ฐิติมา ฉายแสง รายงานผลการพิจารณาเรื่องการแยกกัญชงออกจากกฎหมายว่าด้วยกัญชา และการควบคุมการใช้พืชกระท่อม เธอเน้นย้ำว่ากัญชงไม่ได้เป็นยาที่ทำให้เมา และมีประโยชน์มากกว่าพืชอื่น ๆ เช่น การผลิตเส้นใย เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง การแยกกัญชงออกจากกฎหมายว่าด้วยกัญชา และการควบคุมการใช้พืชกระท่อม ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสรุปว่าไม่ควรแยกกัญชงออกจาก กฎหมายว่าด้วยกัญชา เหตุผลคือกัญชาและกัญชงไม่สามารถแยกทางกายภาพด้วยตาเปล่าได้ ต้องแยกด้วยปริมาณสาร Cannabinoid ซึ่งต้องทำในห้องปฏิบัติการ แล้วก็บอกด้วยว่า การไม่แยกกัญชง กัญชา ออกจากกัน ทำให้มาตรการในการกำกับดูแล แล้วก็ควบคุม การอนุญาตและบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และง่ายต่อการปฏิบัติ ท่านประธานคะ ขออนุญาตแสดงภาพ แล้วก็ข้อมูลเปรียบเทียบกัญชง กัญชา สักนิดนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ในภาพนี้มันอาจจะเป็นสมัยก่อนละ เราแยกกันได้แบบนี้นะคะว่ากัญชงใบก็จะเป็นแบบนี้ กัญชาก็เป็นใบแบบนี้ ภาพต่อไปค่ะ ตารางที่ดิฉันนำมาเสนอนี้ก็บอกว่า กัญชงมันเรียกว่า Hemp นะ กัญชาเรียก Marijuana นะ ต้นมันสูงมากกว่า ๒ เมตร สำหรับกัญชง กัญชาก็ต้นสูงไม่เกิน ๒ เมตร ปล้องกัญชงข้อยาว กัญชาข้อสั้น แตกกิ่งได้น้อยกัญชง แตกกิ่งได้มากกัญชา แตกกิ่งไปทาง เดียวกันเป็นกัญชง แตกกิ่งสลับกันก็เป็นกัญชา มีเปลือกลอกง่ายกัญชง เปลือกลอกยาก ก็กัญชา มีใบสีเขียวอมเหลือง มีสีเขียวจัดเป็นกัญชาอย่างนี้ แล้วก็ใบมีแฉกที่เรามักจะดู ง่าย ๆ กันว่า ถ้า ๗-๑๐ แฉกมันก็เป็นกัญชง แต่ว่าพอกัญชาก็ ๕ แฉกประมาณอย่างนี้ เราก็จะเห็นรูปลักษณ์แบบนี้ ซึ่งเวลาเราเอามาสูบ กัญชงเขาไม่มาสูบกันเพราะมันปวดหัว แต่กัญชานี้สูบแล้วก็เคลิ้ม มีสาร THC กัญชงมีน้อย ส่วนกัญชามี THC เยอะ นี่เราพูดกันแค่นี้ แต่ว่าตอนนี้เราก็รู้ว่าทางการเจอแล้วว่ากัญชง กัญชา มันไม่สามารถแยกทางกายภาพได้ ด้วยตาเปล่า อันนี้เราทราบ ซึ่งทางกรรมาธิการก็พูดอยู่เสมอเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่ามันมี การผสมข้ามพันธุ์ถูกไหมคะ ตัวกัญชงตอนนี้มันอาจจะกลายเป็นว่ามันอาจจะมีที่บอกว่า มี ๗-๑๐ แฉก ตอนนี้กัญชามันอาจจะมี ๗-๑๐ แฉกแล้วก็ได้ แล้วก็ใบมันก็อาจจะเรียว เหมือน ๆ กันไปแล้วก็ได้ ทีนี้เมื่อมันแยกด้วยตาเปล่าไม่ออก คณะกรรมาธิการ การสาธารณสุขก็เลยสรุปว่า ไม่ควรแยกกัญชา กัญชง ออกจากกันแบบนี้ ทีนี้มันก็มีแนวคิดว่า มันเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยถูกไหมคะว่าในการแยกกัญชง กัญชา มันจะมีกฎหมายเป็นอย่างไร สำหรับดิฉันเองนั้นมีแนวคิดว่าเราต้องมาชั่งน้ำหนัก ดิฉันขออนุญาตชั่งน้ำหนักว่า การที่เรา จะมาผูกติดกัญชง กัญชา อยู่ด้วยกัน แล้วมันจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ประชาชน สักแค่ไหน เพียงไร ท่านประธานสังเกตไหมคะว่าทำไมคนเราไม่ค่อยจะพูดถึงกัญชงกันนัก ไม่ค่อยพูดถึงหรอก พูดแต่กัญชา แล้วก็มีการเหมารวมไปว่ากัญชง กัญชา เป็นยาเสพติด ชอบพูดกันอย่างนี้นะคะ นั่นก็เป็นเพราะว่าคนเรานั้นไม่รู้ค่ะ แล้วก็เพราะว่ามันมีการกีดกัน กันมาในอดีต ในอดีตคือเราผลิตปิโตรเลียมแล้วได้พลาสติก พลาสติกนั้นก็ขึ้นรูปได้เยอะแยะ เหมือนกัน กัญชงมันก็ดันเป็นพืชที่ขึ้นรูปได้เยอะแยะเหมือนกันแบบนี้ ปิโตรเลียมพลาสติก เขาก็กลัวกัญชงมันจะมาแทนที่ มาแย่ง มาแข่ง เพราะฉะนั้นเขาก็เลยใส่ร้ายป้ายสีกัญชงเสีย ให้กลายเป็นยาเสพติดท่านประธาน มันกลายเป็นแบบนี้ไป ทีนี้จริง ๆ แล้วกัญชงมันไม่ได้เป็น ยาเสพติด เขาก็ไม่เอามาสูบกันอย่างที่ดิฉันบอก มันปวดหัว แล้วมันไม่ได้มีสาร THC มาก ที่มันทำให้เคลิ้มอะไรก็แล้วแต่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกก็ชี้แจง อยู่ในรายงานท่านอยู่แล้วว่า กัญชงมี THC น้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มี CBD มากกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ กัญชามี THC เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ มี CBD ไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ บางคนอาจจะไม่ค่อยเข้าใจว่า CBD THC มันคืออะไร THC มันก็คือสารที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ ความจำ ความรู้สึก กัญชงมี THC น้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ คือน้อยมาก น้อยมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทเลย พูดง่าย ๆ ก็คือมันไม่เมา แล้วก็ หากสูบกัญชงนี้กลายเป็นว่ามันปวดหัว เขาก็เลยไม่สูบกัน แต่บางคนสูบกัญชาเพราะว่า กัญชามันมี THC เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ บางคนบอกว่า ๑-๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ พูดอย่างนั้น ซึ่งมันอาจทำให้เคลิ้มซึ่งเราพูดกันอยู่ CBD คืออะไร ก็คือสารตัวหนึ่งที่มันไม่ออกฤทธิ์ ต่อจิตประสาท แต่ว่ามันเป็นตัวที่ช่วยให้ลดอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ ลดการชักเกร็ง กัญชงมี CBD มากกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ และกัญชามี CBD ไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์นั่นเอง ดังนั้นจึงเห็นว่ากัญชงไม่เกี่ยวกับเรื่องจิตประสาทเลย ไม่ได้ทำให้เมา และเราก็ไม่ได้เอามาสูบกัน ดังนั้นท่านประธานคะ เราจึงต้องมาดูหรือคำนึงถึงประโยชน์ ประโยชน์ของกัญชง กัญชงนี้ไม่มีโทษ นี่นะคะประโยชน์ของกัญชง ซึ่งเราดูได้ทั้งใบ ทั้งเมล็ด ทั้งก้าน ทั้งเปลือก ก็คือเรียกว่ารากจนถึงทั้งต้นเลยว่าอย่างนั้นเถอะ กัญชงสามารถทำออกมา ได้เยอะมากทีเดียว และกัญชงนี้ปลูกเพียง ๓-๔ เดือนเท่านั้นเอง ให้เส้นใย ๒๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ราคาก็ ๓๐๐-๕๐๐ บาทต่อกิโลกรัม เพราะฉะนั้นคำนวณเป็นราคาออกมา เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ ใน ๓-๔ เดือน มันอาจจะดีกว่าพืชอื่นด้วยซ้ำไปนะคะ กัญชงสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ดังตารางที่บอกอยู่นะคะ หมายถึงว่า เป็นผลิตภัณฑ์ได้ถึง ๓๐,๐๐๐ ชนิดเลยว่าอย่างนั้นเถอะ แค่เครื่องสำอางยังเป็น ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ชนิดเลยนะคะ ทีนี้ในบ้านหลังหนึ่งหรือว่าห้องประชุมของเราห้องนี้ก็ตาม ท่านประธาน ยกเว้นหลอดไฟกับจอทีวีนี้ที่กัญชงอาจจะทำไม่ได้ แต่นอกนั้นกัญชง ทำได้หมดเลย เพราะฉะนั้นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เขาเอาไปทำเสื้อ มันก็สามารถอยู่กันได้เป็นพันปี มันเป็นประโยชน์เยอะมาก แถมมันมีซิลเวอร์นาโนที่กันเชื้อราได้ด้วย กัญชงนะคะ ทีนี้เป็นที่ น่าเสียดายตรงที่ว่าอย่างพี่ชายของดิฉันคนหนึ่งได้เคยเสนอกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ปี ๒๕๔๔ นะคะ เสนอเป็นแฟ้มเลยให้กัญชงมีประโยชน์มาก แต่ว่าเสียดายว่า รัฐมนตรีท่านไม่มีวิสัยทัศน์พอ ท่านก็เลยไปบอก อย. อย. ตอนนั้นก็บอกว่าไม่ได้หรอก ก็เลยกลายเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ ๒๐ กว่าปีแล้วที่เราเสียหายไปนะคะ ดิฉันคิดว่า เราควรสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกัญชงกันเยอะ ๆ ด้วยซ้ำนะคะ รัฐควรส่งเสริมให้ความรู้ ให้เมล็ดพันธุ์เลย ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมให้กัญชงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม สร้างชื่อเสียง ของประเทศด้วยซ้ำ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก เราจึงมี จุดเด่นจุดนี้ เราต้องทำให้เกิดประโยชน์นะคะ พี่น้องเกษตรกรเราจะได้ประโยชน์ตรงจุดนี้ แต่ปัจจุบันการรับรู้ของคนหลายคนไปด้อยค่ากัญชง ไปบอกว่าเป็นยาเสพติด เราก็เลย ไม่ค่อยจะปลูกกัน แต่ว่ายุโรปเขาปลูกกันไปครึ่งทวีปแล้วท่านประธาน ดิฉันคิดว่าเราต้อง แยกพืช ๒ ชนิดนี้ออกจากกันให้ได้ ต้องทำให้ได้ ตามหลักเกษตรนี้เขาก็ไม่ปลูกใกล้กันอยู่แล้ว เพราะว่ามันกลายพันธุ์กันไปกลายพันธุ์กันมา กัญชงก็เลยไม่ดี กัญชาก็เลยไม่ดี ก็อย่าปลูก ทีนี้กัญชาก็ไปปลูกในโรงเรือนไปสิ กัญชงก็ปลูกทั่วไป เพราะมันเป็นพืชที่สามารถทำได้ ทุกอย่างเต็มไปหมดเลย มันเกิดประโยชน์กับประเทศชาติเป็นแสน ๆ ล้านบาทได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันเลยคิดว่าในทางกฎหมายเราสามารถแยกพืชทั้งสองออกจากกันได้ ด้วยหลักความเท่าเทียมกันทางกฎหมายค่ะ ฟังดูอาจจะสงสัยว่ามันแยกกันอย่างไร หลักทางกฎหมายโดยทั่วไปมีหลักว่ารัฐ ต้องพึงปฏิบัติกับบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน อย่างเท่าเทียมกัน และปฏิบัติต่อบุคคลที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันโดยแตกต่างกัน นี่คือ ความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย รากฐานกฎหมายนี้ทำให้รัฐสามารถกำหนดสิทธิกับบุคคล ในทางกฎหมายได้โดยไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ อย่างเช่น กฎหมายคนพิการ กฎหมายเด็ก คนชรา อย่างนี้เป็นต้น หลักการนี้น่าจะเอามาใช้กับกัญชง กัญชา ต่อไปนะคะ อีกนิดเดียวค่ะ ท่านประธาน ดิฉันเห็นว่าเมื่อรัฐบาลมีเจตนาที่จะทำกฎหมายควบคุมการปลูก การใช้ และครอบครองกัญชา เป็นกฎหมายเฉพาะที่จะนำเข้ามาพิจารณาในสภาเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้เกิด ความเท่าเทียมกันกับผู้ปลูกกัญชงนะคะ รัฐน่าจะออกกฎหมายเพื่อเป็นการสนับสนุนการปลูก การใช้ การครอบครองกัญชงได้เป็นกฎหมายเฉพาะเลย ดังนั้น ถ้าหากเห็นประโยชน์ทาง เศรษฐกิจของการใช้พืชกัญชงนั้นมีมากมายเหลือเกิน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น และอุตสาหกรรมไทยจะมีโอกาสพัฒนามากขึ้น สร้างชื่อเสียงประเทศชาติมากขึ้น เราควรจะใช้ หลักกฎหมายในการแยกพืชทั้ง ๒ ชนิดออกจากกันให้ได้ อย่าคิดแต่จะเอาผิดกับประชาชน อย่างเดียว อย่า และดิฉันจึงเห็นแย้งกับรายงานฉบับนี้ที่สรุปว่าไม่ควรแยกกัญชงออกจาก กฎหมายกัญชานะคะ แล้วก็ขอเรียกร้องให้มีพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์กัญชงด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อวานเรามีพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย เรายังมีได้เลย แล้วกัญชงสามารถทำได้ เป็นแสน ๆ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าหากแยกได้ แล้วก็ควรแยกด้วยซ้ำนะคะ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมากค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน