ชวาล เปิดปมมรดก คสช. ชี้คำสั่ง 4/59 ตั้งโรงงานอันตรายในชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชวาล พลเมืองดี กล่าวถึงผลกระทบจากคำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 ที่เปิดช่องให้โรงงานรีไซเคิลและกิจการอันตรายตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงผังเมือง จนก่อให้เกิดมลพิษรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน โดยยกตัวอย่างกรณีโรงงานในชลบุรีและฉะเชิงเทราที่ก่อความเสียหายร้ายแรงต่อแหล่งน้ำและชุมชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้าแก้ไขและเยียวยาอย่างเร่งด่วน

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ หากใครได้ติดตามการอภิปรายทั่วไปของผม ที่เคยได้พูดถึงมรดกบาป คสช. ที่เปิดทางให้ กลุ่มทุนจีนเถื่อนเข้ามาสร้างอาณาจักรโรงงานขยะผิดกฎหมายที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกันกับที่พบข่าวการตรวจพบกากแคดเมียมหลายพันตัน ซุกซ่อนอยู่ในโรงงาน ซึ่งถ้าท่านได้ฟังคำอภิปรายของผม ท่านจะทราบว่ามรดกบาปของ คสช. ชิ้นนี้ที่ผมกล่าวมาก็คือ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ฉบับนี้ละครับ คำสั่งนี้ออกมาในปี ๒๕๕๙ โดยมีเนื้อหายกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้บังคับใช้ผังเมืองรวมสำหรับกิจการบางประเภท เช่น โรงงานผลิตแก๊สชีวภาพ โรงบำบัดน้ำเสีย เตาเผาขยะ โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล หรือหลุมฝังกลบขยะ โรงงาน Recycle โรงงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย โดยไม่ต้องคำนึงถึงการกำหนด การใช้ประโยชน์บนที่ดินตามกฎหมายผังเมืองแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าโรงงานเหล่านี้ ที่ท่านรู้จักในฐานะเป็นโรงงานที่อาจก่ออันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคำสั่งฉบับนี้เป็นเหมือนใบอนุญาตให้โรงงานอันตรายเหล่านี้ไปอยู่ ข้าง ๆ บ้านของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ตั้งอยู่ในชุมชน หรือว่าตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดีได้ โดยไม่ต้องสนใจสีผังเมืองแต่อย่างใด ท่านประธานครับ เดิมทีโรงงานอันตรายพวกนี้ ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีม่วง ตามกฎหมายผังเมือง ที่ผ่านการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสม ผ่านการประชุมพิจารณาโดยคณะกรรมการผังเมือง หรือแม้กระทั่งผ่านกระบวนการที่สำคัญ ที่สุด คือการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าคนในพื้นที่มีความคิดเห็น อย่างไร ซึ่งเป็นหลักการที่ว่าประชาชนในพื้นที่ควรจะมีสิทธิที่จะกำหนดวิถีชีวิตของเขาเองได้ แต่พอมาถึงยุค คสช. กระบวนการผังเมืองเหล่านี้ก็ถูกยกเว้น โดยคำสั่งฉบับนี้ก็เปิดให้โรงงาน Recycle ทุนจีนเถื่อนที่รัฐบาลของพวกเขาเองยังไม่เอาเลย เขากำลังจะออกนโยบาย Chinese National SWOT หรือ Ban การนำเข้าขยะสู่ประเทศจีน ทำให้โรงงาน Recycle จีนเถื่อนเหล่านี้หลาย ๆ โรงงานต้องย้ายฐานการผลิตใหม่ ซึ่งหวยก็มาออกที่ประเทศไทย ของเรา ทำให้ทุนจีน Recycle เถื่อนพากันเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้คำสั่งฉบับนี้เข้ามา เปิดโรงงานในพื้นที่ชุมชนเอย ในพื้นที่เกษตรกรรมเอย หรือแม้แต่ไปตั้งอยู่ใกล้ ๆ อ่างเก็บน้ำ ที่คนทั้งอำเภอ คนทั้งจังหวัดใช้อุปโภคดื่มกินกัน ปัญหาก็คือเมื่อมีการเข้ามาของกลุ่มทุนจีน Recycle เถื่อนเหล่านี้ มักจะมาพร้อมกับ การไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม หรือแม้แต่ใช้ช่องทางการติดสินบนเจ้าหน้าที่ในการประกอบ กิจการโรงงานอย่างผิดกฎหมาย ทำการปล่อยมลพิษ กากอุตสาหกรรม ของเสีย และสารเคมี อันตรายออกสู่ชุมชน มลพิษที่ได้จากการหลอมก็ปล่อยสู่อากาศ กากและสารเคมีอันตราย ก็ปล่อยลงสู่ผืนดิน ผืนน้ำ ไหลออกสู่ชุมชน ให้คนในชุมชนบริโภคใช้ดื่มใช้กินกันตลอดมา ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ผมอยากให้ทุกท่านได้เห็นให้ชัดเจนก็คือ อาณาจักรโรงงาน Recycle เถื่อนที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ที่ผมเคยได้อภิปรายทั่วไป จุดนี้จุดเดียวครบทุกอย่าง โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเข้ามา โดยอาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ มาตั้งโรงงานอยู่ในพื้นที่นอก ๔ ผังเมืองที่กำหนด มีการลักลอบประกอบกิจการ มีการส่อแวว ว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่ ลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรม สารเคมีอันตรายหลายชนิดสู่ผืนดิน ผืนน้ำ ลำธาร ไหลผ่านที่ดินของชาวบ้าน แม้ผลตรวจจากหน่วยงานรัฐจะพบว่าสารเคมี แทบทุกชนิดเกินมาตรฐาน ตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักพันเท่า ทุกวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานไหน หรือแม้แต่กระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาพูดถึงแนวทางการฟื้นฟูและเยียวยา เลยสักครั้งเดียว อีกที่หนึ่งครับท่านประธาน ที่เป็นตัวอย่างให้ท่านได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า โรงงานอันตรายเหล่านี้พอใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ฉบับนี้ ไปตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ จะส่งผลกระทบขนาดไหน ผมก็จะพาไปดูที่อ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนที่ ๑๖ อันเนื่องมาจาก โครงการพระราชดำริ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงงานแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำราว ๕๐๐ เมตร แล้วประกอบกิจการปล่อยมลพิษ ปล่อยสารเคมีอันตรายสู่พื้นดิน สู่ชั้นน้ำบาดาลและไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ จนอ่างเก็บน้ำเต็มไปด้วย สารเคมีอันตราย ประชาชนใช้ประโยชน์ไม่ได้ น้ำมีความเป็นกรดสูง เปรี้ยวยิ่งกว่ามะนาวเสียอีก โดยที่ชาวบ้านรวมตัวกันต่อสู้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีการฟ้องร้องต่อศาล แล้วก็เพิ่งมี คำพิพากษาให้บริษัททุนจีนบริษัทนี้ต้องชดใช้ความเสียหายกว่า ๑,๗๗๐ ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูดิน ฟื้นฟูน้ำบาดาล ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเงินจำนวนนี้เทียบไม่ได้เลยกับน้ำในอ่างที่ไม่สามารถ ใช้งานได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่ล้มตายไป หรือแม้กระทั่งเทียบไม่ได้เลยกับสุขภาพชีวิตของ พี่น้องชาวพนมสารคาม ท่านประธานครับ โรงงานเหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างจากหลาย หมื่นหลายพันโรงงานที่ใช้คำสั่ง คสช. ฉบับนี้ไปตั้งอยู่ทั่วประเทศ โดยตั้งแต่มีคำสั่งฉบับนี้ ออกมาบังคับใช้โรงงานเหล่านี้ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่เราผ่านยุค คสช. ไปแล้ว โรงงานเหล่านี้ก็ยังผุดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน สร้างผลกระทบมากมายมหาศาลให้กับ สิ่งแวดล้อมและชีวิตของพี่น้องคนไทย ผมก็หวังว่าเพื่อน ๆ สมาชิกจะตระหนักถึงพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่ต้องทนอยู่กับสารพิษอันตรายที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนก่อและไม่ได้เป็นคน เลือกเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเขา ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในอนาคตว่าจะหลงเหลืออยู่เท่าไร ในวันที่ลูกหลานเราเติบโตขึ้นมา อนาคตของลูกหลานเรา อยู่ในมือของทุกท่าน อนาคตของประเทศเราก็อยู่ในมือของทุกท่าน มาร่วมยกเลิกมรดกบาป คสช. ฉบับนี้ด้วยกันครับ ขอบคุณมากครับ