วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนโดยเน้นการกักเก็บน้ำทางเหนือ การปรับระบบบริหารจัดการน้ำ และการใช้เทคโนโลยีในการจำลองสถานการณ์เพื่อเตรียมการล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเกษตรกร สนับสนุนการใช้เงินดิจิทัลช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที และเสนอให้มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อเร่งการดำเนินการแทนขั้นตอนเดิมที่ช้า รวมถึงเน้นความสำคัญของฝายแกนดินซีเมนต์และศูนย์พักพิงในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเตือนถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำที่อาจก่อวิกฤติในภาคใต้ได้ในอนาคต
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมต้องขึ้นมาพูดในเรื่องของอุทกภัย จริง ๆ ผมพูดไปแล้วหลายครั้ง ถ้ายังแก้แบบนี้ ไม่มีทางครับ อีก ๒๐ ปีก็แก้ไม่ได้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะไล่ขั้นตอนให้ดูว่าจริง ๆ แล้ว มันมีอะไรบ้างที่เราควรจะพูดถึง เราพูดกันถึงน้ำเหนือ วันนี้ทุกคนพูดมาส่วนใหญ่คือน้ำเหนือ หมดเลย แต่ถามว่าเวลาแก้ไขเราเคยพูดถึงทางเหนือไหมครับ เราจะกระจายงบประมาณ ไปในทุกพื้นที่พร้อม ๆ กัน ทำไมเราไม่กักเก็บน้ำไว้ทางเหนือ อย่าปล่อยให้มันลงแม่น้ำยม อย่าปล่อยให้มันลงมาปิง วัง ยม น่าน ทางเหนือ ไม่ให้มันมาไหลรวมกันแล้วท่วมตรงนี้ เราไม่เคยพูดถึงเลย เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะพูดต่อนะครับว่ามีอะไรที่เราควรจะต้อง ดำเนินการ วันนี้ผมจะพูดถึงตั้งแต่ในเรื่องของระบบการบริหารของจังหวัด ผมจะพูดถึง เรื่องของเทคโนโลยีที่ควรนำมาใช้ ผมจะพูดถึงการเยียวยาที่ควรจะต้องดำเนินการว่าควรทำอะไร รวมถึงแนวทางที่ควรต้องดำเนินการ และที่สำคัญที่สุดที่วันนี้จะพูดก็คือว่า เรื่องของ การออกกฎหมายเพื่อแก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ วันนี้จะทำ อ่างเก็บน้ำติด EIA ออกแบบสำรวจ ขออนุญาตป่าไม้ ขออนุญาตอุทยาน กว่าจะเสร็จอีก ๒๐ ปี ก็ไม่เสร็จ เพราะฉะนั้นวันนี้มันต้องมีกฎหมายขึ้นมาตัวหนึ่งเพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ในการแก้ไข ปัญหาวิกฤติ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ปีนี้เป็นปีหนึ่งที่ปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ ผมขออนุญาตเรียนนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ มานี้ ถึงแม้จะมีปี ๒๕๕๔ ปีนี้ปี ๒๕๖๗ เป็นปีที่มี ปริมาณน้ำมากที่สุด ตรงที่ฝายแม่ยมที่แพร่ ปี ๒๕๓๘ ปริมาณผ่านมาแค่ ๑,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีนะครับ ปีนี้ผ่านมา ๑,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ผ่านที่วังชิ้นก็เหมือนกันครับ ซึ่งสุโขทัยรับได้ประมาณสัก ๖๙๐ สุโขทัยคือจังหวัดต่อไปที่จะน้ำท่วมอย่างหนักเลย ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขนะครับ ผมพยายามที่จะเอาประสบการณ์ตอนที่เผชิญน้ำปี ๒๕๓๘ เอามาพูด บอกปีนี้น้ำท่วมแน่นอน แต่ทุกส่วนราชการพยายามตายใจ ไม่พูด
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมอยากเรียนครับว่าถ้าท่านคำนวณ ปริมาณน้ำไม่ได้หรือท่านไม่มั่นใจครับ เอาเทคโนโลยีมาใช้ ภาพที่ปรากฏอยู่ครับ เป็นภาพทำ Simulation ก็คือเอาเรื่องของเทคโนโลยีมาใช้ มันต้องดูตั้งแต่เรื่องของข้อมูลความสูง ของระดับพื้นที่ ดูร่องฝน ดูระดับน้ำในแม่น้ำ ดูสภาพภูมิอากาศ ความกดอากาศ ทิศทางลม ดูทั้งหมด เอามาประมวลทำเป็น Simulation เราจะเห็นเลยครับว่า ถ้าฝนตกที่ไหน น้ำจะท่วม ตรงไหนบ้าง เมื่อไร มันจะได้มีคนเลิกพูดเสียทีครับ น้ำไม่ท่วม น้ำไม่ท่วม น้ำไม่ท่วม ปีนี้หลายส่วนราชการออกมาบอกว่า สบายใจเถอะครับ น้ำไม่ท่วม เป็นอย่างไรครับ ท่วมไหมครับ ผมอยากจะเรียนนะครับว่า วันนี้เรื่องของการเตือนภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แล้วการบริหารงาน ของจังหวัดก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ประสบการณ์ที่เห็นการบริหารงาน ของจังหวัด ส่วนใหญ่จังหวัดจะคิดครั้งเดียว น้ำท่วมแก้ไขจุดนั้นอย่างไร แต่จริง ๆ แล้ว มวลน้ำเมื่อเริ่มต้นจะผ่านเราต้องเตรียมการก่อนครับ ว่าก่อนน้ำท่วมประเมินแล้วถ้าต้อง อพยพก็ต้องอพยพ เอารถออก ย้ายสิ่งของก็ต้องทำ ไม่ใช่กลัวเสียหน้า เดี๋ยวน้ำไม่ท่วม จะเหนื่อยเปล่า ไม่ได้ครับ วันนี้จังหวัดแพร่เป็นตัวอย่างจังหวัดหนึ่งที่หลายคนบอกว่า ไม่ท่วมหรอก จนพี่น้องประชาชนตายใจครับ ไม่เคลื่อนย้าย รถยนต์จมไปไม่รู้กี่ร้อยคัน ข้าวของเสียหาย วันนี้ผมเรียกได้เลยครับว่าพี่น้องที่ประสบภัยนี่แทบจะเรียกว่าหมดเนื้อหมดตัว มันไปหมดจริง ๆ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าต้องเอามาพูดครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถ แก้ไขปัญหานี้ได้เลย ผมอยากให้ท่านประธานดูนะครับ ภาพที่เห็นต่อไปนี้ก็คือภาพบ้านที่อยู่ ริมแม่น้ำยม นี่ครับท่านประธาน ไม่ได้ติดริมน้ำสักเท่าไรนะครับ อยู่ริมน้ำยมลึกเข้ามา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เองกระแสน้ำภายใน ๑๐ วินาที เอาบ้านหลังนี้ไปได้ทันทีเลย ลองดูภาพต่อไปครับ ภายใน ๑๐ วินาทีบ้านนี้ไปทั้งหลังเลย ท่านประธานครับ ถามว่า แล้วเขาจะเหลืออะไร ทรัพย์สินทั้งหมดที่สะสมไว้ที่อยู่ในบ้านไปหมด ไม่มีอะไรแหลือครับ บ้านยังไม่มีให้ล้างเลย หมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ แล้วลองดูพื้นที่นะครับ มันเจาะเข้าไป ในริมฝั่งนะครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ฝั่งทะลายลงนะครับ มันลึกเข้าไปในฝั่งเลย เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน้ำเหนือปีนี้แรงมากนะครับ สามารถทำความเสียหายได้ อย่างที่คาดไม่ถึงจริง ๆ ท่านประธานลองดู มันเว้าเข้าไปเลยครับ เว้าลึกเข้าไปเลย บ้านนี้ เหลือนิดเดียวนะครับ มันเจาะไปลึก เพราะฉะนั้นเห็นได้เลยครับว่าประมาณ ๑๐ เมตร จากฝั่งเข้ามามีโอกาสเป็นอย่างนี้ทั้งหมด ถามว่าเขาทำหินป้องกันพังไหม มีนะครับ แต่มันเอาไปด้วย เพราะฉะนั้นแม่น้ำยมปีนี้แรงมากนะครับ อันนี้ผมต้องขออนุญาต เรียนไว้ก่อนนะครับ ที่นี่เป็นบ้านวังแฟน หมู่ที่ ๕ ตำบลวังชิ้น ที่เกิดเหตุนี้มา ๑๐ วินาที เอาไปหมดเลย ภาพที่เห็นเมื่อสักครู่นี้คือภาพที่บอกว่าเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานครับ เหลือแต่จั่วบ้าน ไม่มีอะไรเหลือเลย ผู้ใหญ่บ้านเหลือแค่นี้ เห็นจั่วบ้านไหม เหลือแค่นั้นครับ มี Drama ที่จังหวัดเกิดขึ้นเหมือนกันนะครับ ก็คือบอกว่าให้ผู้ใหญ่บ้านเอาบัตรประจำตัว ไปรับถุงยังชีพที่จังหวัด ซึ่งห่างเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร ไปไม่ได้หรอกครับ วันนี้ผมต้องเรียนว่า การบริหารงานของจังหวัดในภาวะน้ำท่วม ๑. ถ้าไม่ไปตั้งศูนย์ที่อำเภอนั้น กรุณาส่งของต่าง ๆ ไปให้ที่จังหวัด ถุงยังชีพไม่มีประโยชน์ครับ ถ้าน้ำท่วมไปแล้ว ส่งไปไม่มีประโยชน์ เขาจะกิน เขาจะใช้ วันที่เขาออกบ้านไม่ได้เขาก็จะใช้ เพราะฉะนั้นความรวดเร็วเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้อง ดำเนินการนะครับ
ท่านประธานครับ พืชเกษตร วันนี้ฟังบอกว่าจะมีการเยียวยาแค่เรื่องของข้าว แต่จริง ๆ แล้วพืชเกษตรตายหมดเลยครับ ท่านประธานดูต้นส้ม เพียงแค่ไม่กี่วันต้นส้ม ตายหมด ไม่มีเหลือ เพราะฉะนั้นพืชเกษตรทั้งหมดที่โดนน้ำท่วมปีนี้ไม่มีเหลือเลยนะครับ แล้วถามว่าเขาจะฟื้นฟูได้อย่างไร ไม่มีทางแล้ว หมดแล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้พี่น้องชาวบ้าน หมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ ครับ ทั้งบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย สัตว์เลี้ยงและพืชเกษตรไปหมดครับ โอกาสฟื้นไม่มีเลย นี่คือการเยียวยาที่ผมว่าต้องมองให้ลึกขึ้น พี่น้องฝากบอกนะครับ ท่านประธาน ปีนี้ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ครับ เงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะออกมาครับ ออกเถอะครับ ออกให้ไว เขาต้องการในช่วงนี้ละครับ อย่าช้าไปกว่านี้เลย ภาพนี้เมื่อสักครู่ท่านดูว่าปีที่แล้ว ท่านสมศักดิ์มาชี้ระดับน้ำนะครับ ที่บอกวิกฤติ สุโขทัยน้ำท่วม ท่านชี้ไปตรงนี้คือเป็นระดับที่ ๑๑ เมตรนะครับ ท่านจะมาบอกว่าปีที่แล้วสุโขทัยวิกฤติ และภาพอีกภาพหนึ่งที่เห็น เมื่อสักครู่ครับ เป็นภาพที่ขึ้นไปที่ ๑๒.๘๕ เมตร เพิ่มขึ้นไปอีก มากกว่าปีที่แล้วด้วย เพราะฉะนั้น ปริมาณน้ำที่ผ่านแม่น้ำยมปีที่แล้ว ๑,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ปีนี้ ๑,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปีนี้ทางใต้หนักแน่นอน อันนี้ก็ขออนุญาตส่งข่าวเตือนเอาไว้ล่วงหน้าครับ อย่าประมาทเลยครับ ว่าน้ำไม่ท่วม น้ำในเขื่อนต่าง ๆ ตอนนี้ก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างน่ากลัวนะครับ
อันหนึ่งที่ผมอยากทบทวนเตือนนิดหนึ่ง ท่านที่ไม่ได้อยู่ภาคเหนือ ท่านไม่ได้เจอ น้ำเหนือนี้นะครับ ผมทวงถามนิดหนึ่งครับ ฝายแกนดินซีเมนต์ที่ท่านเคยบอกว่า ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่กักน้ำในหน้าแล้ง น้ำ ๑๐๐ กักไว้สัก ๒๐ ได้นะครับ มันค่อย ๆ ดึงน้ำ ไว้บางส่วน ไม่ให้มวลน้ำทั้งหมดไหลลงแม่น้ำยม ปีที่แล้วมีการตัดงบประมาณของ ฝายแกนดินซีเมนต์ ซึ่งให้ท้องถิ่นไป มันอาจจะทำไม่ได้มากหรอกครับ แต่ถ้ามันมีปริมาณที่มาก มันก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง ท่านไม่มีวันเข้าใจครับ ท่านไม่มีวันเข้าใจถ้าท่านไม่ได้อยู่ในพื้นที่ จริง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้พูดถึงว่าวันนี้ สิ่งที่สำคัญวันนี้ในการแก้ไข นอกจากเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องของการเยียวยา เรื่องที่สำคัญที่สุดคือกฎหมาย แก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติขอรัฐบาลช่วยรับไปเถอะครับ เป็นเจ้าภาพ ออกกฎหมายแก้ไขภัย พิบัติแห่งชาติ เพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าการทำ EIA หรือว่าลดขั้นตอนในการช่วยเหลือ เยียวยา หรือเข้าถึงพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤติ วันนี้ระบบราชการเราติดเรื่องกฎหมาย เรื่องข้อจำกัดตรงนี้มากนะครับ ขอให้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ ออกกฎหมายโดยเร่งด่วนและดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ วันนี้ทั้งสภาแห่งนี้คงเห็นแล้ว ไม่มีอะไรเร่งด่วนเท่าการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ไม่มีอะไรเร่งด่วนเท่ากับ การป้องกันแก้ไขในระยะยาว ขอรัฐบาลนี้ช่วยรับไปดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ