อน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ประกาศแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนเตรียมรับมือเพียงลำพัง อีกทั้งการแจ้งเตือน ดังกล่าวยังขาดความละเอียดและความแม่นยำ ท่านประธานครับ เพราะแม่น้ำโขงในพื้นที่ ทั้งหมดที่ไหลผ่านประเทศไทยกว่า ๑,๕๐๐ กิโลเมตร เรามีสถานีวัดน้ำเพียง ๖ จุด ที่สำคัญ คือไม่รู้ว่าประชาชนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวกี่คนในทั้งหมด ๗ จังหวัด ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร มีวิถีชีวิตใกล้ชิดกับแม่น้ำโขง มาอย่างยาวนาน น้ำโขงเปรียบเหมือนชีวิตลมหายใจของพี่น้องชาวมุกดาหาร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ติดกับริมน้ำ ใช้ทรัพยากรน้ำในการอุปโภค บริโภค ทำเกษตรกรรม จนไปถึง การทำประมงริมชายฝั่งแม่น้ำโขง ผมขอยกตัวอย่างการทำประมงที่จังหวัดมุกดาหาร ของผมนะครับ มีการเลี้ยงปลาในกระชัง โดยเฉพาะปลานิลเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด เนื่องจากมีการไหลเวียนของน้ำ ทำให้การเลี้ยงปลานิลเนื้อปลาไม่คาวเหมือนพื้นที่อื่น และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้พ่อแม่พี่น้องที่เลี้ยงปลานิลกว่า ๒๕๐ ล้านต่อปี และยังไม่รวม พี่น้องประชาชนที่ทำประมงพื้นบ้านอีกนะครับ ที่สามารถเลี้ยงชีพจากการจับปลาขาย ในพื้นที่ดังกล่าว และในภาคเกษตรที่ติดกับแม่น้ำมีการปลูกข้าวอินทรีย์ โดยอาศัยน้ำ จากแม่น้ำโขงทั้งการปลูกข้าวในหน้าแล้งนะครับ สามารถทำได้ถึง ๒ ครั้ง ผมเชื่อนะครับว่า พี่น้องชาวอีสานที่ติดลุ่มน้ำโขงทั้ง ๗ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญและอุบลราชธานี ก็มีวิถีชีวิตไม่ต่างกัน และอาศัยแม่น้ำโขง ในการเลี้ยงชีพ แม่น้ำโขงเปรียบเหมือนชีวิตและลมหายใจของพี่น้องชาวลุ่มน้ำครับ ท่านประธาน
ท่านประธานครับ ปัจจุบันเรามีการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ตอนบน ของประเทศจีน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขื่อนทั้งหมด ๑๔ เขื่อน มีผลต่อการขึ้นลงของระดับน้ำโขง ทั้งในฤดูแล้ง ทำให้เกิดโขงผันผวน เขื่อนโขง โลกร้อน ผลกระทบต่อชุมชนลุ่มน้ำโขง เป็นผลที่ผูกพันกันทั้งสิ้นนะครับ และอนาคตจะสร้างเพิ่มอย่างต่อเนื่องไปอีกเป็นถึง ๒๒ เขื่อนในทุกพื้นที่ที่ผ่านนะครับ จีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา ทำให้เกิดปัญหา สิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ท้ายเขื่อนกับพี่น้องชาวอีสานทั้ง ๗ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ๑. อาชีพ ประมงพื้นบ้าน เลี้ยงปลาในกระชังที่จะทำให้รายได้จากเกษตรกรสูญเสียไป ปริมาณน้ำ ที่ขึ้นลง ไม่สามารถควบคุมการเลี้ยงได้อย่างเป็นระบบ ๒. อาชีพการปลูกพืชริมน้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นการทำนาหรือเกษตรกรรมอื่น ๆ ต้องอาศัยทรัพยากรจากตะกอนที่มากับน้ำ แต่การสร้างเขื่อนก็ทำให้ตะกอนเหล่านี้หายไป ทำให้ไม่สามารถได้ผลผลิตทางการเกษตร อย่างที่ควรจะเป็น และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างถาวรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นต้นไคร้น้ำ หรือว่าต้นหว้าหินเปรียบเสมือนแหล่งอนุบาลปลาหรือเปรียบเสมือนกับปะการัง เป็นบริเวณ ที่ทำให้ปลามาหลบซ่อนวางไข่นะครับ แต่หากสูญเสียระบบนิเวศเหล่านี้จะทำให้ทรัพยากรปลา ในแม่น้ำโขง ลดลง และยังมีแนวโน้มจะทำการสร้างเขื่อนต่อเนื่องอีก ๒๒ เขื่อน คำถามอยากฝากถามถึงรัฐบาลนะครับว่า รัฐบาลยังคงจะอนุญาตให้นายทุนพลังงานไทย ไปสร้างเขื่อนที่ประเทศเพื่อนบ้านอีกหรือไม่ เพราะปัจจุบันมีพลังงานสำรองเกินกว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ เรายังจ่ายค่าไฟแพงอยู่แล้วนะครับ แลกมากับเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ที่ประชาชนตัวเล็กตัวน้อยต้องแบกรับ มันคุ้มค่ากันหรือไม่ครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ โขงผันผวน เขื่อนโขง โลกร้อน ผลกระทบ การรับมือ ชุมชนลุ่มน้ำโขงไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง ประเทศ รัฐบาลจำเป็นต้องมีการทำงานของทูตเชิงรุกมากขึ้น โดยผ่านคณะกรรมาธิการ แม่น้ำโขง หรือ MRC ประกอบด้วย ๔ ประเทศ คือไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม และอาศัยกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง หรือ MLC ประกอบด้วย ๖ ประเทศ คือกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทยและจีน โดยเฉพาะเพิ่มความร่วมมือในการบริหาร จัดการน้ำลุ่มน้ำโขงโดยเฉพาะกับประเทศจีนนะครับ ต้องขอแชร์ข้อมูลระดับน้ำ การแจ้งเตือน ของชุมชนริมน้ำ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการแจ้งเตือนที่รวดเร็ว แม่นยำ ได้รับการวางแผนการระบายน้ำของแม่น้ำสาขาอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อน เพื่อหาความร่วมมือในการฟื้นฟูแม่น้ำโขง ในระยะยาวต่อไป
ท่านประธานครับ จากข้อมูลที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด การบริหาร จัดการน้ำในแม่น้ำโขงยังคงเป็นปัญหา รัฐบาลต้องแก้ไขให้ได้ทั้งระบบ ปัญหาการผันผวน ของระดับน้ำ ปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อน ปัญหาโลกรวน ปัญหาความร่วมมือระหว่างประเทศ ผมจึงขอเสนอแนวทางทั้งหมด ๓ แนวทาง ในการสร้างความร่วมมือร่วมกันครับ
๑. สร้างความร่วมมือระหว่าง ๖ ประเทศในลุ่มน้ำโขงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ความร่วมมือของระดับน้ำ อัตราการระบายน้ำของแต่ละเขื่อน เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยง การเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำสาขา หาความร่วมมือในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ในแม่น้ำโขงให้มีความหลากหลายของสัตว์น้ำและเพิ่มความยั่งยืนของอาหารในภูมิภาคต่อไป
๒. เพิ่มจุดวัดระดับน้ำให้ทันสมัยครอบคลุมมากขึ้น รวมไปถึงมีระบบ การแจ้งเตือนที่ทันสมัย เข้าใจง่าย โดยเฉพาะพี่น้องชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง
๓. ความชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนในการผลิต พลังงานที่นายทุนไทยไปลงทุนอยู่ว่าคุ้มค่าแค่ไหนและยังมีความจำเป็นต้องซื้อไฟอยู่หรือเปล่า เนื่องจากถ้าแลกกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรัฐบาลต้องคิดให้หนักว่าคุ้มหรือไม่ที่ต้อง เอาสิ่งแวดล้อมหรือว่าความสูญเสียของพี่น้องประชาชนไปแลกครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดผมจึงขอสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาทั้ง ๔ ญัตติ ขอบคุณครับ