ชัยวัฒน์ ชี้ปัญหาหนี้ กยศ. ไม่สอดคล้องกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หารือปัญหาหนี้ กยศ. ที่ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ แม้ผ่านมานานเกิน 18 เดือน เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการและกระทรวงการคลังเร่งแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้ พร้อมชี้ปัญหาหนี้เสียและข้อมูลเครดิตที่กระทบประชาชน จึงเสนอแนวทางใช้ดิจิทัลฟุตพรินต์ประเมินความเสี่ยงสินเชื่อ เร่งแก้ไขค่าครองชีพและดอกเบี้ยจิ้งจก โดยเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนผ่านการบูรณาการข้อมูลระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ พร้อมเสนอแนวทาง Asset Warehousing สำหรับหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน และการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ด้วยดอกเบี้ยต่ำสำหรับหนี้บริโภคที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและโอกาสในการทำมาหากินของประชาชน

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ในฐานะกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นขอกล่าวในสิ่งที่ยังกล่าวค้างไว้ สักหน่อยครับ เกี่ยวกับหนี้ กยศ. ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการศึกษาของเล่มนี้นะครับ แต่ก็มีลูกหนี้ กยศ. จำนวนมากที่เป็นผู้เดือดร้อน และร้องเรียนผ่านมาทางคณะกรรมาธิการ แล้วก็ทราบว่าในวันนี้กลุ่มลูกหนี้ กยศ. บางส่วนได้นัดหมายไปรวมตัวกันที่สำนักงาน กยศ. เนื่องจากว่ายังไม่ได้รับการคำนวณยอดหนี้ใหม่ ให้เป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติ กยศ. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแม้ว่า กยศ. จะได้แถลงข่าวว่าได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวก็พบว่า คำนวณยอดหนี้ใหม่ทำไปถึงแค่วันที่ ๓๐ กันยายน ปี ๒๕๖๖ เท่านั้นนะครับ จึงได้มีผู้ที่มาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ก็อยากจะขอใช้โอกาสนี้ฝากกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลรักษาการ แล้วก็กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล กยศ. จะให้ลงไปช่วยติดตามว่า หลังจากกฎหมายใหม่บังคับใช้มาเป็นเวลามากกว่า ๑๘ เดือนแล้ว การดำเนินการต่าง ๆ ในการคำนวณยอดหนี้ใหม่ตามกฎหมาย ก็ขอให้ช่วยดำเนินการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้บรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้ กยศ. ด้วยนะครับ แล้วก็ ขอตอบคำถามท่านสมาชิก แล้วก็ขอขอบคุณข้อเสนอแนะต่าง ๆ

คำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหนี้นอกระบบนะครับ อันนี้ต้องขอเรียน ท่านสมาชิกว่า ในคณะกรรมาธิการของเราตอนนี้ก็ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะ เนื่องจากว่าวิธีการแก้ปัญหา แล้วก็ตัวธรรมชาติของปัญหาจะแตกต่างกัน ซึ่งก็ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องของหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ ดังนั้น ขอบเขตการศึกษาของรายงานเล่มนี้จึงจำกัดเฉพาะหนี้ในระบบนะครับ ซึ่งเดี๋ยวรายงาน ของตัวหนี้นอกระบบก็จะรอบรรจุเข้ามารายงานต่อสภาต่อไปนะครับ

สำหรับคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเป็นหนี้เสีย NPL แล้วก็ยังติดอยู่ ในของฐานข้อมูลเครดิต อันนี้ทางคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาก็เห็นปัญหา แล้วก็ได้มีข้อเสนอแนะในหน้า ๑๒๓ ให้ใช้ระบบเกี่ยวกับการให้คะแนนความเสี่ยงนะครับ หรือว่าการทำเป็น Risk Scoring Credit Scoring แทนที่จะดูประวัติการชำระหนี้นะครับ ก็ควรจะเอาข้อมูลที่เป็นข้อมูล Digital Footprint หลาย ๆ ด้านมาประกอบรวมกัน เพื่อพิจารณาการให้สินเชื่อแทนการดูเฉพาะประวัติการชำระหนี้นะครับ ส่วนนี้ในรายงาน ได้มีการให้ข้อเสนอแนะไปด้วยแล้วนะครับ

แล้วก็ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องค่าครองชีพสูงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ค่าโดยสารรถ หรือว่าค่าน้ำประปา อันนี้จริง ๆ เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนะครับ ซึ่งแนวทางการจัดการนี่ ข้อเสนอแนะก็จะมีไปถึงเรื่องของการกระจาย อำนาจทางด้านการคมนาคม แล้วก็การทำสาธารณูปโภค เช่น น้ำประปาด้วย แต่ว่าในเรื่อง น้ำประปานี่อาจจะไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่เราจัดทำขึ้น ซึ่งเนื้อหาต่าง ๆ ที่เป็นข้อเสนอแนะนี่ เข้าใจว่า ทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเราก็จะได้มีการส่งไปยังรัฐบาล แล้วก็จะมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ แล้วเมื่อ ครม. พิจารณาแล้ว ก็จะได้แจ้งกลับมาที่คณะกรรมาธิการนะครับ

แล้วก็มีคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดอกเบี้ย จริง ๆ เรามีข้อเสนอแนะ ที่เกี่ยวข้องกับการคิดดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ในหน้า ๑๒๔ แล้วก็เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ ครัวเรือน ก็คือการปรับโครงสร้างหนี้ เอาหนี้ที่เป็นหนี้ดอกเบี้ยสูง ก็คือหนี้อุปโภคบริโภค หนี้บัตรเครดิตต่าง ๆ มาอยู่ในหนี้ส่วนที่มีดอกเบี้ยต่ำลง โดยการจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ ต้องมีการบูรณาการทางด้านข้อมูลนะครับ ต้องมีการเชื่อมข้อมูล ฐานข้อมูลหนี้ของทั้งลูกหนี้ และเจ้าหนี้หลายราย จึงจะสามารถทำการปรับโครงสร้างหนี้ได้อย่างครบถ้วน

ส่วนคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบของ AMC : Asset Management Company นะครับ อันนี้ก็ได้มีข้อเสนอแนะในลักษณะ เดียวกัน แต่ในของรายงานนี้เราจะใช้ตัวศัพท์ที่เรียกว่า Asset Warehousing ซึ่งก็เป็นการ เอาหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันขายให้กับสถาบันการเงินไปนะครับ แล้วลูกหนี้ก็จะได้เงินกลับมา เป็นสภาพคล่องเอาไปใช้หมุนเวียนก่อน แล้วก็สามารถที่จะเช่าสินทรัพย์เดิมที่เขาใช้อยู่ครับ ใช้สินทรัพย์เดิมของเขานี่ทำมาหากินประกอบอาชีพต่อนะครับ แล้วพอเมื่อมีเงินมาแล้ว สามารถซื้อกลับคืนจากสถาบันการเงินได้ อันนี้ก็จะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะ ของที่เรียกว่า Asset Warehousing ก็จะเป็นคล้าย ๆ กับในลักษณะ AMC ด้วย ซึ่งการปรับ โครงสร้างหนี้ในลักษณะนี้ ก็จะทำได้เฉพาะหนี้ที่มีหลักทรัพย์ มีสินทรัพย์ Asset มาค้ำประกัน ส่วนหนี้หลาย ๆ ตัวที่เป็นหนี้อุปโภคบริโภค ไม่ได้มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มันก็จะไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะนี้ได้ ก็อาจจะต้องปรับโครงสร้างหนี้ โดยปิดหนี้เดิมแล้วย้ายไปทำสัญญาใหม่ในดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านะครับ

โดยสังเขปก็ขออนุญาตตอบคำถามสมาชิกในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ