ชุติมา คชพันธ์ หารือร่าง พ.ร.บ. อุดมศึกษาและร่างกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยแสดงความเห็นว่าหลักการดีแต่ยังขาดความครอบคลุม ไม่รอบด้าน และอาจส่งผลให้เกิดความไม่สมดุล โดยเฉพาะในประเด็นเกณฑ์การประเมิน การเน้นสาขาเฉพาะ การไม่มีบทลงโทษ และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การบูรณาการงานวิจัยกับภาคเอกชน และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ที่ยังไม่เพียงพอ จึงเรียกร้องให้มีการพิจารณาเพิ่มเติมในกรรมาธิการเพื่อให้กฎหมายมีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และสามารถบังคับใช้ได้จริงอย่างเป็นธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับร่างพระราชบัญญัติ อุดมศึกษาและร่างอื่น ๆ นะคะ ดิฉันได้อ่านทั้ง ๔ ฉบับนี้แล้ว ต้องบอกว่าดีใจที่ประเทศเรา มาถึงจุดที่เรามีร่างพระราชบัญญัติแบบนี้สักทีนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานใหม่ ๆ ดิฉันมองว่า เป็นประตูบานใหม่ ๆ ที่เปิดโอกาสให้การทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและ ผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นเสียทีนะคะ แต่ก็ยังมีข้อกังวลอยู่ ก็คือว่า จากที่อ่านร่างมาโดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา หลักการดีค่ะ แต่ยัง ไม่ครอบคลุม ยังไม่รอบด้าน ดิฉันจะอธิบายว่ายังไม่ครอบคลุมและไม่รอบด้านอย่างไร ในสไลด์นะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันได้ตั้งข้อสังเกตไว้สำหรับ พระราชบัญญัตินี้ก็คือ หลักการดีแต่ไม่ครอบคลุมและไม่รอบด้าน เนื่องจากที่ท่านบอกว่า ท่านจะเปลี่ยนทำคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไข ในสไลด์ถัดไปนะคะ คำถามของดิฉันก็คือ เงื่อนไขคืออะไร มีรูปแบบอย่างไร ด้านใดบ้าง อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล คือคำว่าเงื่อนไขของ คณะกรรมการเป็นเงื่อนไขที่เป็นสากลหรือไม่ แล้วก็เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับได้หรือไม่ และโดยเฉพาะเรื่องของการเน้นหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง ดิฉันกังวลว่าจะไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่ อย่างเช่นไปด้าน STEM หรือด้านใดด้านหนึ่ง แล้วในโลกของเรานี่เราพัฒนาไว ใช่ไหมคะ อันนี้ฝากเอาไว้ว่าไม่ควรจำกัดแค่ด้านใดด้านหนึ่ง สาขาใดสาขาหนึ่งมากเกินไป และอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันกังวลก็คือ KPI ชี้วัดคืออะไร หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ที่ตกลง กันไว้ในภายหลัง จะทำอย่างไร มีบทลงโทษหรือไม่ เพราะจากที่ดิฉันอ่าน ดิฉันก็ไม่เห็นนะคะ ว่ามีบทลงโทษอยู่ตรงไหน อันนี้ก็อยากจะฝากนะคะ ซึ่งคิดว่าในกรรมาธิการคงต้องมาคุยกัน ชัดเจนมากขึ้นสำหรับประเด็นนี้
ในประเด็นถัดไปค่ะ ดิฉันขออภิปรายไปถึงร่างพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ด้วย ในคราวเดียวนะคะ โดยเฉพาะส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรมที่อนุญาตให้เกิด การลงทุนร่วมกับภาคเอกชนในงานวิจัยและพัฒนา อันนี้ดิฉันต้องบอกว่าเป็น พ.ร.บ. ในฝันของผู้ประกอบการหลาย ๆ เจ้าเลยก็ว่าได้ จากประสบการณ์ที่ดิฉันลงพื้นที่พบปะ ผู้ประกอบการมาทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย การร่วมลงทุนระหว่าง สถาบันอุดมศึกษา แล้วก็ลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการได้นี่คือสิ่งที่ดีมาก ๆ แต่ความฝันนั้น จะเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ คำถามของดิฉันก็คือเอกชนระดับใดที่จะได้รับโอกาส ตามร่าง พ.ร.บ. นี้ที่ท่านบอกไว้ คือหลักการดีมากเลยค่ะ แต่ดิฉันกังวลในทางปฏิบัติ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นในกรณีที่มีการร่วมทุนกัน แล้วสร้าง Product ใหม่ ๆ ขึ้นมา เป็นของเอกชนหรือเป็นของสถาบันอุดมศึกษา
อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ความเท่าเทียมทั่วถึงหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นวิสาหกิจชุมชนจะได้รับโอกาสมากพอ ๆ กับผู้ประกอบการรายใหญ่หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ท่านบอกว่าถ้าจะลงทุนร่วมกันกับวิสาหกิจชุมชนท่านเปิดโอกาสให้ แล้วเขา มีสินค้าดี มีสินค้าเกษตรดี ๆ อยากจะแปรรูป แล้วเขาต้องการลงทุนทำวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัย เขาจะได้รับโอกาสนั้นมากเท่ากับบริษัท SMEs รายใหญ่หรือไม่นะคะ
อีกประเด็นถัดไปที่ดิฉันอยากจะให้มองก็คือ ในเรื่องของงานวิจัย การลงทุน ร่วมกับเอกชนแล้ว มีการบูรณาการเรื่องการตลาด แหล่งจำหน่ายปลายทางร่วมกับหน่วยงานอื่น หรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ปัญหาของประเทศเราที่ผ่านมาเรามีปัญหา เรื่องการทำเฉพาะจุด เราไม่ได้มองทั้ง Eco systems นะคะ เราไม่ได้มองทั้ง Supply chain นี่คือปัญหาที่เราเจอตลอดมา ดิฉันก็กังวลว่าการที่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเป็นสิ่งที่ดี แต่ท่านได้มองทั้งระบบหรือยัง มีการบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงอื่น ๆ หรือไม่ ดิฉัน ไม่อยากให้เป็นแค่ลงทุนร่วมกัน แล้วสุดท้ายก็จบแล้วก็สูญเปล่านะคะ คือเข้าใจว่า ท่านอาจจะบอกว่าไม่ได้เป็นหน้าที่ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ดิฉันขอฝากเป็นข้อคิดนะคะ เพื่อให้ การดำเนินงานประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราอาจจะต้องบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น อ.ต.ก. ในเรื่องการตลาดนะคะ หลังจากที่ท่านลงทุนได้ Product มาแล้ว หรือว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไปนะคะ ไม่อยากให้ลงทุน ไปแล้วสุดท้ายเงินก็สูญเปล่านะคะ
ในลำดับต่อไป อีกกองทุนหนึ่งค่ะ คือเรื่องกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ดิฉันอ่านหลักการแล้วดีมากเลย คือท่านน่าจะช่วยได้ในเรื่องของ Upskill Reskill ในเรื่อง ของ Lifelong learning หลาย ๆ อย่างดีมาก อย่างเมื่อสักครู่ พ.ร.บ. วว. ช่วยในเรื่องของแง่ เศรษฐกิจแล้ว อันนี้ก็ช่วยในเรื่องของการพัฒนาคนนะคะ แต่ดิฉันไปอ่านผลการรับฟังความคิดเห็น ไม่พบเลยค่ะว่าท่านได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดิฉันเลยบอกว่า ไม่รอบด้าน เพราะว่าท่านรับฟังความคิดเห็นแค่บุคลากรในอุดมศึกษา แต่ท่านอย่าลืมนะคะ พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับที่ท่านบอกมานี้ หรือกองทุนนี้ก็ตามเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการด้วย ถูกไหมคะ และท่านบอกว่าต้องการจะพัฒนากำลังคน ผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตาม ความต้องการของประเทศ และท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าประเทศนี้ต้องการกำลังคนแบบไหน ถ้าเราไม่ได้ถามคนที่ต้องใช้แรงงานเลย เราเก็บข้อมูลแค่จากมหาวิทยาลัย จากอาจารย์ เราก็ จะได้ในมุมหนึ่ง แต่เราจะไม่ได้มุมของผู้ประกอบการ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องการ บุคลากรแบบไหน มันก็เหมือนไม่ตอบโจทย์ถูกหรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝาก ประเด็นนี้ว่าเราควรจะต้องเก็บข้อมูลมากขึ้น ดูระยะเวลาที่เก็บข้อมูลก็น้อยเหลือเกินค่ะ แค่ครั้งเดียวที่สอบถามความคิดเห็น และพอไปอยู่ใน Website ก็ประชาสัมพันธ์น้อยอีก ก็ดูจำนวนคนที่เข้ามาตอบ ๑ คนอย่างนี้ค่ะ คือน้อยมาก ดิฉันเลยไม่แน่ใจว่าผลของการรับฟัง ความคิดเห็นได้มาตรฐานเพียงใดนะคะ
ต่อมาที่ดิฉันกังวลค่ะ เรื่องกลไกการตรวจสอบกองทุน มีช่องทางให้รายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกับกองทุนอื่น ๆ หรือไม่ เรื่องของการตรวจสอบเราจะ ตรวจสอบได้อย่างไร ในนี้ก็ไม่ได้ชัดเจนนะคะ
ประเด็นสุดท้ายค่ะ ดิฉันอยากจะฝากเพราะว่าจากที่ดูแล้วทั้ง ๔ ฉบับ มีความใกล้เคียงกัน มีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดปลีกย่อย กฎหมายที่ กระจัดกระจาย แต่อาจจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติจริงหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็สนับสนุนให้มีการหารือพูดคุยกันในกรรมาธิการอีก ครั้งหนึ่ง เพื่อรายละเอียดที่ปลีกย่อยแล้วก็สัมฤทธิ์ผลในการใช้งานในประเทศนี้จริง ๆ นะคะ โดยสรุปก็คือดิฉันดีใจที่มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็ดีใจที่ประเทศไทยเราจะได้ ก้าวกระโดดด้านนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีสักที ด้วยการที่มีความร่วมมือกันระหว่าง สถาบันอุดมศึกษา แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดิฉันก็หวังว่าการที่มี พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนี้ จะช่วยให้ประเทศเราพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทัดเทียมกับประเทศอื่นต่อไป ขอบคุณค่ะ