ผกามาศ เจริญพันธ์ หารือร่างกฎหมายการอุดมศึกษา โดยสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาอุดมศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนตามความต้องการตลาด แต่ห่วงเรื่องความซ้ำซ้อนของงบวิจัยและขอให้กำหนดเป้าหมายชัดเจน ไม่ทับซ้อนกับโครงการเดิม
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา หรือ อว. มีขอบเขตความรับผิดชอบอยู่ ๒ ส่วน ซึ่งมาจากการควบรวม หน่วยงานด้านอุดมศึกษา ด้านวิจัยและนวัตกรรม ซึ่ง อว. นั้นก่อตั้งมาไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหา เฉพาะหน้า แต่ อว. มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของประเทศสู่อนาคต ให้ประชาชน มีความพร้อมในการรับมือกับโลกอนาคต ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเราถูก Disrupt จากกระแส โลกาภิวัตน์ของการก้าวหน้าของเทคโนโลยี การปูพื้นฐานให้กับประชาชนจึงไม่ใช่แค่ กลุ่มเยาวชนเท่านั้น แต่รวมถึงคนทุกช่วงวัย และคนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาค่ะ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาการเกิดชะลอตัวลง การเข้าสู่สังคมคนโสด โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี ๒๕๖๖ พบว่าคนไทยช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุ ๑๕-๔๙ ปีนั้น มีคนโสดอยู่ที่ ๔๐.๕ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าภาพรวมประเทศที่ ๒๓.๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบเท่าตัว สังคมคนโสดสัมพันธ์กับสังคมเมืองที่ขยายตัวอย่างมีนัยสัมพันธ์ เนื่องจาก การหลั่งไหลเข้ามาหางานทำในพื้นที่เศรษฐกิจ จึงทำให้เกิดการกระจุกตัวของกลุ่มคน ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง ยิ่งในปัจจุบันที่สังคมเปลี่ยนเป็นครอบครัวเชิงเดี่ยว การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพจึงมีค่าใช้จ่ายสูง ฉะนั้นจึงมีความหมายว่าในอนาคตบุคลากร จะไม่พอเพียงต่อตลาดแรงงาน เราจึงต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีในตลาดแรงงานอยู่แล้ว ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะท่านประธาน ด้วยการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดทุกช่วงวัย ทุกที่ทุกเวลา เพื่อให้คนทุกช่วงวัยนั้นมีทักษะ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งจากที่ดิฉันได้กล่าวว่ากระทรวง อว. นั้นรับผิดชอบอยู่ ๒ เรื่องหลัก ก็คือเรื่องวิจัยนวัตกรรม ซึ่งหน่วยงานนี้มีกองทุนของตัวเองคือ กสว. เป็นกองทุนที่โฟกัสไปที่การพัฒนา วิจัย ซึ่งในปีงบประมาณที่แล้วได้รับการจัดสรรงบประมาณไป ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท โดยกองทุนนี้ ไม่ได้โฟกัสไปที่การพัฒนาบุคคล แต่เน้นไปที่การวิจัยเพื่อเร่งสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ โดยหากสามารถนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจได้นั้น จะเป็นการเพิ่มคุณค่า สินค้าและบริการ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบอีกต่อไป ยกตัวอย่างง่าย ๆ การใช้เทคโนโลยีซีออส คือนวัตกรรมที่ใช้น้ำยางพาราไปใช้ในการกันตลิ่งพัง ซึ่งได้ช่วย ส่งเสริมสินค้าการเกษตร อุตสาหกรรมก่อสร้าง และการสร้างงานสร้างอาชีพ เพียงแต่เป็น ที่น่าเสียดายค่ะท่านประธานว่านวัตกรรมนี้ยังไม่ทราบเป็นที่แพร่หลาย แต่ท่านประธานคะ เราจะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้เลย หากเราไม่ได้พัฒนาทรัพยากรบุคคลควบคู่ไปด้วย ซึ่งภารกิจของ อว. นั้นปกติจะมีงบอุดหนุนให้กับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นองค์กรที่สร้างบุคลากร อยู่แล้ว แต่ในปีนี้ทาง อว. มีการผลักดันให้มีการตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาที่มุ่งเน้น การพัฒนากำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน เพื่อความเป็นเลิศและสนองต่อ Demand ของ ตลาดแรงงานให้ทันเวลา สำหรับเป้าหมายการจัดตั้งกองทุน อาทิ ผลิตบัณฑิตและกำลังคน ที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูง เพียงพอต่อความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อน การเติบโตทางเศรษฐกิจสาขาใหม่ เช่น บุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า แต่ดิฉันมีข้อห่วงใยว่า ในช่วงที่ดิฉันได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ และได้พิจารณางบทุนวิจัยนั้น ดิฉันได้สังเกตว่าหัวข้อของการวิจัยนั้นมีความซ้ำซ้อน และผู้ที่ได้รับทุนนั้นก็มักจะเป็นนักวิจัย ท่านเดิม โดยนักวิจัยท่านใหม่นั้นมีโอกาสที่ได้รับทุนน้อยมาก ถึงแม้ว่าบอร์ดการพิจารณาทุน จะมาจากตัวแทน ๓ หน่วยงาน ก็คือผู้ทรงคุณวุฒินอกกระทรวง อว. ผู้ทรงคุณวุฒิ ในกระทรวง และผู้แทนจากมหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้ดิฉันอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าการพิจารณา รับทุนนั้นกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มเดิมหรือไม่ อย่างไรก็ดีค่ะท่านประธาน จากวัตถุประสงค์ของ กองทุนพัฒนาอุดมศึกษา ดิฉันเห็นดีด้วยกับหลักการจัดตั้งของกองทุนเพื่อส่งเสริมศักยภาพ ทางการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์กับ Demand ตลาดแรงงานส่งเสริมเศรษฐกิจสาขาใหม่ ๆ แต่ดิฉันฝากข้อห่วงใยว่าอยากให้เป้าหมาย ของกองทุนนั้นมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม ไม่เป็นนามธรรมจนเกินไป เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับ สิ่งที่มหาวิทยาลัยได้ทำอยู่แล้ว เช่น โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เป็นโครงการที่มีอยู่แล้วค่ะ และเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 นอกจากนี้กองทุน สถาบันอุดมศึกษาควรวิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญว่า ควรนำกองทุนไปดำเนินการเรื่อง อะไรก่อนหลัง ต้องชัดเจน ตรงเป้าหมาย ไม่สะเปะสะปะ หรือเปิดวงกว้างจนเกินไป เพื่อให้ เกิดการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เช่น การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคคลของประเทศด้าน AI ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็น Trend และมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงภาคส่วนต่าง ๆ และความสามารถในการปรับปรุง ประสิทธิภาพ ผลผลิตและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมเป็นต้น สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากฝากไปที่ทางกระทรวง อว. ว่าดิฉันเห็นด้วยกับหลักการของกองทุนนี้ เพียงแต่ อยากให้ใช้กองทุนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตรงเป้าหมายของกองทุน เพราะเราควร Disrupt ตัวเราให้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีก่อนที่ AI จะมา Disrupt เราค่ะ ขอบพระคุณค่ะ