ธัญธร ธนินวัฒนาธร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก โดยเสนอให้ถ่ายโอนอำนาจการบริหารจัดการและควบคุมการขนส่งทางบกจากส่วนกลางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความเหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการตั้งคณะกรรมการกำหนดค่าบริการและอนุญาตเองได้ เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งสาธารณะที่ขาดประสิทธิภาพและไม่ครอบคลุมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้ง ที่ ๓๐ บางแคและภาษีเจริญ จากพรรคก้าวไกลครับ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับ ระบบขนส่งสาธารณะและแนวทางการบริหารจัดการ โดยปลดล็อกท้องถิ่นออกจากรัฐ ส่วนกลาง โดยจากการสำรวจรวบรวมข้อมูลเราจะเห็นว่าผู้ใช้บริการไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดไหน รวมถึงในกรุงเทพมหานครด้วย ก็จะพบปัญหาเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะไม่ต่างกันครับ และเกี่ยวโยงกันในหลายระดับ โดยผมขออนุญาตจำแนกปัญหาที่พบเป็นข้อ ดังนี้
ปัญหาการขนส่งไม่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ครับ ประชาชนก็ต้องใช้การ เดินเท้า หรือใช้ยานพาหนะของตนเอง บางพื้นที่ก็ไม่มีขนส่งสาธารณะ หรือมีแต่ว่า ขาดประสิทธิภาพ ราคาสูง ไม่สอดคล้องกับค่าแรงของพี่น้องประชาชนครับ การจัดการขนส่ง สาธารณะมีปัญหาจนกลายเป็นภาระของประชาชนครับ ในกรุงเทพมหานครการเชื่อมต่อ รถ ราง เรือ ระบบ Feeder ต่าง ๆ ก็ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้การเดินทางที่ควรจะต่อเนื่อง กลับมีอุปสรรคเป็นภาระของพี่น้องประชาชน ต้องเชื่อมต่อการเดินทางกันเอง และเสีย ค่าใช้จ่ายหลายต่อครับ ในกรณีของต่างจังหวัดเอง โดยเฉพาะปัญหาเส้นทางรถสาธารณะก็ไม่ตรง กับความต้องการของคนในพื้นที่ ไม่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน ศูนย์กลางชุมชน การจัดตั้ง จุดรับส่ง ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟฟ้าต่อเรือก็ไม่ตรงตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ หรือตั้งอยู่ในจุดที่ขาดความเชื่อมต่อของระบบขนส่งสาธารณะครับ ในรูปด้านขวาจะเห็นว่า พี่น้องประชาชนกำลังแบกรถโดยสารอยู่ครับ ภาพนี้ทีมงานผมก็ซื้อลิขสิทธิ์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว การร้องเรียนจากฝั่งประชาชนในด้านความปลอดภัยและการใช้บริการ เช่น รถเมล์ชำรุด การขับรถเร็ว ไม่จอดตามป้าย การบริการต่าง ๆ ก็ยังเรื้อรัง ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใดนะครับ ในสไลด์ถัดไปครับ จากปัญหาข้างต้นที่ผมได้กล่าวมาครับท่านประธาน ท้องถิ่นติดล็อก จากรัฐส่วนกลางอย่างไรครับ หน่วยงานท้องถิ่นที่ผ่านมาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ คิดหาวิธี แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนมาโดยตลอด แต่ติดเพียงแต่ว่าต้องการอำนาจจากส่วนกลางมารอ ในการอนุมัติให้สมบูรณ์นะครับ กฎหมายหลายฉบับก็ยังมีความทับซ้อนระหว่างส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น รัฐส่วนกลางก็ขาดความเข้าใจนะครับ ไม่รู้ข้อมูลปัญหาพื้นที่อย่างดีเพียงพอ นะครับ ไม่สามารถพิจารณาแก้ไขเป็นรายเรื่องได้โดยละเอียดนะครับ ฉะนั้นก็จึงนำมา สู่ประเด็นหลักที่ผมหยิบยกมาอภิปรายวันนี้นะครับ ก็คือการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบกครับ ที่เสนอโดย สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคก้าวไกล และคณะนะครับ โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการปลดล็อกให้หน่วยงาน ท้องถิ่นสามารถจัดการบริการสาธารณะได้ด้วยตนเองนะครับ โดยให้ท้องถิ่นจัดทำ บริการสาธารณะได้ทั้งหมด ยกเว้นทหาร ศาล เงินตรา และต่างประเทศซึ่งทั้งหมดนี้ ก็สอดคล้องกับ ๙ เสาหลักนโยบายของพรรคก้าวไกล คือจังหวัดจัดการตนเองนะครับ
ข้อ ๒ การถ่ายโอนอำนาจให้กับท้องถิ่นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นถนน คู คลอง แหล่งน้ำ ขนส่ง สิ่งแวดล้อม การพิสูจน์ที่ดิน โรงงาน โรงแรม และสถานบริการ ก็โอนไปให้ ท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดกำหนดเส้นทางเดินรถเมล์และระบบการขนส่งอื่น ๆ ได้ตรงกับ ความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตัวเองได้ดียิ่งขึ้นครับ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางบกฉบับนี้ก็จะรวมไปถึงอำนาจการดูแล ควบคุมขนส่งทางบก การอนุมัติอนุญาตของหน่วยงานท้องถิ่น และการจัดสถานีขนส่งในเขตท้องที่นะครับ จากร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางบกฉบับนี้นะครับ ผมขอยกตัวอย่างบางรายมาตรานะครับ
ลำดับที่ ๑ จะเกี่ยวข้องกับอำนาจการควบคุมการขนส่งทางบกนะครับ ในมาตรา ๖ ก็จะเปลี่ยนสัดส่วนประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทุกจังหวัดนะครับ ยกเว้นกรุงเทพมหานครจากเดิมที่เป็นผู้ว่าที่ได้มาจากการแต่งตั้ง เป็นนายก อบจ. ซึ่งมาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน และสัดส่วนในคณะกรรมการก็จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จากพี่น้องประชาชนมากขึ้นนะครับ มาตรา ๘ ในกรุงเทพมหานครเองก็จะเป็นการดึงอำนาจ ออกจากควบคุมขนส่งทางบกกลางให้มาอยู่ที่กรุงเทพมหานครมากขึ้นครับ ส่วนของ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ก็จะลดอำนาจส่วนกลาง เพิ่มอำนาจส่วนท้องถิ่นนะครับ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางดูแลขนส่งประจำทางและไม่ประจำทาง เฉพาะจังหวัดและระหว่างประเทศเท่านั้นนะครับ และให้อำนาจคณะกรรมการควบคุม การขนส่งจังหวัดดูแลตนเองได้ทั้งหมดเลยครับ ดังนั้นการกำหนดเส้นทางเดินรถ กำหนด จำนวนผู้ประกอบการ จำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทาง ไม่ประจำทาง รวมถึงสามารถ กำหนดอัตราค่าขนส่ง กำหนดสถานีขนส่งได้ด้วยตัวเองครับ
ลำดับที่ ๒ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาตของหน่วยงานท้องถิ่น มาตรา ๑๔ ให้นายทะเบียนท้องถิ่นอนุญาตจัดการขนส่งได้ และมาตรา ๑๕ กำหนดเงื่อนไข ในการออกใบอนุญาตของนายทะเบียนท้องถิ่นตามอนุมัติของกรรมการนะครับ ซึ่งไม่ใช่ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางตาม พ.ร.บ. ฉบับเดิม ให้ท้องถิ่นเป็นผู้ตัดสินใจ กำหนดเงื่อนไขข้อนี้ด้วยตนเองครับ
และลำดับสุดท้ายนะครับ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดสถานีขนส่ง ในเขตท้องที่ มาตรา ๑๑๕ อำนาจในกรุงเทพมหานครและในเขตท้องที่ จากเดิมก็เป็นของ ขนส่งทางบกครับ ให้ปรับเป็นอำนาจของกรุงเทพมหานคร หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ละจังหวัดนะครับ และตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดค่าบริการ การอนุมัติ อนุญาต ด้วยตนเองนะครับ มาตรา ๑๑๖ จากเดิมอำนาจการควบคุมสถานีขนส่งซึ่งเป็นของอธิบดี ให้ปรับเป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งนายสถานี เจ้าหน้าที่สถานี ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๑๑๗ การบริหารงานของกรุงเทพมหานคร หรือองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ประธานคณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอื่น อีกไม่เกิน ๘ คน เพื่อควบคุมและดำเนินการที่เกี่ยวกับสถานีขนส่ง และมาตรา ๑๑๙ ให้ใบอนุญาตจัดตั้ง และดำเนินการขนส่งมีอายุตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งไม่เกิน ๒๐ ปีครับ
จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้นะครับท่านประธาน ผมขอสรุปในสาระสำคัญว่า ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ หากได้ถูกนำไปใช้จริง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านโหวตรับหลักการในวันนี้นะครับ ปัญหาด้านการขนส่งสาธารณะก็สามารถถูกแก้ไขได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น จากที่ท้องถิ่น สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางอีก แล้วก็จะไม่เกิด ปัญหาในการขนส่งทางบก การขนส่งสาธารณะวนเวียนเป็นวัฏจักรไม่จบไม่สิ้นนะครับ ทับซ้อนมาเรื่อย ๆ อย่างที่เป็นในปัจจุบันนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน