กัณตภณ ดวงอัมพร อภิปรายงบประมาณประจำปี 2568 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคหะแห่งชาติในการช่วยเหลือประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดงบประมาณซ่อมบ้านประชาชนให้เร็วขึ้น พร้อมสนับสนุนให้ใช้งบประมาณในการซ่อมแซมโครงการที่ผุพัง และฟื้นฟูเมืองดินแดงให้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้แทนของ พี่น้องชาวพญาไท ดินแดงครับ ในวาระการอภิปรายงบประมาณประจำปี ๒๕๖๘ นี้ ผมจะอภิปรายงบที่เกี่ยวข้องกับ ๑ ในปัจจัย ๔ ที่สำคัญของพี่น้องประชาชน นั่นก็คืองบของ การเคหะแห่งชาติ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ซึ่งมีภารกิจคือการพัฒนา ที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ซึ่งการเคหะแห่งชาติเป็นแหล่ง ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีบ้านครับ ท่านประธานครับ การเคหะแห่งชาติถือว่า เป็นรัฐวิสาหกิจ นั่นหมายความว่างบประมาณของการเคหะแห่งชาติที่เราได้เห็นในเอกสาร ขาวคาดแดงไม่ใช่งบทั้งหมด และไม่ใช่โครงการทั้งหมดที่การเคหะแห่งชาติทำในแต่ละปี ผมจะอภิปรายขยายความให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่า ในปี ๆ หนึ่งการเคหะแห่งชาติทำอะไรบ้าง จากที่ผมได้ศึกษางบการใช้จ่ายของการเคหะ แห่งชาติ พบว่าในแต่ละปีการเคหะแห่งชาติมีรายรับที่จัดเก็บเอง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ได้มาจากการขายบ้าน การให้เช่าซื้อ การให้เช่าบ้าน แล้วการเคหะแห่งชาติจะแบ่งเงิน ส่วนหนึ่งประมาณ ๑ ส่วน ๔ หรือประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มาเป็นเงินลงทุน ในโครงการ พอเรามาดูในปี ๒๕๖๘ นี้ เคหะแห่งชาติจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าตัวเลข ๘๗๘ ล้านบาท เป็นงบที่ชื่อว่าโครงการเสริมสร้างความมั่นคง ด้านที่อยู่อาศัย ชื่อฟังดูดีนะครับ แต่เดี๋ยวเรามาดูว่าการเคหะแห่งชาติทำอะไรกับงบตัวนี้บ้าง ผมขอสรุปเลยนะครับ งบ ๘๗๘ ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง ๑๑๕ ล้านบาท อีก ๑๒๘ ล้านบาท เป็นค่าปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ชุมชน แล้วก็เป็นค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร นั่นก็คือ ตัวตึก ๑๕๓ ล้านบาท ส่วนอื่น ๆ ก็จะเป็นเงินสินเชื่อที่ให้กับผู้มีรายได้น้อย แล้วก็ใช้ ในโครงการอื่น ๆ ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมได้ศึกษางบประมาณของการเคหะแห่งชาติ ทั้ง ๒ ส่วน คือส่วนที่การเคหะแห่งชาติจัดเก็บเอง และส่วนที่รัฐได้จัดสรรให้ ผมเกิดความ กังวลอย่างยิ่งกับโครงการที่เกี่ยวกับการก่อสร้างของการเคหะแห่งชาติ กังวลอย่างมากครับ งบปี ๒๕๖๘ เราจะเห็นได้ว่ารัฐอุดหนุนงบประมาณโครงการก่อสร้างอาคารเช่า ๓ แห่ง ๒ ใน ๓ แห่ง เป็นโครงการที่ชดเชยงบที่พับไป ๒ แห่ง ในปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ ที่ไม่ สามารถสร้างตามเป้าได้ ยกตัวอย่างโครงการที่จังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งงบมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ปัจจุบันก็ยังสร้างไม่เสร็จ พอไปดูอีกส่วนหนึ่งคือโครงการจัดงบประมาณที่การเคหะแห่งชาติ จัดเก็บเอง ก็จะเห็นว่าโครงการก่อสร้างเช่นกันครับ การปรับปรุงซ่อมแซม และปัญหาที่ เหมือนกัน ก็คือการสร้างไม่เสร็จและซ่อมไม่เสร็จ เพราะอะไรครับ มีปัญหาคือผู้รับเหมาทิ้ง งาน งานใช้งานไม่ได้เป็นไปตามแบบ ไม่สามารถเซ็นรับงานได้ บางโครงการผู้รับเหมาทิ้งงาน ไปแล้ว ต้องมาจ้างผู้รับเหมารายใหม่หลายครั้ง ทำให้โครงการยิ่งล่าช้าต่อ ๆ ไปอีก ตัวผมเอง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมการเคหะแห่งชาติถึงพยายามที่จะสร้างโครงการใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่จำนวนบ้านของการเคหะแห่งชาติที่ปล่อยว่างโดยไม่มีคนเช่ามีสัดส่วนที่สูงมากครับ สาเหตุหลักที่บ้านของการเคหะแห่งชาติว่างเยอะ เพราะการเคหะแห่งชาติชอบไปสร้างบ้าน ที่ไกลเมือง ไกลจากแหล่งงาน ไกลจากแหล่งทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจดี นะครับว่าที่ดินยิ่งไกลยิ่งถูก ยิ่งไกลมากยิ่งถูกมาก แต่การไปสร้างบ้านไกล ๆ โดยแทบไม่มี บริการสาธารณะ อย่างเช่น รถเมล์ หรือในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าเลยนะครับ แล้วต้องปล่อยให้ พี่น้องประชาชนขี่รถมอเตอร์ไซค์ ขับรถยนต์เข้ามาทำงานในเมืองทุกวัน ยิ่งเป็นการเพิ่ม ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงครับ อีกทั้งเป็นปัญหาในการ กระจัดกระจายของตัวเมืองมากขึ้นไปอีก แทนที่การเคหะแห่งชาติจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยการเลิกสร้างโครงการใหม่ หรือเลือกเฉพาะที่เป็นทำเลทองจริง ๆ แล้วเอางบประมาณ ไปปรับปรุงซ่อมแซมโครงการเดิม และจัดการบริหาร Stock ที่ว่างอยู่ให้เหลือน้อยลง แต่การเคหะแห่งชาติก็ยังมุ่งมั่นที่จะเอาเงินไปสร้างโครงการใหม่ ท่านประธานครับ จำโครงการเคหะสุขประชาได้ไหม ของรัฐบาลที่แล้วครับ ที่มีปัญหาเรื่องโครงการถมดิน หลายสิบแปลงทั่วประเทศ แล้วก็ไม่ทำอะไรเพิ่ม ตรงนี้ผมถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ โดยเปล่าประโยชน์ครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้เรามีรัฐบาลใหม่แล้ว เรามีรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว พวกท่านได้ดำเนินการตรวจสอบเอาผิดกับใครบ้างหรือยังครับ เพราะว่าการถมแล้วไม่สร้าง ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าจะถมเพื่อเอาเงินไปใช้ ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างจริง ๆ หรือไม่ครับ พูดถึงเรื่องการก่อสร้างไปแล้วครับ ต้องมาพูดถึงงบซ่อมบ้าง เพราะเป็นของคู่กัน ถึงแม้ตัวเลขโดยรวมคือ ๒๘๐ กว่าล้านบาท จะดูไม่น้อยครับ แล้วก็ถือว่ามากกว่าปีก่อนมาก แต่ถ้าเรามาดูโครงการทั้งหมดของการเคหะแห่งชาติ ถือว่าน้อยมากครับ ตรงนี้งบซ่อมแซม อาคาร ๑๕๓ ล้านบาท ซ่อมทั้งหมด ๑๔ แห่ง ถือว่าซ่อมได้น้อยกว่าปี ๒๕๖๗ แม้ว่า ปี ๒๕๖๘ นี้ จะได้งบแต่ละแห่งมากกว่า มาดูในส่วนของงบปรับปรุงสภาพแวดล้อม และระบบสาธารณูปโภค ๑๒๘ ล้านบาท อันนี้คือ ๑๐๐ ชุมชนนะครับ แต่นอกจาก เคหะคลองจั่นแล้ว อีก ๙๙ ที่ เหลือที่ละล้านกว่าบาทครับ ผมไม่ได้บอกนะครับว่าคลองจั่น ไม่ควรได้ ๑๓ ล้านบาท แต่ทำไมที่อื่นถึงเฉลี่ยกันแค่ล้านกว่าบาท ตรงประเด็นนี้ผมมองว่า รัฐบาลและการเคหะแห่งชาติประเมินความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ ในการเคหะแห่งชาติน้อยมากเกินไปครับ
อีกเรื่องนะครับ ผมขอขยายภาพให้เห็นชัดเจน ก็คือปัญหาในพื้นที่แฟลตดิน แดงและแฟลตเคหะห้วยขวางครับ พื้นที่แฟลตดินแดงเป็นโครงการที่เก่าแก่ที่สุด สร้างมา ตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ ปัจจุบันคือ ๖๑ ปีแล้ว ไม่แปลกใจครับ ที่อาคารจะมีความเก่าและทรุดโทรม แต่ท่านประธานครับ แฟลตดินแดงเป็นชุมชนขนาดใหญ่นะครับ การบริหารจัดการจึงมี ความจำเป็นมาก ในการที่จะเสริมสร้างสุขลักษณะ แล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แต่ปัจจุบันครับ ห้องในแฟลตดินแดงมีความชำรุดทรุดโทรม น้ำรั่วซึม ไฟโดยรอบบริเวณ แฟลตดับเป็นจำนวนมาก ไม่ได้รับการแก้ไขมาหลายปี แม้กระทั่งปัญหาพื้นฐาน คือการจัดการขยะในจุดตกค้าง ยังมีหลายจุดที่ทำไม่ได้ การจัดการระบบน้ำดี น้ำเสีย และเรื่องปัญหาที่จอดรถ จากภาพมุมขวามือจะเห็นว่าเหมือนเป็นท่อน้ำใช่ไหมครับ ตรงนี้ ผมจะยกตัวอย่างว่าไม่มีงบหรือครับ ทำไมประชาชนต้องเอายางมารัดเอง ในการแก้ไขปัญหา ท่อขึ้นสนิม มาพูดถึงแฟลตห้วยขวางบ้างนะครับ สร้างมาใกล้เคียงกันครับ ๕๐ ปีครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ปัญหาความชำรุดก็มีมากมายเช่นกัน ทั้งเรื่องไฟส่องสว่าง ปัญหาน้ำรั่วซึม เข้าห้อง ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ และอีกมากมาย ล่าสุดสายล่อฟ้าก็ถูกขโมย มีอยู่ ๓๘ แฟลต ถูกขโมยไป ๑๙ แฟลต ก็ยังทำอะไรไม่ได้ กล้องวงจรปิดก็เสีย ใช้งานไม่ได้หลายจุด แม้แต่ เรื่องง่าย ๆ เช่น เรื่องการตัดต้นไม้ การลอกท่อในพื้นที่ ตรงนี้ กทม. หรือแม้แต่สำนักงานเขต ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลโดยตรงนะครับ ผู้ดูแลคือการเคหะแห่งชาติ แต่งบในการตัดต้นไม้ยังมี ไม่เพียงพอเลย มีเจ้าหน้าที่แจ้งผมมาว่าสำรวจ ๒๐๐ ต้น แต่มีงบทำได้แค่ ๒๐ ต้น อย่างนี้ ถ้าเกิดมันปล่อยซ้ำไป ซ้ำไป ไม่ดินพอกหางหมูหรือครับ งบประมาณไม่เคยมีเพียงพอต่อ ความต้องการของประชาชนจริง ๆ และหลายครั้งสำนักงานเขตก็ต้องเข้ามาช่วยลอกท่อ ช่วยมาตัดต้นไม้ในพื้นที่เคหะครับ
๑๓๕/๑ พอผมพูดถึงโครงการเดิมไปแล้ว ผมต้องขออภิปรายถึงโครงการใหม่ที่อยู่ในพื้นที่เดิมบ้างครับ นั่นก็คือโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดงครับ สร้างตึกใหม่ แล้วก็ทุบตึกเก่า อีกทั้งในอนาคต โครงการฟื้นฟูเมืองนี้จะขยายไปยังแฟลตห้วยขวางด้วย จะขยายไปยังรามอินทราด้วย และทุ่งสองห้องด้วยครับ จุดประสงค์ของการเคหะแห่งชาติดีนะครับ ก็คือตั้งใจที่จะฟื้นฟู คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาค้างคาสะสมที่ผมได้กล่าวไว้ ก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นสำคัญในปัญหาในโครงการฟื้นฟูเมือง แม้ว่าผมจะเคยพูดหลายครั้ง แล้ว แต่ครั้งนี้ก็ต้องพูดด้วยครับ เพราะว่าจะเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนต้องเสี่ยงรับกรรม หากการเคหะแห่งชาติไม่มีแนวทางวางแผนที่ชัดเจนในการแก้ไขและป้องกันนะครับ ดูภาพ ครับ แฟลตแปลง G นี่คือแฟลตต้นแบบตึกแรกในโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง สร้างเสร็จปี ๒๕๖๑ ผ่านไป ๒ ปี เริ่มมีปัญหาครับ คือปี ๒๕๖๓ น้ำรั่วเข้าห้องครับดูภาพนะครับ แค่ ๒ ปี น้ำรั่วซึมเข้าตัวห้อง เกิดปัญหามาปี ๒๕๖๓ ผ่านมาอีก ๔ ปี คือปี ๒๕๖๗ เพิ่งได้รับงบในการ ซ่อมใหญ่ ในการแก้ไข ถามจริง ๆ ครับ ปล่อยเวลามา ๔ ปี ท่านไม่คิดจะดูแลพี่น้อง ประชาชนเลยหรือครับ ต้องรอให้ผมเป็น สส. นำความเดือดร้อนเรื่องนี้มาพูดในสภาก่อน ท่านถึงทำหรือครับ อย่างที่บอกครับ ผมไม่อยากให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับโครงการฟื้นฟู เมืองต่อ ๆ ไป และตึกต่อ ๆ ไป ไม่ว่าโครงการใดของการเคหะแห่งชาติครับ ท่านมี ความสามารถที่จะสร้างแล้ว ท่านต้องสามารถที่จะซ่อมแซมบำรุงรักษาด้วย ไม่ใช่เกิดปัญหา กับประชาชนต้องรอหลายปีครับ หากเกิดซ้ำอีก ความมั่นใจของพี่น้องประชาชนต่อการเคหะ แห่งชาติจะยิ่งลดน้อยลงตามครับ อย่างที่ผมกล่าวมาช่วงต้นครับท่านประธาน นอกจาก ปัญหาการขาดงบประมาณของการเคหะแห่งชาติแล้ว การจ้างผู้รับเหมา การควบคุมคุณภาพ งาน ก็เป็นปัญหาที่การเคหะแห่งชาติไม่เคยที่จะแก้ได้สักทีครับ รับงานมาแล้ว ไม่กี่ปีก็พัง พอ พังแล้วถามจริง ๆ ครับ ผู้บริหารกลัวหรือเปล่าครับ กลัวว่าถ้าเกิดรีบตั้งงบซ่อมจะถูกเพ่งเล็ง ว่าทำไมถึงซ่อมตึกที่เพิ่งสร้างเสร็จใช่หรือไม่ครับ หรือแค่การเคหะแห่งชาติไม่มีงบ ท้ายที่สุด ครับ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดไม่มีการซ่อม คนที่รับเคราะห์ก็คือพี่น้องประชาชนครับ พูดถึง แฟลตแปลง G แล้วนะครับ อีกตึกหนึ่งครับในโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง ตามภาพนะครับ นี่ครับตึกแปลง G ๒ ปีพังใช่ไหมครับ ตึกแปลง A ตรงซ้ายมือ สร้างใกล้เคียงกันนะครับ ปัญหาเดียวกันของการเคหะแห่งชาติ Classic มาก ผู้รับเหมาทิ้งงานครับ เหมือนเป็นวิหาร Batman กลางกรุงตรงนี้ครับ นี่เป็นปัญหาที่การเคหะแห่งชาติแก้ไม่ได้สักที โครงการฟื้นฟู เมืองดินแดง ผมบอกว่าประชาชนไม่ได้อยู่ฟรีนะครับ นอกจากที่เขาจะต้องจ่ายเงินค่าเช่าเดิมแล้ว เขายังต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภค สาธารณูปการ หรือเรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าค่าส่วนกลางอีก ๘๒๕ บาท แล้วก็มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก สำหรับบางคนอย่างพวกเราอาจจะฟังดูว่า ตัวเลขนี้ไม่ได้เยอะ แต่ถ้าเทียบกับค่าเช่าเก่าของผู้มีรายได้น้อย ตรงนี้อาจจะมากกว่า หรือใกล้เคียง ค่าเช่าของบางครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นรายจ่ายที่สูงเพิ่มขึ้นมามาก โครงการ ๑๐,๐๐๐ ล้าน Megaproject พี่น้องประชาชนต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม ก็ควรต้องฟื้นฟู คุณภาพชีวิตมากขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงใจใช่ไหมครับ อีกตึกหนึ่งครับ ตึก G แล้วมาตึก A อันนี้มาขวามือ ตึก D ครับ โครงการ D ล่าสุดเพิ่งสร้างเสร็จครับ เพิ่งย้ายคนขึ้นไป ตึกใหญ่โตสวยงามน่าอยู่ และอีกจุดขายสำคัญก็คือ Universal Design สำหรับกลุ่ม เปราะบาง เช่นผู้สูงอายุนะครับ ผมพูดมาก็ฟังว่าจะเป็นแต่ข้อดีใช่ไหมครับ แต่ท่านประธาน ลองสังเกตดูดี ๆ ในห้องน้ำห้องนี้ครับ ถ้าสังเกตดี ๆ นะครับ อันนี้คือห้องน้ำที่ใช้สำหรับ Universal Design คือใช้สำหรับผู้สูงอายุเป็นชั้นที่ให้ผู้สูงอายุอยู่โดยเฉพาะ เห็นอะไรไหมครับ ส่วนเปียกมาก่อนส่วนแห้งครับ เป็นการสร้างแบบผิดฟังก์ชัน การใช้งานใช่ไหมครับ แบบนี้ ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลื่นล้ม ผู้สูงอายุประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จากการลื่นล้ม คือลื่นล้มในห้องน้ำนะครับ และนี่คือห้องน้ำที่สร้างไว้สำหรับช่วยเหลือผู้สูงอายุไม่ให้ลื่นล้ม ผมถามจริง ๆ ครับ สถิติผู้สูงอายุลื่นล้มในห้องน้ำจนติดเตียงยังสูงไม่พอใช่ไหมครับ ถ้าเกิดการเคหะแห่งชาติใส่ใจอีกสักนิด ปรึกษากรมกิจการผู้สูงอายุที่อยู่ใต้ พม. เหมือนกัน อีกสักหน่อย ผมว่าปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นครับ อีก ๑ โครงการนะครับ ที่พูดมาทั้งหมด ผมจะบอกว่าถึงโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง ผมติเพื่อก่อนะครับ ที่สำคัญก็คือเมื่อสร้างได้แล้ว ก็ต้องมีความสามารถที่จะดูแลและซ่อมแซมได้ด้วย ไม่ใช่ขยันสร้างอย่างเดียว รวมไปถึง ประชาชนที่อยู่ในตึกเก่าที่เขารออยู่ในโครงการฟื้นฟูเมือง การเคหะแห่งชาติก็ต้องดูแลเขา ให้ดีด้วยครับ เพราะหลายที่ต้องรอหลายปีกว่าจะได้ฟื้นฟูเมืองครับ
ผมอยากจะเปรียบเทียบโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติกับอีก โครงการหนึ่ง คือโครงการจัดการอาคารที่พักข้าราชการทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ครับ ที่ดูเหมือนรัฐบาลจะจัดตั้งงบประมาณผ่านการเคหะแห่งชาติดูแลกันทุกปี ปีละ ๑๐ กว่าล้านบาท อย่างในปี ๒๕๖๘ นี้ตั้งงบไปถึง ๑๘ ล้านบาท ท่านประธานดูความแตกต่างระหว่างคุณภาพ บ้านราษฎรที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้กับบ้านหลวง นอกจากทหารมหาดเล็กจะได้อยู่ฟรีแล้ว ยังไม่ค่อยมีปัญหาน้ำรั่ว ผนังร้าว ถึงมี ก็จะมีงบมาพร้อมที่จะดูแลในทันที ทั้งมีสิทธิต่าง ๆ ในการดูแลความสะดวกสบาย มีสระว่ายน้ำ มีสวนหย่อม ตัดมาที่บ้านประชาชนเกิดอะไรขึ้น พอน้ำรั่ว ผนังร้าว ต้องรอ ๔ ปีครับ ผมถามจริง ๆ ครับ ท่านลืมจัดงบประมาณให้กับผู้มี รายได้น้อยหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ จากที่ผมได้อภิปรายมา ผมขอสรุปปัญหาของ การเคหะแห่งชาติ ดังนี้ ปัญหาเยอะครับ งบซ่อมน้อย โครงการใหม่ พอสร้างก็สร้างไม่ยอม เสร็จ พอเสร็จแล้วก็พังไว การแก้ปัญหาแบ่งเป็น ๒ ส่วนครับ
ส่วนหนึ่งก็คือ ไม่ต้องใช้งบประมาณเลย อย่างเช่น การไล่บี้เอากับผู้รับเหมา ที่ทิ้งงาน หรือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานให้มารับความผิดตามสัญญา การตรวจรับงาน ที่รัดกุม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะอะไรครับ เพราะว่าต่อให้เรามีงบซ่อม มีงบสร้าง มากเท่าไร แต่ถ้าผู้รับเหมาไม่ดี สร้างแล้วมีปัญหา สุดท้ายแล้วการเบิกจ่ายงบประมาณ ก็ทำไม่ได้อยู่ดีครับ
ประการต่อมาครับ เป็นเรื่องของงบประมาณโดยตรง การเคหะแห่งชาติ ควรที่จะงดการก่อสร้างโครงการใหม่ที่ไม่จำเป็น จนกว่าการเคหะแห่งชาติจะบริหารจัดการ Stock บ้านที่ยังเหลืออยู่ทั่วประเทศได้ แล้วนำงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างใหม่ ทั้ง ๒ ส่วน ก็คือส่วนของการเคหะแห่งชาติหาได้เอง กับส่วนที่รัฐอุดหนุน มาใช้ในการ ซ่อมแซมโครงการที่ผุพังที่มีอยู่เดิม ให้ได้คุณภาพ เพื่อเคหะจะได้ซื้อความมั่นใจคืนจากพี่น้อง ประชาชนครับ รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้าง สภาพแวดล้อมของการเคหะแห่งชาติให้มี ความปลอดภัย อย่างเช่น กล้องวงจรปิด สัญญาณเตือนไฟไหม้ ถังดับเพลิง หรือแม้แต่กระทั่ง อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนมาก และมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามสังคมผู้สูงอายุ อีกทั้งการเคหะแห่งชาติต้องบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น กทม. ไฟฟ้า ประปา สถานีตำรวจ สาธารณสุข เพื่อหาทางออกร่วมกันนะครับ ว่า จะเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เคหะได้อย่างไร
สุดท้ายนี้ครับ ผมเห็นว่าการเคหะแห่งชาติต้องเลิกครับ เลิกทำโครงการที่ไม่ จำเป็นและไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างไร เช่น โครงการยกระดับชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหากเอาโครงการนี้ไปรวมกับโครงการซ่อมแซมต่าง ๆ ก็จะตอบโจทย์ ความพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนมากกว่าครับ รวมไปถึงโครงการที่ไม่มีตัวชี้วัด ที่ชัดเจน อย่างเช่น โครงการพัฒนาข้อมูลวิชาการด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจจะมีความจำเป็น แต่เมื่อดูตัวชี้วัดของโครงการนี้แล้ว ก็แทบไม่เห็นเหมือนกันครับ ว่าจะสามารถตอบอะไรเลย ว่าพี่น้องประชาชนจะได้อะไรบ้าง ผมจึงไม่มั่นใจว่าโครงการเหล่านี้จะเหมาะสมกับ งบประมาณที่ได้รับหรือไม่ ท่านประธานครับ จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ผมเห็นว่า งบประมาณของการเคหะแห่งชาติที่รัฐบาลจัดสรรในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ นี้ ยังไม่ตรงกับ ปัญหาและความต้องการกับพี่น้องประชาชนที่แท้จริงครับ ผมจึงไม่สามารถสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ได้ หากไม่มีการทบทวนให้เหมาะสมครับ ขอบคุณครับ