แนน ชี้การจัดตั้งกองทุนอุดมศึกษาช้าไป ต้องมองโลกอนาคต 5 ปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗

แนน บุณย์ธิดา สมชัย เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา แต่กังวลว่าแผนการดำเนินงานช้าเกินไปและอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงานในอนาคต จึงเสนอให้ปรับยุทธศาสตร์โดยเชื่อมโยงกับกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นต้น เพื่อผลิตบุคลากรสายวิทยาศาสตร์รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างทันการณ์แทนการเน้นเฉพาะปลายทาง

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่ดิฉันจะได้อภิปรายใน พ.ร.บ. อุดมศึกษา ในการแก้ไข พ.ร.บ. ในครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี เพราะว่าท่านนั่งฟังตั้งแต่ ผู้อภิปรายท่านแรกจนถึงดิฉันก็ประมาณเกือบ ๆ ๒๐ ท่านแล้วนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวแก้ไข ท่านรัฐมนตรีได้เสนอกับสภาผู้แทนราษฎรมานั้นนะคะท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า ฟัง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่าน ทุก ๆ ท่านเห็นด้วยค่ะ ซึ่งดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต้อง บอกว่าเห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษาขึ้นมา แต่อาจจะมีมุมมองที่ต่าง ออกไปสักนิดหนึ่งในประเด็นที่ว่า ในการจัดตั้งกองทุนนี้ เสียดายนิดหนึ่งค่ะ ช้าไปหน่อย ทำไมถึงบอกว่าช้าไปหน่อย เพราะว่าจากที่ดูเนื้อหาทั้งหมดแล้วก็วัตถุประสงค์ต่าง ๆ ในการ จัดตั้งกองทุนนี้เข้าใจว่าเพราะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นท่านปทิดาได้ พูดถึงว่า การตั้งต้นของกองทุนนี้มาจากอะไรก็ตามแต่นะคะ แต่ประเด็นก็คือว่าสิ่งหนึ่งที่ น่าเป็นห่วงค่ะ เพราะว่ากองทุนนี้ความตั้งใจคือ ต้องการพัฒนาความเป็นเลิศของ สถาบันอุดมศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับการชี้แจงก็คือว่า เราต้องการจะสร้างบุคลากรหรือสร้างคน ขึ้นมา แต่เท่าที่ทราบปัญหาในปัจจุบันนี้ค่ะ การที่เราเป็นลักษณะ Top-down Policy ลงไป ก็คือว่ารัฐบาลตั้งโจทย์หรือ อว. หรือคณะกรรมการกองทุนนี้ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อให้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือหน่วยต่าง ๆ เข้ามา Pick งานเพื่อขอรับทุนตัวนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้อง เป็นห่วงค่ะ เป็นห่วงในประเด็นไหน เป็นห่วงในประเด็นที่ว่า ในขณะนี้โลกแห่งการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วพอสมควร แล้วต้องบอกว่าเมื่อดูเนื้องานของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการขอรับงบประมาณเมื่อตอนงบประมาณปี ๒๕๖๗ เราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ มหาวิทยาลัย มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่อง AI เรื่อง Semiconductor ค่อนข้าง หลากหลายที่นะคะ ที่มีการเพิ่มสาขาวิชาการเรียนนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือว่าการที่เราจะเป็นผู้กำหนดในการให้หน่วยงานเข้ามาเพื่อขอรับทุน เราต้องบอกว่า กลายเป็นว่ามันไม่ได้มองแค่ว่าโลกปีนี้เราเป็นอย่างไร กลายเป็นว่าหน่วยงานนี้ กองทุนนี้ คณะกรรมการชุดนี้จะต้องมองไปข้างหน้ามากกว่า ๕ ปีเพื่อที่จะไปเข้าสู่ระบบการผลิต บุคลากรออกมา เพื่อที่จะเป็นตลาดแรงงานต่าง ๆ ให้เราได้ใช้ แต่ปัญหาหนึ่งที่พบ ๆ กัน แล้วก็ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ได้พูดถึงการขาดบุคลากรในการเป็นคุณครูในการศึกษาขั้นต้น และสิ่งหนึ่งที่เราทราบกันดีว่าขณะนี้นักเรียนจบใหม่ กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์จบจากสายสังคม แต่ดูจากที่ท่านนี่ความต้องการของเราน่าจะไปเน้นทางสายวิทยาศาสตร์เสียเยอะ ปัญหาหนึ่ง ที่ดิฉันกลัวค่ะ เรามีทั้งกองทุนวิจัย แล้วเราจะเพิ่มกองทุนตัวนี้มาอีกอันหนึ่งเพื่อพัฒนา บุคลากรคนนั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องถามกลับไปว่าเมื่อท่านให้เงินกองทุนแก่สถาบันศึกษาไปแล้วนั้น ไปสร้างสภาพสิ่งแวดล้อม ไปสร้างบุคลากรเพื่อการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคนขึ้นมา ต้องถามต่อว่าเราจะเอานักเรียนที่ไหนขึ้นมาเรียน ถ้าการศึกษาขั้นต้นของเรานี่ แน่นอนค่ะ ขณะนี้นักเรียนเราลดลง ประชากรโลกลดลง มหาวิทยาลัยเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเราส่งเสริมให้ มีมหาวิทยาลัยเอกชนมากขึ้น แต่ผ่านมา ๒๐ ปี กลายเป็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดแก่ มหาวิทยาลัยเอกชนค่ะ เกิดกับมหาวิทยาลัยรัฐบาลด้วย ก็คือนักศึกษาลดลง เมื่อนักศึกษาลดลงแล้วท่านเพิ่งมาตั้งกองทุนนี้ในปีนี้ ก็ต้องบอกว่า ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย แต่การมาตั้งกองทุนในปีนี้ต้องบอกว่าท่านอาจจะต้องมองล่วงหน้า ไม่ต่ำกว่า ๕ ปีว่าท่านจะวางตลาดของประเทศไทยเพื่อเป็นเชี่ยวชาญด้านไหน ถ้าจะบอกว่า เราจะมาพัฒนาบุคลากรในด้านของ Semiconductor หรือว่า AI หรืออะไรก็ตามแต่ อาจจะ ช้าไปเสียแล้ว เพราะว่าหลัก ๆ ก็คือหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเขามีตรงนี้อยู่แล้วส่วนหนึ่ง เข้าใจว่าตรงนี้จะเป็นตัวเสริมเองก็ตามแต่ แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเมื่อไม่มีคนเรียน เราจะ สามารถพัฒนาได้อย่างไร ถ้าเราไม่อยากให้ อว. มุ่งเน้นแค่เฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยค่ะ อยากให้ อว. ได้ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทุนตัวนี้ค่ะ เพื่อให้ต่อเนื่องกับ การศึกษาขั้นต้น เพราะเราจะได้ผลิตบุคลากรขึ้นมา ผลิตสายนักเรียนขึ้นมาเพื่อให้เรียน สายวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นเด็กก็จะบอกว่าเราสนใจแต่สายด้านนี้ เราจะไปด้านนี้สายสังคม เพราะว่าด้วยโลกปัจจุบันเมื่อสักครู่ก็มีท่านสมาชิกได้กล่าวถึงว่า แบบอย่างในโลก Social ขณะนี้หลายท่านก็เป็น Influencer ได้เงินมาเยอะแยะมากมาย โดยที่ไม่ต้องเรียนอะไรเลยก็มี เพราะฉะนั้นต้องบอกค่ะว่าจะไปเน้นตอนปลายทางแล้ว อาจจะบอกว่ามันอาจจะสายไปสักนิดหนึ่งค่ะ ท่านอาจจะมองว่ากองทุนตัวนี้ตั้งขึ้นมาอาจจะ มองไกลกว่านี้นิดหนึ่งค่ะ อาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะมหาวิทยาลัย แต่ท่านอาจจะต้องครอบคลุม ไปถึงระดับมัธยมศึกษาเพื่อให้เขาได้มีโอกาสสร้างคนตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อที่ท่านจะไม่ต้อง ไปควานหาตอนสุดท้ายแล้วกลายเป็นว่า ท่านอยากต้องการผลิตบุคลากรให้มีความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่เราต้องต่อสู้กับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มา Disrupt กันมากมาย ที่เราพูดกันมาตลอดในสภานี้ค่ะ กลายเป็นว่าเมื่อเราไปควานหา เราจะเจอเด็กที่จบจาก สายศิลป์เสียส่วนมาก ไปต่ออุดมศึกษาก็ไปต่อสายสังคม แล้วเมื่อจำนวนเด็กลดลง มันก็จะ เป็นปัญหาว่ากองทุนตัวนี้ท่านให้เงินสนับสนุนไปกับมหาวิทยาลัย ไปสร้างสภาพแวดล้อม ไปสร้าง Facility เพื่อรองรับการผลิตบุคคลเพื่อให้เป็นเลิศด้านต่าง ๆ แต่กลายเป็นว่า นักเรียนน้อยลง เพราะฉะนั้นอยากให้ อว. ถ้าเป็นไปได้ในอนาคต ท่านอาจจะแก้ไข ตัวของกองทุนตัวนี้ หรือว่าท่านอาจจะเพิ่มตัวหลักการเข้าไปหรือว่าท่านอาจจะมีมุมที่บอกว่า นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยที่มาขอทุนของท่านที่มารับรองตัวกองทุนตัวนี้ เพิ่มไปยังหน่วย ขั้นต้น และอีกอย่างหนึ่งท่านมีตัวนี้เพื่อกองทุนในการสร้างบุคคลเป็นเลิศแล้ว อีกส่วนหนึ่ง ก็คือกองทุนวิจัยของ กสว. เอง ตัวนี้ก็คงเป็นประเด็นที่อยากให้ท่านได้มองทั้ง ๒ กองทุนนี้ และเชื่อมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อที่เราจะได้ทำประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกันค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะพบการวิจัยขึ้นหิ้งหลาย ๆ อย่าง และการวิจัยไม่สามารถเอามา ผลิตบุคลากรเพิ่มมากขึ้นอีกนะคะ เพราะฉะนั้นในเรื่องประเด็นของ พ.ร.บ. ตัวนี้ ดิฉันเข้าใจ และมั่นใจว่าไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องค่ะ เพียงแต่ว่าขอฝากเอาไว้ คงจะฝากไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงเองหรือว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการที่เข้าไป อาจจะต้องเพิ่มเป็นบทสังเกต เป็นข้อสังเกตต่อไปว่า ถ้าเราไปเล็งขั้นสุดท้ายที่ขั้นอุดมศึกษาอาจจะไม่ทันการณ์กับการ เรียนรู้กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในแต่ละปีค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน