ไตรรัตน์ แจงผลดำเนินงาน กสทช.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗

ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รายงานผลการดำเนินงานของ กสทช. ปี 2566 โดยครอบคลุมการบริหารคลื่นความถี่ การกำกับกิจการโทรคมนาคมและสื่อสารมวลชน รวมถึงการผลักดันข้อเสนอเข้าสู่เวทีโลกเพื่อประโยชน์ของประเทศ พร้อมชี้แจงความคืบหน้าในการปรับปรุงแผนแม่บทการกระจายเสียงและโทรทัศน์ การจัดประมูลดาวเทียมที่ได้รายได้เข้ารัฐ และการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังเน้นมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการฉ้อโกงผ่านโทรศัพท์และข้อความปลอม ย้ำการส่งเสริมการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงสำหรับทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส และยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินงานพร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสภา

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รักษาการ เลขาธิการคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ขออนุญาตท่านประธาน รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ในการบริหารคลื่นความถี่ และการกำกับดูแลประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และกิจการดาวเทียม ประจำปี ๒๕๖๖ ที่สำคัญต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรสรุปได้ดังนี้

๑. ด้านการบริหารคลื่นความถี่ เพื่อการบริหารคลื่นความถี่อย่างมี ประสิทธิภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ และสอดคล้องกับสากล เกิดความคุ้มค่า และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล กสทช. จึงได้จัดทำร่างแผนแม่บทการบริหาร คลื่นความถี่ ฉบับที่ ๓ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ และจัดทำแนวทางการดำเนินการจัดสรร คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลของประเทศไทย เช่น คลื่นความถี่ ย่าน ๓,๓๐๐-๓,๔๐๐ เมกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ย่าน ๓,๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ เพื่อส่งเสริม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G คลื่นความถี่ย่าน ๒๘ กิกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ที่ใกล้ จะสิ้นสุดการอนุญาตในปี ๒๕๖๘ จำนวน ๔ คลื่นความถี่ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน ๘๕๐ เมกะเฮิรตซ์ ๑,๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๒,๑๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และ ๒,๓๐๐ เมกะเฮิรตซ์ กสทช. ยังได้ผลักดันข้อเสนอที่เป็นประเด็นสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ระดับโลกว่าด้วย วิทยุคมนาคม ค.ศ. ๒๐๒๓ ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ เช่น สามารถใช้คลื่นความถี่ ย่าน ๗.๐๒๕ กิกะเฮิรตซ์ ถึง ๗.๑๒๕ กิกะเฮิรตซ์ เพิ่มเติมสำหรับกิจการโทรคมนาคม เคลื่อนที่สากล และสามารถใช้คลื่นความถี่ย่าน ๗๐๐ ๙๐๐ ๒,๑๐๐ และ ๒,๖๐๐ เพื่อรองรับการใช้สถานีลอยระยะสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในบริเวณพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น

๒. ด้านการกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และกิจการดาวเทียมสื่อสาร เพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐาน การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ให้เกิดความหลากหลายเป็นประโยชน์ ต่อสังคมและสอดรับกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง กสทช. จึงได้ปรับปรุงแผนแม่บท กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๓-๒๕๖๘ และได้พัฒนา หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อาทิ การทบทวนเพื่อยกเลิกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่เผยแพร่ ได้เฉพาะ ในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๕๕ การกำหนดหลักเกณฑ์ การสนับสนุน การผลิตรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ การทบทวนแนวทางการกำกับดูแล อัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ในปัจจุบัน การทบทวนโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศ เป็นต้น ได้จัดให้มีการ ประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๖ โดยมีผู้ชนะการประมูล และได้รับอนุญาตชุดข่ายงานดาวเทียมชุดที่ ๒ ชุดที่ ๓ และชุดที่ ๔ รวมมูลค่าประมูลทั้งสิ้น ๘๐๖ ล้านบาทเศษ ซึ่ง กสทช. ได้นำเงินดังกล่าวส่งให้กับ กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว ได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม โครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่พัฒนาระบบ Cell Broadcasting สำหรับแจ้งเตือน ภัยพิบัติแก่ประชาชน ซึ่งเป็นการบริการทางสังคม หรือ Public Service ที่ภาครัฐต้องให้การ สนับสนุน เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ลดการบาดเจ็บและความเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งปกป้องโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยคาดว่าทุกหน่วยงานจะมีความพร้อม เพื่อให้บริการระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ในช่วงกลางปี ๒๕๖๘

๓. กสทช. ได้ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างยิ่ง โดยได้เร่งดำเนินการมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบแก๊ง Call Center และการส่งข้อความสั้น หลอกลวง ประชาชนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เช่น ได้กำหนดแนวปฏิบัติการกำกับดูแลให้บริการ ส่ง SMS และมาตรการแก้ไขปัญหาการฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นบุคคลที่ผ่านระบบโทรศัพท์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดทำประกาศ กสทช. เรื่องการยืนยันตัวตนและข้อมูลที่เกี่ยวกับ การใช้บริการของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อกำหนดให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ถือครอง SIM ตั้งแต่ ๖ หมายเลขขึ้นไป ต้องยืนยันตัวตนภายในกำหนด และขณะนี้ ได้ร่วมกับธนาคารและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินมาตรการ ตรวจสอบคัดกรองเบอร์โทรศัพท์ Mobile Banking ที่ผูกกับเบอร์บัญชีธนาคาร ให้ใช้ชื่อ ผู้จดทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์ที่ขอเปิด Mobile Banking และเจ้าของบัญชีธนาคาร ต้องเป็นบุคคลคนเดียวกัน เพื่อกำจัด SIM ผีและบัญชีม้าที่อยู่ในความครอบครอง ของมิจฉาชีพ ปูพรมปฏิบัติการตรวจสอบ ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดที่จำหน่าย หรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้อนุญาต ตามแนวชายแดน ที่ประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือลักลอบส่งสัญญาณ หรือให้บริการ โทรคมนาคมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เร่งสร้าง ความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ และอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้สำนักงาน กสทช. และสำนักงานคณะกรรมการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ และความร่วมมือ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อยกระดับการป้องกัน และปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอร์ และให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านศูนย์อินเทอร์เน็ตสาธารณะ หรือศูนย์ USO Net จำนวน ๒,๑๘๔ แห่ง ทั่วประเทศได้พัฒนาต่อยอดระบบ Traffy Fondue เพื่อการบริการให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการแจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายทางไซเบอร์ โดยคาดว่าประชาชนสามารถใช้งานได้ภายในปีนี้

๔. ด้านการจัดการให้มีบริการกระจายเสียง บริการโทรทัศน์ และบริการ โทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสังคม ได้จัดทำประกาศ กสทช. เรื่องแผนจัดให้มี บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อบริการสังคม ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อให้ การขับเคลื่อนภารกิจ USO เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้ใช้แผนจัดให้มีบริการ โทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ฉบับที่ ๓ เพื่อใช้เป็นทิศทาง และเป้าหมายในการส่งเสริมสนับสนุนให้กับประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มคนพิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมให้สามารถเข้าถึง รับรู้ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารในโลก ดิจิทัลอย่างเท่าเทียมผ่านช่องทางที่หลากหลาย

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของสภาแห่งนี้ครับ กระผมขออนุญาตรายงานผลการดำเนินงานของ กสทช. และ สำนักงาน กสทช. โดยสังเขป เพียงเท่านี้ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ปรากฏในรายงานที่เสนอท่านสมาชิกแล้ว ทั้งนี้ ขอเรียน ยืนยันว่า กสทช. และสำนักงาน กสทช. จะดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า หากท่านมีประเด็นคำถามหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ กระผมและผู้บริหารสำนักงาน กสทช. พร้อมที่จะชี้แจงต่อท่านสมาชิกต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ