กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเสนอให้เพิ่มนิยามสิทธิชุมชน ลดระยะเวลาทอดทิ้งที่ดินเพื่อให้รัฐรับคืนได้เร็วขึ้น และปรับปรุงกระบวนการออกโฉนดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมหารือปัญหาการออกโฉนดที่ดินในตำบลบึงเสนาท จังหวัดนครสวรรค์ ที่ล่าช้าและคลาดเคลื่อน โดยเสนอให้ใช้หลักฐานอื่นนอกเหนือจากแผนที่อากาศเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินได้อย่างเป็นธรรม และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนกรณีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ รวมทั้งผลักดันให้มีการเร่งรัดการออกโฉนดชุมชนอย่างเป็นระบบ
เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นขอขอบพระคุณ ท่านนิพนธ์ คนขยัน สส. บึงกาฬ ที่พร้อมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดย สส. อภิชาติ ศิริสุนทร ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีพื้นที่ดินกว่า ๓๒๐ ล้านไร่ แบ่งที่ดินออกเป็น ๒ ประเภท ก็คือที่ดินเอกชนและที่ดินของรัฐ ถ้าสไลด์พร้อม เรียนเชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
จากปัญหาและที่มานะครับ ผมขออนุญาตสรุป เบื้องต้นต้องขอบคุณข้อมูลจาก สส. อภิชาต สำหรับข้อมูลเรื่องนี้ กระบวนการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะ เงื่อนของเวลานะครับ การทอดทิ้งหรือไม่ได้ทำประโยชน์ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือเป็น การสละสิทธิในที่ดินโดยเจตนา ปัจจุบันเงื่อนไขเวลาดังกล่าวค่อนข้างยาวนานก็คือ กว่า ๑๐ ปี รวมถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางในการดำเนินการ เพื่อให้ที่ดินที่ถูกทิ้งร้างตกเป็นของรัฐ และการจำกัดหลักฐานที่สามารถดำเนินการออกโฉนด ที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่อาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยว หรืออยู่ในเขต ที่ดินของรัฐ แนวทางการแก้ปัญหาครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ขอเป็น ๓ ข้อ ในแนวทาง แก้ปัญหาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้
ข้อแรกก็คือเพิ่มนิยามครับ ให้เป็นสิทธิชุมชน กำหนดให้ชุมชนเป็นผู้ทรงสิทธิ ในที่ดินตามที่ได้รับอนุญาต และมีสิทธิในการดูแลรักษาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในการเข้าถือครองและใช้ประโยชน์ร่วมกันตามวิถีชุมชน
ข้อ ๒ ก็คือเพิ่มประสิทธิภาพในการนำที่ดินรกร้างมาเป็นของรัฐ ลดเงื่อนไข เวลาในการทอดทิ้ง หรือไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน ให้กรรมสิทธิ์ให้สั้นลง
ข้อ ๓ คือเพิ่มความเป็นธรรมในการออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ที่ดินกำหนดให้ใช้หลักฐานอื่นได้นอกจากระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศในการ พิสูจน์สิทธิการทำประโยชน์ในพื้นที่ แล้วก็กำหนดเวลาให้กรมที่ดินต้องดำเนินการเพิกถอน การออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วก็เปิดช่อง ให้สำหรับการออกโฉนดสำหรับผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ส.ป.ก. ได้รับการพิสูจน์สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ แล้วก็ให้กระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการสอบสวนการออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยออกคลาดเคลื่อนโดยมิชอบตามกฎหมายครับ ผมขอสไลด์แผนที่เลยนะครับ วันนี้ขอยกตัวอย่างของปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน ก็คือ เรื่องของที่ดินทำกินของประชาชนชาวนครสวรรค์ ตำบลบึงเสนาท อำเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ จากแผนที่นี่เป็น Website ของกรมที่ดินที่พูดถึงตัวหนังสือเอกสาร น.ส.ล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่มีกว่า ๑๖๒,๓๕๘ แปลง มีประชากรหลายแสนคนอาศัย ทำกินและเป็นที่อยู่อาศัย โดยการครอบครองของรัฐ ปัญหาก็คือนี่เป็นหนังสือ น.ส.ล. เลขที่ นว. ๐๒๐๙ บึงเสนาทเป็นที่สาธารณประโยชน์กว่า ๑,๘๘๒ ไร่ ตรงกลางเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ก็มีความผิดพลาดในอดีต ในเรื่องของการออกนโยบาย การนำสถานที่แห่งนี้ที่เป็นพื้นที่ ลุ่มต่ำน้ำท่วมทุก ๕ ปี มาทำเป็นมหาวิทยาลัย ตอนนั้นหมดเงินกว่าหลายร้อยล้านบาท ในการสร้างอาคาร ตอนนี้อาคารนี้ก็เป็นอาคารที่สมบูรณ์แข็งแรงแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกแล้ว เพราะว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้ย้ายไปที่อีกพื้นที่หนึ่งที่เขาทองแล้วนะครับ ผมขอสไลด์ถัดไป เรื่องนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง อบต. บึงเสนาท แล้วก็ประชาชนร้องเรียนผ่านผมเข้ามา แล้วก็ พูดถึงการออกโฉนดชุมชนที่ล่าช้า ที่เนิ่นช้า กว่าสิบปีก็ยังไม่สามารถออกโฉนดชุมชนได้ ตัวเจ้าหน้าที่รัฐเองก็กระอักกระอ่วนใจ ในการที่ต้องทำการแปะป้ายออกหมายให้ประชาชน ที่ทำการก่อสร้างให้รื้อถอนอาคารนั้น เพราะว่าก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนประชาชนเอง ก็อยู่มาก่อนอย่างยาวนานหลายพันครัวเรือนในพื้นที่แห่งนี้ที่อยู่มาก่อน แล้วก็ไม่สามารถ สร้างหรือต่อเติมที่อยู่อาศัยที่เขาอยู่ในพื้นที่นี้ได้นะครับ สำหรับเรื่องนี้หากมีการออก กฎหมายฉบับนี้ แก้ไขเพียงไม่กี่มาตราสามารถให้เปลี่ยนแปลงจากกฎกติกาที่หยุมหยิม และเนิ่นช้าจากหน่วยงานของรัฐ จากมหาดไทยเปลี่ยนมาเป็นชุมชนกับท้องถิ่นโดย อบต. ทำประโยชน์ร่วมกัน ในการขออนุญาตในการใช้พื้นที่ หากแก้ไขปัญหาเรื่องนี้แล้ว ประชาชน ก็คงไม่ต้องกังวลครับว่า วันดีคืนดีจะถูกกฎหมายจากท้องถิ่นให้ทุบ รื้ออาคารที่ตนเอง อยู่อาศัย จะไม่ต้องกังวลครับว่าวันดีคืนดีถูกฟ้องร้องขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ที่ตนและ ครอบครัวอาศัยอยู่อย่างยาวนาน
ท้ายนี้ครับ ผมขอสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดย สส. อภิชาติ ศิริสุนทร ในครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ