สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม เสนอการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพรรคการเมือง โดยลดอายุของผู้จัดตั้งพรรคลงจาก 20 ปี เป็น 18 ปี และให้พรรคสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้เพื่อหาเงินสนับสนุน นอกจากนี้ยังเสนอการยกเลิกการกำหนดให้พรรคส่งนโยบายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง และปรับขึ้นเงินบริจาคที่พรรคสามารถรับได้จากบุคคล นอกจากนี้ยังเสนอการเปลี่ยนแปลงเงินอุดหนุนพรรคให้สูงขึ้น 1,000 บาท และขอกรมสรรพากรโอนเงินนั้นให้พรรคโดยตรง

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตยนะครับ ก็ขอสนับสนุน รายงานฉบับนี้นะครับ เพราะว่าก็เป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากตัวแทนของ หลายพรรคการเมืองนะครับ เราพูดกันไปแล้วในเรื่องของการจัดตั้งได้ง่ายนะครับ มันเป็น เสรีภาพขั้นพื้นฐานในการรวมตัวกัน รวมถึงการลดอายุของผู้จัดตั้งพรรคการเมืองนะครับ จากเดิมบรรลุนิติภาวะมาเป็น ๑๘ ปี ผมขอพูดในหมวดของการดำรงอยู่ได้นะครับ จะดำรงอยู่ได้ได้อย่างไรครับ ทุกองค์กร ทุกสถาบันก็เป็นเรื่องของทรัพยากรทางเงินนะครับ เราไม่อยากจะให้พรรคการเมืองต้องไปอยู่ใต้นายทุน อยากให้ประชาชนสามารถร่วมเป็น เจ้าของกันได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเรื่องการขายสินค้าออนไลน์จำเป็นนะครับ เพราะเป็น ช่องทางในการหาเงินของพรรคการเมือง เพราะปัจจุบันการใช้งบประมาณที่เราต้อง ไปขอจากกองทุนพัฒนาการเมืองมีข้อจำกัดมากครับ ผมเองจัดกิจกรรมหลายครั้ง ไปขอ มีข้อจำกัดเยอะนะครับ ทำไมละครับ ประชาชนเขาอยากจะบริจาคให้พรรค ใช่ไหมครับ เขาก็มีเจตจำนงชัดเจนอยู่แล้วว่าจะให้พรรคการเมืองที่เขาติดตาม ที่เขาชื่นชอบ ที่เขาเป็นสมาชิก อยากจะไปดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทำไมเราต้องให้ไปผ่านกองทุน พัฒนาการเมือง อันนี้ผมเห็นว่าสมควรแก้ไขนะครับ ระหว่างนั้นในการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ก็ควรจะอำนวยความสะดวกในการจัดประชุม ตั้งสาขาหรือทำอะไรก็แล้วแต่นะครับ สามารถ ทำผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ หลายครั้งองค์ประชุมมีปัญหานะครับ เพราะต้อง มาประชุมกัน แล้วประชาชนก็ไม่ได้อยู่ในที่ที่เดียวกันตลอดเวลา บางทีทะเบียนบ้านเขาอยู่ ตรงนี้และเขาไปทำงานที่อื่น ไปทำธุระที่อื่น ไม่ว่างพร้อมกันหมดนะครับ ผมคิดว่าในสมัยนี้ เรายังประชุมออนไลน์กันได้เลย ทำไมเราจะไม่สามารถจัดดำเนินการผ่านช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้ในการประชุมนะครับ นอกจากนั้นก็จะลดภาระธุรการและภาระค่าใช้จ่าย ของพรรคการเมืองนะครับ เช่นเดียวกันครับ การสมัคร การลาออก ควรทำผ่านช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ เพื่อลดภาระทางธุรการ มันต้องเป็น Paper ตลอดเวลาเลยหรือครับ มันต้องเป็นเอกสารตลอดเวลาหรือครับ เดี๋ยวนี้ทุกอย่างก็สามารถทำผ่านมือถือ ผ่านช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมอยากจะร่วมอภิปรายนะครับ ก็คือยกเลิกการกำหนด ให้พรรคการเมืองต้องส่งนโยบายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำไมหรือครับ พรรคการเมืองก็รับผิดชอบต่อประชาชนอยู่แล้วนะครับ เสนอนโยบาย ทำไมคณะกรรมการ การเลือกตั้งไม่ได้มีหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญมาจัดทำนโยบายสาธารณะนะครับ ควรเปิดโอกาส ให้พรรคการเมืองใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบนโยบายนำเสนอต่อประชาชน ก็ถือว่าเป็นสัญญาประชาคมที่พรรคการเมืองให้กับประชาชน แล้วเขาต้องรับผิดชอบ ต่อประชาชนอยู่แล้ว นโยบายไม่ดีคนก็ไม่เลือกนะครับ ไม่ควรเป็นหน้าที่ กกต. เลยที่จะมารู้ดีกว่า พรรคการเมือง ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมขออภิปรายด้วยนะครับ รายได้ขยายความนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่เราพูดถึงเรื่องรายได้ จริง ๆ พรรคการเมืองก็เป็นนิติบุคคลครับ สามารถกู้จาก บุคคลได้นะครับ ทำไมหรือครับ มันผิดตรงไหน แล้วก็ประเด็นที่ให้พรรคการเมืองสามารถ ประกาศรายชื่อผู้บริจาคเงิน ประโยชน์อื่นใด ทรัพย์สินตามที่ กกต. กำหนด จากเดิม ๕,๐๐๐ บาทก็ควรจะปรับขึ้นนะครับ ให้เป็นไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท การรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใด โดยผู้บริจาคนั้นประสงค์จะบริจาคให้เพื่อประโยชน์ในการดำเนิน กิจกรรมของพรรคการเมือง ก็ให้พรรคการเมืองจัดทำเอกสารหลักฐานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ เขาก็มีเจตจำนงที่จะให้อยู่แล้ว มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ

พูดถึงเรื่องสินค้าออนไลน์นะครับ เราก็กลัวเรื่องการแสวงหากำไร คือมันไม่ใช่ อย่างนั้นครับ มันไม่ใช่มาจัดสรรกันเองระหว่างคณะกรรมการบริหาร มันก็เอามา เพื่อดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะให้ขายราคาเท่าทุนนี่มันเป็นไปได้อย่างไรครับ เราต้องการ จะเอากำไรมาเพื่อเอามาประกอบกิจการของพรรคนะครับ เพราะฉะนั้นการขายสินค้า ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำรายได้มาทำประโยชน์ เพื่อมาจัดสรรให้กับการใช้จ่าย พรรคการเมืองก็น่าจะต้องทำได้นะครับ

การกำหนดผู้เสียภาษีเงินได้ซึ่งไม่ใช่นิติบุคคล มีเจตนาในแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เราหักกับทางสรรพากร ก็ควรจะอุดหนุนเพิ่มได้นะครับ ให้รัฐนำเงินที่ตนได้เสียภาษีไว้อุดหนุนพรรคการเมืองที่ตนระบุพรรคใดพรรคหนึ่ง จากเดิมทีปีละ ๕๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาทนะครับ อันนี้ก็คิดว่าควรจะปรับนะครับ และให้กรมสรรพากร โอนเงินดังกล่าวให้พรรคการเมืองโดยตรงเลยนะครับ โดยไม่ต้องโอนเข้ากองทุนพัฒนา การเมืองก่อน อันนี้ก็เป็นประเด็นเรื่องของการให้ลดหย่อนภาษี แล้วก็กำหนดให้ผู้เสียภาษี สามารถแสดงเจตนาในแบบแสดงรายการเงินได้บุคคลธรรมดาที่ตัวเองต้องการจะอุดหนุน ก็เป็นเจตจำนงของเขานะครับ แล้วก็ไม่เป็นเงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อพัฒนาการเมือง โดยให้กรมสรรพากรโอนเงินดังกล่าวให้แก่พรรคการเมืองโดยตรงเลย โดยไม่ต้องผ่านกองทุน พัฒนาการเมืองนะครับ ก็ขอฝากประเด็นไว้ในเรื่องของการดำรงอยู่ของพรรคการเมือง ซึ่งเรื่องเงิน เรื่องรายได้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ควรจะอำนวยความสะดวกให้พรรคการเมืองครับ ขอบคุณมากครับ