ว่าที่ร้อยตรี ชี้รถติดภูเก็ตหนัก หลังท่องเที่ยวเปลี่ยนรูปแบบ-ขนส่งล้าสมัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗

สมชาติ เตชถาวรเจริญ หารือปัญหาการจราจรติดขัดในจังหวัดภูเก็ตที่ทวีความรุนแรงขึ้นแม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาเต็มที่ โดยชี้ว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวแทนรถบัสท่องเที่ยว ร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะที่ล้าสมัยและไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการที่ถูกผูกขาดโดยผู้ให้บริการเดิม และการรวมศูนย์อำนาจในการอนุมัติเส้นทางเดินรถ ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะถูกชะลอและไม่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมได้ยินคนภูเก็ตบ่นกันมากวันนี้เรื่องรถติดหนักมากครับ ทั้ง ๆ ที่ช่วงก่อนโควิด-๑๙ รถก็ไม่ติดมากมายเหมือนทุกวันนี้ เรามาดูกันสิครับว่าสาเหตุเกิด จากอะไร เกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงก่อนโควิด-๑๙ หรือเปล่า ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เมื่อเรามาดูตัวเลข นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านมายังสนามบินภูเก็ต พบว่ามีตัวเลขอยู่ที่ ๓,๘๔๕,๐๑๒ คน ในปี ๒๕๖๖ หรือปีที่แล้วนี่เองครับ ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนเท่ากับร้อยละ ๗๐.๘๐ ของ เมื่อปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็คือช่วงก่อนโควิด แล้วเหตุใดภูเก็ตจึงมีปัญหารถติดมากกว่าก่อนโควิดครับ ท่านประธาน เมื่อดูรายละเอียดลึกลงไปก็พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งในอดีตเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ในลักษณะรูปแบบของ Group Tour ขนาดใหญ่ ใช้รถบัสขนาดใหญ่เป็นหลัก ก็ปรากฏว่าในปีที่แล้วนี้เอง ปี ๒๕๖๖ ก็ยังไม่ได้มีการฟื้นตัวสำหรับนักท่องเที่ยวจาก ๒ ประเทศดังกล่าว แต่กลับพบว่า มีนักท่องเที่ยวที่เป็นประเภทท่องเที่ยวแบบอิสระเพิ่มมากขึ้นนะครับ

ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ด้วยครับ ตามลูกศรสีแดงนะครับ คนกลุ่มนี้จะใช้รถยนต์ รับจ้างขนาดเล็กเป็นหลัก และจากข้อมูลนี้เองทำให้เราเจอสาเหตุแล้วครับว่า ทำไมจำนวน รถยนต์บนท้องถนนในภูเก็ตจึงเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงโควิด ขอสไลด์แผ่นถัดไปด้วยครับ และจาก สไลด์แผ่นนี้ เราก็จะเห็นว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ Group Tour ซึ่งก่อนโควิดใช้รถบัส เพียงแค่ ๑ คัน ในช่องที่ ๓ ตามภาพนะครับ กลับกลายมาเป็นทุกวันนี้นักท่องเที่ยวหลังโควิด ใช้รถยนต์ขนาดเล็กในการเดินทาง จำนวน ๓๓ คัน ในปริมาณถนนที่เท่ากันในช่องที่ ๔ เราจะเห็นได้ว่ามีการใช้พื้นที่บนถนนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวครับ คำถามคือ แล้วทำไมพวกเขา ต้องใช้รถยนต์กันล่ะครับ คำตอบก็คือ เพราะไม่มีทางเลือกรถสาธารณะที่ดีนั่นเองครับ ท่านประธานทราบหรือไม่ว่ารถสาธารณะประจำจังหวัดไหนจะดีหรือไม่ดี ใครมีหน้าที่ในการ บริหารจัดการรถสาธารณะในจังหวัดนั้น ตามสไลด์เลยครับ จากภาพจะเห็นได้ว่า คณะกรรมการประกอบไปด้วยใครครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดจังหวัด นายกเทศมนตรีเทศบาลนคร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท ประธานหอการค้าจังหวัด และขนส่งจังหวัดนั่นเอง

ขอสไลด์แผ่นต่อไปครับ จังหวัดใดที่มีการบริหารจัดการขนส่งสาธารณะได้ดี ประชาชนเดินทางสะดวก มีเส้นทางที่ครอบคลุม และมีราคาที่เหมาะสม ประชาชนในจังหวัดนั้น ส่งคำชมเชยสรรเสริญไปยังคณะกรรมการชุดนั้น ในจังหวัดของท่านได้เลยครับ

กลับมาที่จังหวัดภูเก็ตเราต่อครับ ตามภาพเราจะเห็นว่าการพัฒนารถประจำทาง ในปัจจุบันนั้นไม่สอดคล้องกับการใช้งาน ไม่รองรับคนทุกกลุ่ม ไม่ครอบคลุมและไม่เพียงพอ เมื่อเรายังเด็กเราเห็นภาพเด็กนักเรียนโหนรถสองแถวอย่างนี้ไปกลับเช้าเย็น วันนี้เราเป็น คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า ภาพเหล่านี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่จวบจนทุกวันนี้ ไม่ได้มีการ พัฒนาขึ้นเลย อะไรกันครับ คือปัญหา คืออุปสรรคที่เป็นตัวการแช่แข็งการพัฒนานี้ ภาพทาง ด้านขวาครับท่านประธาน เป็นภาพนักท่องเที่ยวที่ยืนรอรถประจำทาง ท่านประธานคิดว่า เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ภาพอย่างนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ครับ ภูเก็ตมี นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก จะให้อิงเฉพาะบริบทการใช้บริการของคนเมือง อย่างเดียวคงไม่ได้ จะต้องอิงด้านการสนับสนุนการท่องเที่ยวและการพัฒนาการท่องเที่ยว

ขอสไลด์แผ่นถัดไปด้วยครับ จากคำถามที่ว่า อะไรละครับที่เป็นตัวการแช่แข็ง การพัฒนานี้ ย้อนไปดูในอดีตนะครับท่านประธาน พบว่าคณะกรรมการควบคุมการขนส่ง ทางบกประจำจังหวัดประชุมกันเพียงปีละ ๑-๒ ครั้งเท่านั้นเอง ปี ๒๕๖๕ ประชุม ๑ ครั้ง ปี ๒๕๖๖ ประชุม ๒ ครั้ง ปีนี้ปี ๒๕๖๗ ก็เพิ่งประชุมไป ๒ ครั้ง แต่หลังจากผมอภิปราย อาจจะประชุมกัน ครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ ก็เป็นไปได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้การพัฒนาเส้นทางและการเดินรถ ประจำทางถูกแช่แข็งไว้แทบจะไม่มีการพัฒนาเลยครับท่านประธาน

ขอสไลด์แผ่นถัดไปครับ หลังจากที่เราพบว่าคณะกรรมการจังหวัดมีการประชุม กันเพียงปีละ ๑-๒ ครั้ง เรามาลองดูคุณภาพจากรายงานการประชุมของคณะกรรมการ กันบ้างครับว่า มีการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอะไรหรือไม่ อย่างไร เมื่อดูรายงาน การประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ พบว่าไม่ได้มีการอนุมัติเส้นทางใหม่ ๆ เลย เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากสอบถามความเห็นเฉพาะกับผู้ให้บริการเดินรถเดิมเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นขีดเส้นใต้ สีแดงไว้ชัด ๆ เลยครับ ก็เป็นบริษัทรถสองแถวคัดค้านการเดินรถบัส

ขอสไลด์แผ่นถัดไปครับ เรามาดูผลสรุปกันต่อครับว่าคณะกรรมการไม่อนุมัติ เพราะอะไร ก็เพราะว่าเกรงจะกระทบกับผู้ประกอบการเดิมครับ โดยมองว่ารถบัส กับรถสองแถวเป็นรถประเภทเดียวกัน ถ้าคณะกรรมการสรุปออกมาแบบนี้ จะทำให้เส้นทาง ใหม่ ๆ ของรถบัสที่รองรับคนทุกกลุ่มจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ ก็เช่นกัน พบว่ามีการอนุมัติเชิญชวนผู้ประกอบการมาเดินรถจำนวน ๓ เส้นทางครับ และพบ รายงานการประชุมตรงส่วนที่ไม่อนุมัติออกมาในทำนองเดียวกันคือ พบว่ามีเส้นทางเดินรถบัส กับรถสองแถวทับซ้อนกันเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เกิดอะไรขึ้นครับ ประธานในที่ประชุมเกรงว่า จะกระทบกับผู้ประกอบการเดิม ก็ปิดประชุมไปเสียดื้อ ๆ อย่างนั้น เราเห็นได้ว่าการพัฒนา รถสาธารณะของภูเก็ตถูกแช่แข็งมาหลายปีแล้วครับท่านประธาน ระบบรัฐของเราไม่เคย มองลงไป ๕-๑๐ ปีข้างหน้าว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เพื่อเตรียมการบริหารจัดการไว้ล่วงหน้า เมื่อเวลาผ่านพ้นไปก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ เพราะเราได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้ เรียบร้อยแล้ว แต่ทุกวันนี้ภาครัฐได้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แก้ปัญหาไปวันต่อวันเท่านั้น กว่าจะได้รับงบในแต่ละโครงการเพื่อมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็ใช้เวลาเป็นปี ๆ ผู้ที่เดือดร้อนคือประชาชน เป็นที่มาของคำว่ารัฐบาลไทยถูกขับเคลื่อนด้วยเสียงก่นด่าของ ประชาชน

พระราชบัญญัติเดิมนั้นยังมีประเด็นการรวมศูนย์อำนาจอีกคือ มาตรา ๒๐ วรรคแรก กำหนดอำนาจหน้าที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดไว้ แต่ปัญหามันคือวรรคท้ายครับท่านประธาน ที่เป็นตัวสีแดงทำตัวหนาไว้ครับ ที่ระบุว่าต้อง ให้ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นและไม่สมควร เนื่องจากอะไรครับ คณะกรรมการการควบคุมขนส่งทางบกกลางไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่ได้รู้ สภาพปัญหาหน้างานจริง ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้ควรจะเป็นเรื่องที่จังหวัดควรจะจัดการกันเอง ภายในใช่หรือไม่ครับ งานรถสาธารณะในปัจจุบันเปรียบเสมือนงานฝากให้ขนส่งจังหวัดดูแล ไม่มีข้าราชการประจำทำงานเต็มเวลาในเรื่องนี้ ทำให้การเดินรถไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ที่ได้รับอนุญาต เพราะไม่มีผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบ ติดตาม หรือยึดคืนใบอนุญาต ทำให้เส้นทางเหล่านั้นกลายเป็นจระเข้ขวางคลอง ทำให้ไม่เกิดเส้นทางใหม่ ๆ ขึ้นครับ