บุญยิ่ง นิติกาญจนา หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่เผชิญกับการยุบโรงเรียน การขาดแคลนครู และทรัพยากรการเรียนรู้ พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งแก้ไขและสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ส่งเสริมการกระจายอำนาจการศึกษาไปยังท้องถิ่นเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนร่างงบประมาณปี 2568 และผลักดันร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่เหมาะสมและยั่งยืน พร้อมทั้งเรียกร้องการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ อำเภอปากท่อ อำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา อำเภอวัดเพลง อำเภอเมือง ๔ ตำบล ตำบลอ่างทอง ตำบลห้วยไผ่ ตำบลดอนแร่ และตำบลน้ำพุ พรรคพลังประชารัฐ ช่วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบันดิฉันได้ลงพื้นที่ พบปัญหาอย่างต่อเนื่องที่ต้องเร่งแก้ไข คือความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษา ในกลุ่ม เยาวชนพื้นที่ห่างไกลหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตะเข็บชายแดน ปัจจุบันนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการมีการยุบโรงเรียนในหลาย ๆ แห่งที่มีนักเรียนไม่เพียงพอกับการจัดสรร งบประมาณ ส่งผลให้เกิดภาระกับเด็ก ๆ และเยาวชนในการหาสถานที่ศึกษาแห่งใหม่ หลาย ๆ แห่งอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนมากขึ้น จึงเป็นการเพิ่มภาระให้กับครอบครัวที่มีฐานะ ยากลำบาก ในปัจจุบันนี้โรงเรียนต่าง ๆ ต้องอาศัยการช่วยเหลือกันของพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้าน คือการจัดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เป็นการประสานร่วมกันของวัด โรงเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน อีกทั้งขอความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในจังหวัดนั้น ๆ และหลาย ๆ อปท. ในตำบล เพื่อจ้างครูท้องถิ่นที่เรียนจบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ การบรรจุมาบรรเทาการขาดแคลนครูที่ตั้งอยู่ในถิ่นห่างไกลทุรกันดาร โดยคุณครูที่ได้รับ ค่าตอบแทน บางโรงเรียนได้ค่าตอบแทน ๖,๐๐๐ บาท และบางโรงเรียน ๙,๐๐๐ บาท สูงสุด เท่าที่ดิฉันได้พูดคุย ก็จะได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นการจัดการที่ดิฉันเห็นว่า ยังไม่เหมาะสม ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วยเหลือดูแลในเรื่องนี้ และเร่งผลิต บุคลากรครูให้เพียงพอ เพื่อแก้ไขปัญหาครูขาดแคลนในโรงเรียน พร้อมทั้งเพิ่มอุปกรณ์ เทคโนโลยีในการเรียนการสอน ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ต้องแก้ด้วยการกระจายอำนาจ เพื่อการศึกษาสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สามารถ ผลิตเยาวชนที่มีคุณภาพในอนาคตต่อไป รองรับการพัฒนาหมู่บ้าน จังหวัด ประเทศ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ในโอกาสอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นี้ ดิฉันขอเสนอข้อมูลข้อคิดเห็นต่อการจัดการศึกษา ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กกับคุณภาพผู้เรียนที่เราต้องการ พบว่าโรงเรียนขนาดเล็กขณะนี้มีราวประมาณสัก ๑๕,๐๐๐ โรงเรียน ในอนาคตอาจจะมีเพิ่ม หรือในขณะเดียวกันก็อาจจะถูกยุบไปในที่สุด เนื่องด้วยอัตราการเกิดของประชากรลดลง รวมถึงการอพยพเคลื่อนย้ายของประชากรวัยเรียนที่ย้ายติดตามผู้ปกครองไปรับจ้างทำงาน ต่างถิ่น ที่สำคัญยิ่งคือค่านิยมของผู้ปกครองส่งลูกหลานไปเรียนในเมือง หรือโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงและความพร้อม รวมไปถึงโรงเรียนเอกชน ทำให้โรงเรียนหลายแห่งถูกลดระดับ กลายเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในที่สุด เป็นเรื่องที่ทำให้ใจหายและเศร้าใจ โรงเรียนที่ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ศึกษามาถึงรุ่นปัจจุบัน อยู่คู่กับชุมชนมาอย่างยาวนานต้องมาปิดตัวลง เพราะไม่มีนักเรียน หรือผู้ปกครองไม่ส่งบุตรหลานมาเล่าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ที่สร้างมาจาก หยาดเหงื่อแรงงานภายในชุมชน จนเป็นบวร บ้าน วัด โรงเรียน โรงเรียนขนาดเล็กจึงไม่ได้ เป็นเพียงสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของชุมชนอีกด้วย การบริหารจัดการโรงเรียน ขนาดเล็กมีต้นทุนสูง ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยี ปัญหาการขาดแคลนผู้บริหารจำนวน ครูไม่ครบชั้นเรียน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนไม่เท่าเทียมกับโรงเรียน ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ได้ เราจะทำอย่างไรให้โรงเรียนอยู่คู่กับชุมชนตลอดไป ดิฉันขอเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. จัดสรรงบประมาณ ค่าใช้จ่าย ในการจัดการศึกษาจากรัฐบาลให้เพียงพอและพอเพียง ๒. จัดสรรครูให้เพียงพอ สามารถ จัดการเรียนรู้ได้ครอบคลุมและไม่หนักเกินกำลังของครู ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลนครู กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะนี้ ๓. จัดสรรเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอุปกรณ์ ให้เสถียร ครอบคลุมทุกชั้นเรียน เพื่อเป็นการสร้างสื่อการเรียนรู้และระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ๔. จัดสรรสื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนให้นักเรียนทุกคน เพื่อสนับสนุน การทำงานของครู ๕. จัดสรรเจ้าหน้าที่ธุรการให้กับโรงเรียนขนาดเล็กทุกโรงเรียน เพื่อลดภาระงานครู ในปัจจุบันท่านผู้อำนวยการ หรือครูใหญ่ บางครั้งบางโรงเรียนต้องเป็น นักการภารโรงดูแลทำเองหมดทุกอย่าง ส่วนเรื่องจะยุบ จะรวม หรือจะเลิก ให้พิจารณา ถึงความเหลื่อมล้ำที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ให้ดูข้อมูลเป็นรายโรงเรียน รายพื้นที่ และความสามารถ ของชุมชนเป็นหลัก แต่ที่สุดของการบริหารจัดการคือ การคงอยู่ของโรงเรียน ซึ่งเป็นสถาบัน หลักของชุมชนเป็นสำคัญ
ประเด็นที่ ๒ การกระจายอำนาจทางการศึกษาให้กับท้องถิ่น ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันเห็นด้วยในภาพรวมกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๘ ในฉบับนี้ แต่ขอฝากข้อมูลและข้อคิดเห็นเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในวาระที่ ๒ และการลงมติในวาระที่ ๓ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน จากการกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการกระจายอำนาจการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันมีข้อคิดเห็นเชิงเปรียบเทียบ ดังนี้ พระราชบัญญัติกำหนดแผนละขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ไปยังท้องถิ่นทั้ง อบจ. คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด อบต. เทศบาล ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมามีการพัฒนาคุณภาพของท้องถิ่นในทุกมิติ เพราะทำเพื่อลูกหลาน เพื่อท้องถิ่นอย่างแท้จริง เราเริ่มเห็นว่ามีถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน เรามีประปาหมู่บ้าน บ้านเรามีการขยายถนน มีการขยายแนวเขตไฟฟ้าให้เข้าถึงชุมชนได้มากขึ้นและดีขึ้น ท้องถิ่น มีโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ก็มีศักยภาพสร้างเด็กและเยาวชนให้ มีความโดดเด่นเฉพาะทางหลาย ๆ ด้าน เช่น โรงเรียนกีฬา และโรงเรียนดนตรี ขณะที่ กระทรวงศึกษาธิการผ่านมา ๒๐ กว่าปี มีการกระจายอำนาจบ้าง ขอคืนอำนาจบ้าง สลับปรับเปลี่ยนบ่อยมาก เช่น ให้จัดทำหลักสูตรได้เอง ต่อมาให้จัดทำเองเฉพาะหลักสูตร ท้องถิ่น ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาที่วันนี้นับว่าดีมาก อย่างไรก็ตามผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ไม่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นได้ ดิฉันขอเสนอ ความเห็นต่อกระทรวงศึกษาธิการดังนี้นะคะว่า
๑. ปฏิรูปการศึกษา โดยกระจายอำนาจให้สถานศึกษา ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ บริหารทั่วไป และอื่น ๆ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะให้เกิดอะไรกับผู้เรียน นโยบายไม่เปลี่ยนแปลงง่ายเหมือนในปัจจุบัน
๒. เร่งดำเนินการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ และมีการกระจายรายได้ให้กับคุณครูทั้งในระบบและนอกระบบให้ดีกว่าเดิม เพื่อให้ทันกับ การเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมุ่งเน้นให้มีการกระจายอำนาจ การจัดการศึกษาตามบริบท ของพื้นที่ ดิฉันเชื่อมั่นว่าการกระจายอำนาจทางการศึกษาจะเป็นแนวทางที่ดีต่อการจัด การศึกษาให้กับลูกหลานไทยต่อไป
ขณะนี้เวลายังไม่หมดนะคะ ดิฉันขอพี่น้องประชาชนทราบว่าวันนี้ดิฉัน จะมีโอกาสได้มาอภิปรายเรื่องงบประมาณ ก็ฝากดิฉันมาขอบพระคุณท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมาท่านได้ลงไปจังหวัดราชบุรี ของดิฉัน ซึ่งเป็นจังหวัดที่ประสบภัยแล้งอย่างรุนแรงแล้วก็หนักหนา ท่านได้ลงไป ขณะนี้ ภัยแล้งของดิฉันเริ่มคลี่คลาย เพราะว่าท่านลงไปช่วยนะคะ พี่น้องประชาชนจังหวัดราชบุรี ของดิฉันฝากมาขอบคุณค่ะ แล้วก็ขอให้ท่านอยู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดูแล พี่น้องชาวเกษตรกรต่อไป เพราะว่าจังหวัดของดิฉันอาชีพเกษตรคืออาชีพหลักของประชากร ของเรา ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ฝากกระทรวงศึกษาธิการนะคะ วันนี้ลูกหลาน ของจังหวัดราชบุรีที่อยู่ชายแดนลำบากมากเรื่องการศึกษา แล้วก็เรื่องการพัฒนาต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ