ประสิทธิ์ เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญรับยุค AI และโลกาอัตโนมัติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นชาตินวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ในยุคดิจิทัลและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค AI อย่างเป็นระบบ

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัด ปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา ธัญบุรีและหนองเสือครับ ท่านประธานครับ ผมขอร่วม อภิปรายญัตติขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญในยุค AI และโลกาอัตโนมัติ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่เหมาะจะอภิปรายเรื่องนี้มากที่สุดคนหนึ่ง เพราะว่าผมจบทางด้าน IT มา แล้วก็ทำงาน เกี่ยวกับ IT มา ๑๐ กว่าปี ทั้งในประเทศสิงคโปร์แล้วก็ในสหรัฐอเมริกา ผมยังเคยได้ทุนของ รัฐบาลไปเรียน AI ที่สหรัฐอเมริกา แต่ว่าผมสละสิทธิ์ในตอนนั้น เพราะฉะนั้นเรื่อง IT เรื่อง Software ผมมีประสบการณ์ทางด้านนี้พอสมควร เคยผลิต Software ให้กับบริษัท ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาด้วยที่นิวยอร์ก แล้วก็เปิดบริษัทร่วมทุนกับเพื่อนที่นิวยอร์กนะครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเราเป็นประเทศเกษตรกรรมมาช้านานตั้งแต่ผมเกิดเลย ก็ได้ยินคำนี้ แล้วจนปัจจุบันนี้เราก็ยังได้ยินว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมอยู่ คนมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเกษตรกร สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นความภูมิใจของคนส่วนหนึ่ง แต่ว่า ปัญหาก็คือว่าเกษตรกรรมและผลผลิตทางด้านนี้มีราคาที่ไม่แพง ทำให้เกษตรกรของเรา ยากจนเป็นส่วนใหญ่ ผมอยากจะได้ยินคำว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศเทคโนโลยีและ นวัตกรรมบ้าง ตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Software ระบบปฏิบัติการ Window หรือว่าพวก Word Processing Graphic Editor ต่าง ๆ เราก็เป็นแค่ผู้ใช้ เราไม่เคยเป็น ผู้ผลิตเลย ตรงนี้ด้าน AI ก็เช่นกันนะครับ AI มีมานานแล้วแต่เราก็ยังเป็นผู้ใช้อยู่ แล้วใน อนาคตข้างหน้าเทคโนโลยี Quantum ก็จะมาอีกนะครับ ซึ่งจะปฏิรูปวงการ IT ไปอย่าง หน้ามือเป็นหลังมือ เราก็จะเป็นผู้ใช้อีกเช่นเคย ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผมหวังว่าสักวันหนึ่ง ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศนวัตกรรมบ้าง เป็นประเทศที่เป็นผู้นำทางเทคโนโลยีบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายคนบอกว่าประเทศไทยยังไม่พร้อม คนไทยยังไม่พร้อม ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมคิดว่าเป็นวิสัยทัศน์ของผู้นำที่เราไม่เคยมองด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเป็นวาระ แห่งชาติเลย ต่อไปผมจะมาพูดเรื่อง AI ของเรานะครับ AI ของเราเริ่มขึ้นตั้งแต่ประมาณ ปี ๑๙๕๐ ที่สหรัฐอเมริกา ช่วงนั้นคอมพิวเตอร์เพิ่งสร้างขึ้นมา คอมพิวเตอร์ตัวแรกใหญ่ขนาด ห้อง ๆ หนึ่งเต็ม ๆ เลยนะครับ ปัจจุบันก็เหลือเล็กขนาด Laptop แค่นี้หรือว่าเล็กกว่านี้ ๖๔ ปีที่แล้วสหรัฐอเมริกาให้ทุนวิจัยมหาศาลเลยทางด้าน AI ๖๔ ปีที่แล้ว AI ไม่ใช่เพิ่งเกิด เร็ว ๆ นี้ แต่เกิดมานานมากแล้ว แล้วปี ๑๙๙๐ ประเทศไทยก็เริ่มส่งคนไปเรียนด้าน AI ที่สหรัฐ เริ่มให้ทุนไป ทั้งนี้ทั้งนั้น AI เป็นระบบที่จะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนา AI ไม่ใช่ระบบ ที่เขียนโปรแกรมมาแล้วจบตรงนั้น แต่ตัวของเขาเองจะพัฒนาเรื่อย ๆ โดยมีฐานข้อมูล สะสม ฐานข้อมูล แหล่งข้อมูลเรื่อย ๆ พัฒนาความรู้ความสามารถ มีการสามารถแก้ปัญหาเชิงลึกได้ ด้วยตัวเอง ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง แล้วก็สามารถจำลองความฉลาดของมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้น AI ต้องใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มหึมา แล้วก็จะต้องใช้ระบบประมวลผลที่มีความสามารถสูง ดังจะเห็นเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้วที่ให้ทุนไปการวิจัยทำได้ไม่มาก เนื่องจากว่าพลัง Processor ของ คอมพิวเตอร์ยังไม่มีกำลังมากพอนะครับ การเก็บข้อมูลยังไม่มีกำลังมากพอ ไม่มีการใช้งาน อย่างแพร่หลาย ก็จะเป็นแค่สถาบันที่สามารถที่จะวิจัยได้ ทำให้ไม่โตสักที แต่ปัจจุบันนี้ Hardware ของเรารองรับในการทำเรื่องเหล่านี้แล้ว ถ้าเราสนับสนุนคนไทยเราจะสามารถ เป็นผู้นำ เป็นผู้พัฒนาทางด้าน AI ได้เช่นกัน อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ คนไทยก็มีความสามารถ ส่วนเรื่อง Application ของ AI มีหลายด้านเลยทีเดียว ที่เราเห็นก็เรื่องของ Language Model อย่างเช่นระบบที่เป็น Chatbot อย่าง Google Bard แล้วก็เป็น Chat GPT หรือ ระบบที่เป็น Siri Alexa Google Assistant เหล่านี้เป็นเรื่องของภาษา การสร้างเนื้อหา ต่าง ๆ AI ในอนาคตจะสามารถที่จะแต่งบทกวีได้ เขียน Scrip คอมพิวเตอร์ได้เอง เขียน เนื้อเพลงได้เอง ทำสิ่งเหล่านี้ท่านอาจจะร้องเพลงที่เกิดมาจาก AI ก็ได้ ไม่ใช่คนแต่งแล้ว ในอนาคต นอกจากนี้ก็จะมีการแปลภาษา Google Translate แล้วก็มีการนำข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผลในเชิงลึกได้ดีกว่าคน ระบบคอมพิวเตอร์นอกจากนี้ก็ยังมีระบบการจดจำ ใบหน้าของ AI ที่จะสามารถปลดล็อกอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือในร้านค้าพอใครเดินเข้ามา ก็สามารถจำได้ว่าลูกค้าคนนี้ลูกค้าประจำเคยซื้ออย่างนี้ไป โน่นนี่นั่นไป สามารถที่จะวิเคราะห์ ตามหน้าตาได้เลย แล้วก็นอกจากนี้ก็เรื่องของภาพวิดีโอสามารถที่จะ Edit รูปภาพ Edit วิดีโอได้ โดยอัตโนมัติ ใช้ในเชิงการแพทย์ก็ยังได้นะครับ วินิจฉัยโรค หน้าตาคุณมาอย่างนี้คุณเป็นโรค แบบนี้แน่นอน เอกซเรย์แบบนี้ออกมาคุณเป็นโรคแบบนี้แน่นอน AI จะวินิจฉัยแทนแพทย์ ได้เลย ในเรื่องของการดูแลสุขภาพไปแล้วก็เป็นเรื่องของการเงิน การเงิน AI ทำอะไรได้บ้าง จะไปแทรกแซงตลาดหุ้นตลาดทุนได้ สามารถที่จะไปปั่นหุ้น ทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดเลย ปัจจุบันนี้อาจจะยังไม่ได้มาก แต่ว่าในอนาคตมีการพัฒนา Algorithm ของ AI ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่าดูถูกว่า AI จะทำเหล่านี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือว่าเราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ ว่า AI จะทำอะไรได้ในอนาคต แล้วก็หาทางป้องกันไว้ก่อน ซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราสามารถที่จะมาถกประเด็นกัน แล้วก็เขียนกฎหมายรองรับ ไว้ก่อนหรือว่าหาทางป้องกันนะครับ ในเรื่องของ Cyber Crime ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน AI สามารถ ที่จะ Hack ข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ สามารถที่จะปลอมเสียง ปลอมหน้า ของคนในการ Hack ข้อมูล สามารถที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลของคน ๆ หนึ่งได้ แล้วก็ประมวลผลว่าคน ๆ นี้จะคิด อะไรต่อไปในอนาคต อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องป้องกันไว้ก่อน การพัฒนา AI ของเราไม่ใช่จะเป็น แค่กลัวอันตรายอย่างเดียว เราสามารถที่จะพัฒนา AI ให้ป้องกันอาชญากรรมได้ด้วยนะครับ การป้องกันของเราก็อย่างเช่นการวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าว่า Algorithm วิเคราะห์ตรงนี้ ระบุพื้นที่ว่าบุคคลนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะก่ออาชญากรรม มีการเฝ้าระวัง การจดจำใบหน้า เดินผ่านมาปุ๊บเรารู้เลยว่าคนนี้มีหมายจับ หรือว่าการตรวจจับทางด้าน Cyber AI ก็ไปค้นใน Social โฆษณาอันนี้มีแนวทางว่าจะมีการหลอกลวงก็สามารถบล็อกไป อัตโนมัติได้เลย สิ่งเหล่านี้ AI ก็มีประโยชน์เช่นกัน ไม่ใช่มีแต่โทษ และมีประโยชน์มาก ๆ ด้วย ถ้าเรานำมาใช้ได้ถูกที่ถูกทาง มีการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ DNA สามารถที่จะจำลองสถานการณ์ในสถานที่เกิดอาชญากรรม หน้าตาเป็นแบบนี้มันเกิดเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านี้ อันนี้คือการช่วยตำรวจในการแก้ไขคดี เพราะฉะนั้นผมก็จึงสนับสนุนให้เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมาดูแลเรื่องนี้โดยตรง แล้วก็หาช่องทาง หาแนวทางในการป้องกัน แล้วก็สนับสนุนแนวทางของคนไทยให้เป็นผู้นำ ทางเทคโนโลยี ไม่ใช่ผู้ตามอย่างเดียว ขอบคุณท่านประธานครับ