สกล ชี้ร่างแผนไฟฟ้าเอื้อชีวมวลใกล้ชุมชน ขอทบทวนคำสั่ง คสช.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗

สกล สุนทรวาณิชย์กิจ หารือประเด็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติ โดยเรียกร้องให้ทบทวนคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการยกเว้นผังเมือง ซึ่งทำให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลใกล้ชุมชนโดยไม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและไม่มีการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตและแสดงความหวังว่าคำสั่งดังกล่าวที่กระทบต่อประชาชนจะถูกทบทวนหรือยกเลิกผ่านกรรมาธิการวิสามัญในอนาคต

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณช่วงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสอ่านความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP หรือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ Power Development Plan ปี ๒๐๒๔ ที่ JustPow ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน ทางด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแพลตฟอร์ม ในการทำการสื่อสารประเด็นเรื่องพลังงานในประเทศไทยได้จัดทำขึ้น และมีความคิดเห็นของ ประชาชนทั้ง ๕ ภาคเลยครับ หนึ่งในความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างแผน PDP ฉบับนี้ ก็คือ ขอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วย การผังเมืองและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่จะสามารถ สร้างสิ่งปลูกสร้างด้านอุตสาหกรรม และคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้ บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซึ่ง ๒ คำสั่งนี้เป็นผลให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นที่ไหนก็ได้ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ บอกนะครับว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่ดี อย่างไรก็ดี โรงไฟฟ้าชีวมวลยังมีประโยชน์ในการนำขยะ อินทรีย์ซึ่งเผาแล้วนำมาผลิตไฟฟ้าได้ แต่ก็ควรอยู่ในที่ที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะปัจจุบันนี้ โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กในชุมชนเป็นจำนวนมาก โดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการ แสดงความคิดเห็นในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นมา ในแหล่งใกล้เคียงกับที่เขาอยู่อาศัยเลย เพราะโรงไฟฟ้าที่เป็น VSPP Very Small Power Producer ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ขนาดเล็กมาก หรือโรงไฟฟ้าที่มีกำลังขนาดไม่เกิน ๑๐ เมกะวัตต์ ไม่ต้องทำรายงาน EIA หรือการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แค่นี้ก็ขัดหลักสิทธิมนุษยชนแล้วครับท่านประธาน แต่อ่านชื่อคำสั่งอาจจะยังสงสัยครับว่า ๒ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งเกี่ยวกับผังเมืองไม่ใช่หรือ แล้วไม่เห็นมีตรงไหนบอกเลยว่าสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลตรงไหนก็ได้ ก็จะขอเจาะลึกลงในแต่ละ คำสั่งนะครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ ข้อที่ ๑ ให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑๐) บัญญัติว่า กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร จากมาตรา ๘ (๑๐) จะทำให้เห็นได้ว่าหลักประกันเรื่องความปลอดภัยในเรื่องของการเว้น ระยะห่างจากโรงไฟฟ้าอยู่ตรงไหนครับ จากปกติผังเมืองจะมีสีต่าง ๆ เพื่อจัดวางที่ให้เป็น ระเบียบ ให้โรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนได้ เนื่องจากต้องมีการวางแผนเว้นระยะ จากชุมชนโดยรอบ แต่เมื่อมีคำสั่งนี้ สีของผังเมืองก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไปครับ เพราะฉะนั้นโรงไฟฟ้าชีวมวลก็เลยจะไปสร้างตรงไหนก็ได้ ตรงที่ที่ไม่ควรจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวล ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ที่อยู่อาศัย หรือสถานศึกษา ก็ยังสามารถตั้งได้ครับ หรือเขาจะซื้อที่ดิน ผังเมืองสีเขียว ที่ดินเพื่อการเกษตร ซึ่งราคาก็ถูกกว่ามาก มาตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ ก็ยังได้เลยครับ อีกทั้งยังยกเว้นมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมอาคารด้วย ลดอำนาจท้องถิ่นไปอีกนะครับท่านประธาน คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่องของการยกเว้น การใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท สำหรับการประกอบกิจการลำดับที่ ๘๘ โรงผลิตไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข้อ ๒ เป็นโรงไฟฟ้าจากความร้อน ลำดับที่ ๘๙ โรงงานผลิตก๊าซ ลำดับที่ ๑๐๑ โรงงานปรับคุณภาพ ของเสีย ลำดับที่ ๑๐๕ โรงประกอบกิจการคัดแยกฝังกลบสิ่งปฏิกูล และลำดับที่ ๑๐๖ โรงผลิตผลิตภัณฑ์ขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว มันก็มีหลักการและเหตุผลอีกครับว่า จุดประสงค์ที่ยกเว้นการใช้ข้อบังคับเป็นเพราะว่า ประเทศของเรานั้นประสบปัญหาความ ไม่มั่นคงในการจัดหาพลังงานและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาขยะล้นเมือง การตั้ง โรงไฟฟ้าชีวมวลก็เป็นหนทางที่ดีนะครับ ตรงจุดประสงค์ด้วย เพราะโรงไฟฟ้าชีวมวลจะใช้ วัสดุที่เป็นชีวมวลในการเผาไหม้ เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า แต่ขบวนการเผา วัสดุเหล่านี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมากครับ และด้วยการยกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองแล้ว ก็กลายเป็นว่า ๑. แปลว่ามันจะสร้างตรงไหนก็ได้ ในผังเมืองสีอะไรก็ได้ และ ๒. ส่วนใหญ่โรงไฟฟ้าที่ตั้งในชุมชน หรือโรงไฟฟ้า หรือในโรงงาน อุตสาหกรรมเอง ก็เป็นโรงไฟฟ้าประเภท VSPP หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีพลังงานเข้าระบบ ไม่เกิน ๑ เมกะวัตต์ จึงไม่ต้องทำรายงาน EIA เพราะถ้าทำรายงาน EIA นั้น จะต้องมีการผลิต ไฟฟ้าไม่เกิน ๑๐ เมกะวัตต์ นั่นหมายความว่าก็จะไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้คน ในพื้นที่ คนนอกก็ตรวจสอบไม่ได้นะครับ สิทธิมนุษยชน ไหนครับความโปร่งใส ประชาชน ที่ไม่รู้เรื่องก็รับสารพิษจากโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในชุมชนของเราอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธาน และสุดท้ายก็ยังเป็นผลให้ตรวจสอบไม่ได้ด้วยครับว่า โรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่สร้าง ในชุมชนนั้นเป็นโรงไฟฟ้าประเภทไหน เพราะในปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใกล้ชุมชน โดยไม่ได้มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แค่โรงไฟฟ้าชีวมวลก็เกิดก๊าซเรือนกระจก มากพอแล้วครับ แต่ยังพบว่าโรงไฟฟ้าขนาดเล็กบางแห่งก็มีการนำถ่านหินมาผสมด้วย

สุดท้ายนี้นะครับ ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำสั่งที่มี ผลกระทบต่อประชาชนอีกหลายคำสั่งของ คสช. จะถูกยกเลิกในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่กำลังจะตั้งขึ้นต่อจากนี้ไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน