จุฬาลักษณ์ ชี้น้ำท่วมเชียงรายซ้ำจากน้ำป่า-เขื่อนจีนลาว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗

จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ขออภิปรายด่วนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบซ้ำซากจากน้ำป่าและน้ำระบายจากเขื่อนในจีน-ลาว จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทูตผ่านกรรมาธิการแม่น้ำโขงเพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวางมาตรการป้องกันภัยพิบัติในอนาคต พร้อมนำเสนอภาพประกอบเพื่อประกอบการพิจารณา

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๖ อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วก็อำเภอแม่จัน ๔ ตำบล พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉัน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ซึ่ง ๑-๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธาน ทั้งท่านประธาน เพื่อนสมาชิก แล้วก็ประชาชนทุกคนก็ทราบว่าเกิดอุทกภัย ใหญ่ที่สร้างความเสียหาย ที่อยู่อาศัย เรือกสวน ไร่นา รวมทั้งชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือหลายจังหวัด รวมทั้งจังหวัดเชียงรายด้วยนะคะ ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของอำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล แล้วก็ อำเภอเทิงนะคะ ซึ่งจากสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย มีข้อกังวลว่า จะเกิดแนวโน้มเหมือนกับท่วมในเขตพื้นที่ของดิฉันนะคะ อำเภอแม่สาย ซึ่งมีน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีค่ะท่านประธาน กรณีนี้เคยได้นำมาหารือกับท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ปีที่ผ่านมาแล้วนะคะ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังรออยู่นะคะ ว่าจะเห็นการแก้ไข ในการจัดการน้ำอย่างไร ซึ่งปีนี้ก็ท่วมอีกแล้วค่ะท่านประธาน ท่วมเป็นรอบที่ ๖ ของปีนี้แล้ว พอในเรื่องของพื้นที่ที่เราได้เห็นในจังหวัดเชียงรายที่น้ำท่วมอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทันทีที่เราได้รับทราบถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ทางเรา สส. พรรคประชาชน ของจังหวัดเชียงราย รวมทั้งหัวหน้าพรรค ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เราก็ลงพื้นที่ทันทีค่ะ หลังจากที่ประชุมสภาเสร็จในวันรุ่งขึ้น เราก็ลงพื้นที่เพื่อพบปะพ่อแม่พี่น้องในเขตพื้นที่ ทั้ง ๓ อำเภอนี้นะคะท่านประธาน ซึ่งเราก็ไปรับฟังปัญหาแล้วก็ได้ไปให้กำลังใจกับพ่อแม่ พี่น้องที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ซึ่งในวันที่เราไปนะคะท่านประธาน น้ำอาจจะลดลงไปบ้างแล้ว แต่ว่าบางพื้นที่น้ำก็ยังท่วมขังอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเทิงอาจจะต้องท่วมขังเป็นระยะเวลา ๑-๒ เดือนนะคะท่านประธาน จากในภาพท่านจะเห็นว่าน้ำพัดพาเอาสะพานขาดไปเลยนะคะ ก็คือขาดการเชื่อมโยงระหว่างบ้านทั้ง ๒ ฝั่งของแม่น้ำนะคะ พอเราได้ลงพื้นที่ค่ะ ท่านประธาน เราก็ได้เห็นถึงสถานการณ์ความทุกข์แล้วก็ความเสียใจของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลจากอุทกภัยใหญ่ครั้งนี้นะคะ ซึ่งหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนนะคะ ซึ่งทำให้เราคิดว่าเราก็ไม่อยากให้เกิดสถานการณ์อย่างนี้ซ้ำอีกค่ะท่านประธาน เพราะว่า เป็นสถานการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่มากจริง ๆ แล้วก็ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เงินเยียวยาที่จะได้รับไม่สามารถที่จะเรียกกลับคืนมาได้ กับการเสียหายที่สูญหายไปนะคะ เพราะฉะนั้นในพื้นที่สาเหตุหนึ่งของการเกิดน้ำท่วม นอกจากจะเป็นน้ำหลากจากน้ำป่าแล้วนะคะท่านประธาน สาเหตุหนึ่งที่เราละเลยไม่ได้เลย ก็คือว่าน้ำท่วมในเขตพื้นที่ดังกล่าวนี้ดิฉันจะขออธิบายจากภาพแผนที่นี้นะคะ แผนที่ การสร้างเขื่อนโดยรอบประเทศของเรา โดยเฉพาะทางแม่น้ำโขงตอนบนนะคะ เป็นอย่างนี้ค่ะ ท่านประธาน แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทยแล้วก็ลาว จากจุดที่เรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จนถึงแก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ก่อนที่จะไหลเข้าประเทศลาว ยาวประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร แม่น้ำโขงส่วนนี้ มีเขื่อนจิ่งหงค่ะ ตามสัญลักษณ์เลยด้านบน ตรงวงกลมไว้นะคะ เขื่อนจิ่งหงนี้ตั้งอยู่เหนือน้ำ ในเขตสาธารณรัฐประชาชนจีน ห่างจากพรมแดนไทยประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ซึ่งในช่วง ที่ผ่านมาเขื่อนจิ่งหงมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ ๑๙-๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประเทศไทยเราฝนตกหนักแล้วก็มีน้ำท่วมสูงในแม่น้ำอิง แล้วก็แม่น้ำงาว จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยานะคะ ซึ่งเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้การระบายน้ำของแม่น้ำอิงแล้วก็แม่น้ำงาวลงในแม่น้ำโขงได้ยากขึ้นค่ะท่านประธาน และประกอบกับในอนาคตถ้าหากมีการสร้างเขื่อนปากแบงอีก ตามภาพแผนที่เมื่อสักครู่นี้ เขื่อนจิ่งหงอยู่ด้านบน ส่วนเขื่อนปากแบงจะอยู่ด้านล่างลงไปอีกนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน ก็จะสร้างขึ้นอีกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ห่างจากจุดพรมแดนของไทย ที่ผาได อำเภอเวียงแก่น ไปประมาณแค่ ๙๖ กิโลเมตร และอาจจะทำให้เกิดน้ำเท้อค่ะ หรือว่าน้ำในลำน้ำโขงยกตัวสูงขึ้น แล้วก็อัตราการไหลช้าลง ซึ่งก็จะยิ่งทำให้การระบายน้ำ ของแม่น้ำสาขาของลำน้ำโขงในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นน้ำกก น้ำอิงหรือว่าน้ำงาว ระบายลง แม่น้ำโขงยากขึ้นไปอีกค่ะท่านประธาน นอกจากนี้การที่ประเทศไทยเราก็ไม่สามารถ มีส่วนร่วมกำกับอัตราการไหลของแม่น้ำโขงให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งในส่วนของต้นน้ำ เขื่อนจิ่งหง และปลายน้ำเขื่อนปากแบง ก็จะทำให้แม่น้ำโขงในระยะ ๑๘๐ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำ ที่ประเทศไทยไม่สามารถจะควบคุมได้ค่ะ เพราะฉะนั้นค่ะ ท่านประธาน รัฐบาลจำเป็นจะต้องทำงานการทูตเชิงรุกค่ะ ผ่านคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในการจัดทำ แล้วก็ตรวจสอบรายงานผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่ละเอียด รอบคอบ แล้วก็ตรงไปตรงมาค่ะ เพื่อลดผลกระทบทางลบและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชนไทย ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าสัญญาการรับซื้อไฟฟ้า จากโครงการเขื่อนปากแบง โดยที่ยังไม่มีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในพื้นที่นี้เป็นการกระทำที่เหมาะสมตามหลักสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนหรือไม่ค่ะ ท่านประธาน อยากให้รัฐบาลทบทวนอีกสักครั้งหนึ่ง ทบทวนก่อนที่จะมีการตกลงทำสัญญา ซื้อขายตรงนี้ และไม่ว่าโครงการสร้างเขื่อนปากแบงนี้หรือว่าจะมีโครงการอะไรต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เพื่อจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือก็ตาม อยากจะนำเสนอว่าการจะดำเนินโครงการหรือสร้างสิ่งใดอยากจะให้รับฟังความคิดเห็น จากประชาชนในพื้นที่เสียก่อนเสมอค่ะ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือผลกระทบร้ายแรง ต่อประชาชนในพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ