จาตุรนต์ ฉายแสง พูดถึงปัญหาการถูกกระทบกระเทือนของพรรคการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2557 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนอย่างเปิดเผย และการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง นอกจากนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยที่พรรคการเมืองถูกยุบโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน และไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ความจริง รายงานนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผมเป็นผู้หนึ่งที่ถูกกระทำมาจากระบบกฎหมาย ที่ใช้กับพรรคการเมืองโดยตรง จะไม่พูดก็กระไรอยู่ แต่ว่าที่สำคัญกว่านั้นที่ผมคิดว่าควรจะพูด ก็เนื่องจากเห็นว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแก้ปัญหา การที่ระบบ กฎหมายของประเทศเราได้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ไม่สามารถเป็นเครื่องมือ ของประชาชนในการกำหนดนโยบายและความเป็นไปของบ้านเมืองได้อย่างที่ควรจะเป็น พรรคการเมืองมีความสำคัญอย่างมากในการปกครองระบอบประชาธิปไตย พูดง่าย ๆ แบบให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจก็คือว่า ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ก็จะไม่มีที่ไหนหรอกครับที่ให้ต่างคนต่างสมัคร แล้วก็เป็นผู้แทนอิสระกันไปหมด ใครคิดอะไร ก็ว่าไป ไปเจอกันตอนลงมติแล้วก็ตัดสินแต่ละเรื่องไป แต่เขาจะให้มีการตั้งพรรคการเมือง ขึ้นมาเพื่อรวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ในทางเดียวกัน ทำนองเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน สังเคราะห์ เป็นนโยบายในแต่ละช่วง แต่ละตอนของประเทศ นำเสนอต่อประชาชน และผู้ที่อยู่ใน พรรคการเมืองนั้นก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ประกาศไว้กับประชาชน พรรคการเมืองจึงเป็นเครื่องมือของประชาชนในการที่ไปรวบรวมเอาความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนมาทำให้เป็นนโยบายและนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล กำหนด นโยบายการบริหารประเทศ กำหนดความเป็นไปของประเทศให้เป็นไปตามความต้องการ ของประชาชน และนี่คือประโยชน์ หน้าที่ของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รายงานฉบับนี้ได้เสนอเรื่องต่าง ๆ แนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพรรคการเมือง ในระยะหลังจนมาถึงปัจจุบันนี้อย่างตรงจุดมาก แก้ปัญหาสำคัญ ๆ ตั้งแต่เรื่องการตั้งพรรค การดำรงอยู่ของพรรค ซึ่งก็มีปัญหาทั้งนั้น การหาทุน การได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และการสนับสนุนจากประชาชนหรือภาคเอกชน ไปจนถึงเรื่องของการยุบพรรคการเมือง ในส่วนของเรื่องการยุบพรรคการเมืองนั้นผมมีประสบการณ์โดยตรง แต่จะขอพูดถึง เป็นประเด็นสุดท้าย อยากจะพูดถึงเรื่องสำคัญ ๆ บางเรื่องที่รายงานนี้เสนอ เพื่อให้เห็นว่า ตรงจุด ตรงประเด็นอย่างไร ความจริงในสมัยก่อนพรรคการเมืองเป็นอะไรที่เป็นเรื่องที่ ผู้มีอำนาจในระบอบเผด็จการไม่ต้องการให้มี ไม่ต้องการให้มีบทบาทอะไร หรือไม่ต้องการ ให้มีเลยด้วยซ้ำ ยึดอำนาจในสมัยก่อน เขายุบพรรคการเมืองให้หายไปเลยนะครับ ต่อมาเวลา จะมาตั้งพรรคการเมืองกันใหม่ต้องมาฟื้นพรรคการเมืองกัน เพราะไม่มีพรรคการเมือง ในช่วงหลัง ๆ จากรัฐประหารสักปี ๒๕๓๔ เป็นต้นมา เวลารัฐประหารแล้วเขาไม่ได้ยุบทิ้ง แต่เขาใช้วิธีระงับ ยุติบทบาท ไม่ให้ทำอะไรอยู่นานจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ถึงเวลาเลือกตั้ง ที่ทำอย่างนี้เพราะว่าอาจจะรู้สึกว่ามันขัดสายตาชาวโลกมากเกินไป แต่ก็ไม่ให้พรรคการเมือง มีบทบาทอะไร มาในตอนหลังนี้ครับ ตอนที่รัฐประหารปี ๒๕๕๗ ได้เกิดระบบกฎหมายที่มุ่งทำให้ พรรคการเมืองอ่อนแอในทุกด้าน ที่เสนออยู่นี้เรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง เราก็จะพบว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองในปัจจุบันหรือตามระบบกฎหมายพรรคการเมืองปัจจุบัน ตั้งได้ยาก ได้เย็น ต้องมีสาขา มีผู้มาประชุมเท่าไร อย่างไร ที่สำคัญทำให้พรรคการเมืองมีขนาดเล็ก รายงานนี้บอกว่าต้องการให้พรรคการเมืองยึดโยงกับประชาชน ระบบกฎหมาย หลังการรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ต้องการให้พรรคการเมืองไม่ยึดโยงกับประชาชน ก็คือ เป็นสมาชิกก็เป็นยาก ต้องมีการบริจาค ขาดการบริจาคก็ขาดการเป็นสมาชิก ขาดการเป็น สมาชิกพรรคไม่รายงานไปก็อาจจะถูกข้อหาว่าไม่ให้ข้อเท็จจริงแก่ กกต. ยุบพรรคไปอีก ประชาชนสมัครยากก็เลยไม่สมัคร เมื่อก่อนมีกัน ๑๐ กว่าล้านคนครับ พรรคไทยรักไทย มี ๑๐ กว่าล้านคน๑๐ กว่าเยอะด้วยซ้ำ เกือบจะ ๒๐ ล้านคน ตอนหลังพรรคการเมือง มีสมาชิกกันพรรคละไม่กี่หมื่นคน ไม่กี่พันคนตามกฎหมาย เกินกว่านิดหน่อย ประชาชน ก็ไม่อยากสมัครเป็นสมาชิกพรรค พรรคการเมืองก็ไม่อยากมีสมาชิกมาก ๆ เพราะจะเป็นภาระ ทางกฎหมาย กลายเป็นพรรคการเมืองไม่สามารถเชื่อมโยงกับประชาชนได้ ดำรงอยู่ก็ยาก
ผมขออนุญาตท่านประธาน เพราะว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อสักครู่พูดไป ก็ใช้เวลาสั้นนิดเดียวนะครับ แล้วก็สมาชิกของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลก็พูดกันน้อย ขอขยายเวลาอีกสักหน่อยนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่คิดว่าถ้าพูดแล้วน่าจะเป็น ประโยชน์ในอนาคตต่อไป การดำรงอยู่ของพรรคการเมืองยาก การหาทุน การหาการสนับสนุน จากรัฐบาล ทำไปทำมาการสนับสนุนของรัฐบาลที่มีต่อพรรคการเมืองสนับสนุนเล็กน้อยมากครับ ทั้ง ๆ ที่เราพูดกันมานานแล้วเป็นสิบ ๆ ปีว่า ถ้าจะให้พรรคการเมืองเกิดได้ อยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่ ไม่มีทุนมาก ๆ รัฐต้องสนับสนุน แต่ทำไปทำมาสนับสนุนน้อยมาก แถมการบริจาคช่วยเหลือ พรรคการเมืองสนับสนุนพรรคการเมืองจากประชาชนหรือภาคเอกชนก็ทำได้ยาก จนกระทั่ง กลายเป็นว่าใครจะสนับสนุนพรรคการเมืองก็ต้องไปแอบสนับสนุนใต้โต๊ะอย่างที่ทำกันอยู่ ในบางพรรค บางกรณี แต่คนที่จะสนับสนุนเปิดเผยทำได้จำกัดมาก อันนี้คือไม่ต้องการ ให้พรรคการเมืองได้รับการสนับสนุนจากประชาชน จากภาคเอกชนอย่างเปิดเผย ซึ่งจะดีกว่ามาก ถ้าหากว่าให้มีการสนับสนุนอย่างเปิดเผยและรู้กันไปว่าใครสนับสนุนพรรคการเมืองไหน พรรคการเมืองไหนมีนโยบายเพราะไปรับการสนับสนุนจากใคร ประชาชนก็จะได้ตัดสินได้ถูก แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้นครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน ประเด็นสุดท้าย ขอใช้เวลาอีกหน่อยหนึ่งก็คือ เรื่องของการยุบพรรค ที่ผมจะพูดนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับว่าจะเกิดมีการยุบพรรคการเมือง ในอนาคตอันใกล้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ ไม่ต้องการให้เป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงกัน ผมเคารพในความเห็นของรายงานฉบับนี้ ซึ่งพูดถึงการยุบพรรคการเมืองไว้ การยุบพรรคการเมือง ในอดีตนั้นยุบทิ้งไปเลย เพราะเขาเห็นว่าพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเลย ของระบอบเผด็จการ มาในตอนหลังไม่ยุบแต่ไม่ให้ทำงาน มาปี ๒๕๔๙ ครับท่านประธาน การยุบพรรคการเมืองคือยุบพรรคไทยรักไทย สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร สาเหตุแท้จริง คือเห็นว่าพรรคไทยรักไทยประสบความสำเร็จในการนำความเห็นของประชาชน ความต้องการของประชาชนมาสังเคราะห์เป็นนโยบายแล้วไปหาเสียงและไปประกาศ และไปปฏิบัติ นำไปสู่การปฏิบัติจริงโดยรัฐบาล จนเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างกว้างขวาง พรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ ๒ ของพรรคได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๗๗ คน และนำนโยบายที่ประกาศต่อประชาชนไว้ กำลังแก้ปัญหาประเทศชาติไปตามความต้องการ ของประชาชน และนี่คือสิ่งที่ผู้นิยมเผด็จการไม่นิยม ไม่เชื่อถือประชาชน เขายอมไม่ได้ เขาจึงต้องยุบพรรค ในการยุบพรรคไม่ได้ใช้หลักฐานอะไรที่ชัดเจนครับ ระโยงระยางกันไป จากเรื่องนี้ คนไปพบกันที่นั่น ที่นี่ แล้วบอกว่าเพราะฉะนั้นหัวหน้าพรรคต้องรู้ กรรมการ บริหารพรรคต้องรู้ แล้วก็ยุบพรรคไป บอกว่าไปจ้างพรรคเล็กลงสมัคร สุดท้ายท่านประธานครับ มีการดำเนินคดีผู้ที่ไปจ้างพรรคการเมืองอื่นลงสมัคร จนในที่สุด ไม่มีใครทำผิดทางอาญาเลยสักคนเดียวครับ แต่พรรคการเมืองถูกยุบไปแล้ว ถูกเพิกถอนสิทธิ โดยการใช้กฎหมายย้อนหลัง คำสั่งคณะรัฐประหารนี่ละออกมาแล้วสามารถใช้ย้อนหลัง กับนักการเมืองในขณะนั้น ก็หมายความว่ามันยังไม่เป็นระบบกฎหมายที่ชัดเจน แต่ใช้กัน แบบที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม พรรคไทยรักไทยถูกยุบโดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลด้วย ไม่ใช่ศาลนะครับที่ยุบไป แล้วหลังจากนั้นมาเราจะเห็นว่าที่เสนอในรายงานนี้ ตรงประเด็นหลายเรื่อง ความไม่ได้สัดส่วน พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยนะครับ ผมยกตัวอย่าง ถูกยุบเนื่องจากอะไร กฎหมายต่อมาบอกว่าถ้ากรรมการบริหารพรรคละเลย หรือไปดำเนินการในทางที่ให้ได้อำนาจโดยไม่สุจริต โดยไม่เป็นประชาธิปไตย ก็เป็นอันต้อง ยุบพรรค ปรากฏว่ากรรมการบริหารพรรคของ ๒ พรรคนี้ถูกดำเนินคดีโดย กกต. ว่าไปซื้อเสียง ด้วยเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๒ พรรคนี้เงินประมาณเท่ากันเลย พรรคพลังประชาชนกับ พรรคชาติไทย ปรากฏว่าคน ๆ เดียวบอกว่าไปซื้อเสียง ๒๐,๐๐๐ บาท นำไปสู่การยุบพรรค ยุบพรรคแล้วมีผลต่อการเปลี่ยนรัฐบาล เพราะว่านายกรัฐมนตรีในขณะที่ยุบเป็นกรรมการ บริหารพรรคอยู่ด้วย ล้มรัฐบาลทั้งรัฐบาล ส่วนพรรคชาติไทยก็พอล้ม รัฐมนตรีหลายคนก็ต้อง พ้นไป แต่สุดท้ายท่านประธานครับ ในกรณีของพรรคชาติไทยที่ว่าซื้อเสียง ๒๐,๐๐๐ บาท มีการดำเนินคดีอาญา สุดท้ายอัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากที่ว่าไปจ่ายเงินนั้น เขาเป็นการไปชำระหนี้ให้กับแม่ค้า ไม่มีความผิดทางอาญา ก็คือไม่มีความผิดอะไรเลย แต่ยุบไปแล้ว ยุบไปเพราะว่าพรรคชาติไทยมีความผิดที่ไปร่วมมือกับพรรคพลังประชาชน ตั้งรัฐบาล ความไม่เป็นสัดส่วน ความไม่เป็นเหตุเป็นผล คือไม่ผิดทางอาญาเลยแต่ยุบ ยุบแล้ว เพิกถอนสิทธิ ทั้ง ๆ ที่คนที่ถูกเพิกถอนสิทธิไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่องด้วยเลย ไม่มีโอกาสไปชี้แจง กับคณะที่ตัดสินยุบพรรค ในเวลาต่อมาคือศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้จะเห็นว่าการยุบพรรค ที่ทำ ๆ กันมามันไม่เป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผล เป็นการใช้กฎหมายโดยคณะบุคคล จะเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ศาลหรือจะศาลรัฐธรรมนูญที่บางครั้งก็เกิดจากการแต่งตั้ง กันมาโดยการแทรกแซงของคณะรัฐประหารมายุบพรรคการเมือง เพราะดำเนินการทางการเมือง ไม่เป็นไปตามความต้องการ ความยินยอมของผู้มีอำนาจที่ไม่เชื่อมโยงกับการเลือกตั้ง การยุบพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาจึงเกิดขึ้นมาในลักษณะนี้ เป็นการขัดแย้ง ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นการทำลายเครื่องมือที่สำคัญของประชาชน ในการที่จะกำหนดนโยบายและความเป็นไปของประเทศ และในยุคปัจจุบันพรรคการเมือง คือเครื่องมือของประชาชนที่จะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นประชาธิปไตยขึ้น ดังนั้นการที่เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ พรรคการเมืองที่จะครอบคลุมทั้งการก่อตั้ง การดำรงอยู่ การทำกิจกรรม การหาทุน หารายได้ การรับการสนับสนุนจากภาครัฐและจากประชาชน ไปจนถึงการสิ้นสุดของ พรรคการเมือง การไม่ควรให้ยุบพรรคการเมืองง่าย ๆ ที่ไม่มีใครเขาทำกันในโลก นอกจาก ประเทศที่เป็นเผด็จการสุด ๆ ซึ่งมีเหลืออยู่ไม่กี่ประเทศในโลกนี้ จึงเป็นรายงานที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการที่จะพัฒนาการเมืองของประเทศไทย แก้ไขให้ระบบกฎหมาย ของประเทศไทยเป็นระบบกฎหมายที่ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ ขัดขวางการปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นกฎหมายที่ส่งเสริมให้พรรคการเมือง มีความเข้มแข็ง เป็นเครื่องมือของประชาชนได้ ไม่ใช่เป็นอะไรที่อ่อนแอ ทำอะไรไม่ได้ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุน รายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้นะครับ และหวังว่าในอนาคตเราจะได้ร่วมกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองทั้งหลายจะได้ร่วมกันแก้ไข ปรับปรุงระบบ กฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองให้ถูกต้อง ให้เป็นประชาธิปไตยและให้พวกเราทั้งหลาย ทั้งพรรคการเมืองและนักการเมือง สามารถเป็นเครื่องมือของประชาชนในการแก้ปัญหา ประเทศ ในการพัฒนาประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ให้เป็นอารยะประเทศแบบเขาบ้าง ขอบคุณครับ