กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งที่เกี่ยวข้องที่ขัดกับนโยบายเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมหารือปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมที่ขยายตัวในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน โดยตั้งข้อสังเกตถึงการนำเข้าขยะต่างประเทศเพื่อรีไซเคิลที่อาจทำให้ไทยกลายเป็นถังขยะของโลก และเรียกร้องให้กรมโรงงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด รวมทั้งเสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 และกำกับกิจการกำจัดมูลฝอยเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและคืนคุณภาพชีวิตให้ประชาชน
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน ท่านประธานคะ ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติ ให้มีการจัดการเศรษฐกิจ Model แบบ BCG เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ไทยไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเศรษฐกิจใหม่ที่ผสมผสานหลักการพัฒนาทั้ง ๓ ด้านด้วยกันนะคะ นั่นก็คือ เศรษฐกิจชีวภาพ Bio Economy เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy และเศรษฐกิจสีเขียว นั่นก็คือ Green Economy ค่ะ โดยคำสั่งที่เอื้อให้เกิดกิจการหมุนเวียน ทรัพยากรแบบนี้ หนึ่งในนั้นก็คือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับประกอบกิจการบางประเภท ขอสไลด์ด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ซึ่งในข้อที่ ๑ ของคำสั่ง กล่าวว่า ให้ยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วย การผังเมืองที่มีผลบังคับอยู่ในวันที่มีคำสั่งนี้ หรือที่จะมีผลใช้บังคับภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่มี คำสั่งนี้ สำหรับการประกอบกิจการดังต่อไปนี้ (๒) ได้ระบุประเภทกิจการที่ยกเว้นไว้ นั่นก็คือ โรงงานลำดับ ๑๐๑ โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม โรงงานลำดับที่ ๑๐๕ โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โรงงานลำดับที่ ๑๐๖ เป็นโรงงาน ประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงาน มาผลิตเป็นวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม รวมไปถึง ประเภทของกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกำจัดขยะมูลฝอย คำสั่งดังกล่าว ส่งผลให้โรงงานประเภท ๑๐๑ ๑๐๕ และ ๑๐๖ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเลยค่ะ แล้วก็แฝงตัว อยู่ในทุกพื้นที่ ไม่สนใจว่าพื้นที่นั้นจะเป็นสีอะไร ที่สำคัญมันทำให้โรงงานประเภทนี้ตั้งอยู่ใน กลางชุมชนได้ เพราะไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายในเรื่องที่ตั้ง ไม่ต้องสนใจว่าใกล้แหล่งน้ำ ใกล้แหล่งเกษตรกรรมชั้นดีหรือไม่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างร้ายแรงค่ะ ท่านประธาน นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าขยะจากต่างประเทศเข้ามา Recycle ในประเทศไทย จนทำให้ หลาย ๆ คนตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นถังขยะของโลกหรือไม่ มีการไหล เข้ามาหาประโยชน์จากธุรกิจโรงงาน Recycle จากนายทุนต่างชาติจำนวนมหาศาลเลยค่ะ จนทุกวันนี้มีโรงงานประเภทดังกล่าวทั่วประเทศมากกว่า ๒,๕๐๐ แห่งไปแล้ว ส่วนใหญ่ ก็จะตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัด ปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดระยอง จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัด สมุทรปราการ เพราะว่าเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม แล้วก็ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง ก็สามารถ ขนเข้าออกประเทศได้อย่างง่ายดาย นี่คือคำถามว่า Model แบบนี้ ส่งผลให้เกิดกิจการ ประเภทแบบนี้ แล้วส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน กับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ อันนี้คือ Bio Circular Economy แบบใด ขยะอุตสาหกรรมเกลื่อนเมือง ประชาชนเดือดร้อนกัน ทุกหย่อมหญ้า ท่านประธานคะ ภาพฝันร้ายที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการประเภทดังกล่าว เช่น กรณีของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ ที่จังหวัดราชบุรี ที่มีการลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม มากกว่า ๑๒,๐๐๐ ตันไว้ใต้ดิน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรอบ และมีการ ปนเปื้อนสารเคมีอย่างรุนแรง น้ำบนดิน น้ำใต้ดินใช้ไม่ได้ค่ะท่านประธาน แม้จะมี การอนุมัติงบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไข ปัญหาเท่าที่ควร อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่จังหวัดระยองบ้านของดิฉัน มหากาพย์ บริษัท วิน โพรเสส ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า ๑๐ ปี ส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพ ด้านวิถีชีวิต กับชุมชนตำบลหนองพะวา อำเภอบ้านค่าย แม้จะมีคำสั่งคำพิพากษาศาลจังหวัดระยอง ให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ยื่นฟ้องทั้งหมด ๑๕ รายแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับ ค่าชดเชยดังกล่าว และหลังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา การแก้ปัญหามลพิษที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง กากอุตสาหกรรมอันตรายก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปกำจัดให้เรียบร้อยเลย นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย ๆ พื้นที่ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นระเบิดเวลารอวันที่จะระเบิด สร้างความเสียหายอีกมากมาย ดิฉันเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้คงไม่มีใครอยากเห็น เหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนี้กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ควรจะเร่ง ตรวจสอบ แล้วก็ควบคุมกิจการประเภทนี้อย่างใกล้ชิด
สุดท้ายทางออกของปัญหานี้คงหนีไม่พ้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นก็คือ การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ นี้เสีย และต้องควบคุมตรวจสอบกิจการประเภทกำจัด มูลฝอย โดยเฉพาะขยะอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิด Bio Circular Economy อย่างมี ทิศทาง แล้วก็มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องสิทธิของชุมชน คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และคืนคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นกับประเทศไทย ขอบพระคุณค่ะ