สหัสวัต คุ้มคง อภิปรายประเด็นการอยู่ร่วมกับยุคปัญญาประดิษฐ์และโลกาอัตโนมัติ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับหลักสูตรการศึกษาและพัฒนาแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยี พร้อมเรียกร้องให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของคนอย่างเป็นธรรม ไม่ควรถูกผูกขาดเพื่อผลประโยชน์หรือใช้เป็นเครื่องมือกดดันและขูดรีดแรงงาน
กราบเรียนท่านประธาน ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการอยู่ร่วมกันของสังคมในยุคปัญญาประดิษฐ์และโลกาอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในสังคมจำนวนมากในตอนนี้ ทั้งในแง่บวกและ แง่ลบครับ ซึ่งก็ไม่ใช่แค่พูดถึงในประเทศเรา ในยุโรปหรืออเมริกาก็มีการถกเถียงเรื่องนี้ อย่างเป็นวงกว้างเหมือนกัน ก็คงเหมือน ๆ กับตอนที่มนุษย์ค้นพบวัคซีน ตอนที่มนุษย์ ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ ตอนที่มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องยนต์ดีเซลหรือรถยนต์ขึ้นมา AI คือ สิ่งที่เราเรียกว่านวัตกรรม เป็นเทคโนโลยีแบบหนึ่ง ซึ่งเดิมทีก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความ สะดวกสบายให้กับมนุษยชาติ เหมือนกับนวัตกรรมอื่น ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมา เราจะใช้งานมัน อย่างจุดมุ่งหมายดั้งเดิมคือเพิ่มความสะดวกสบาย สนับสนุนการทำงานของมนุษย์ พัฒนา ศักยภาพมนุษย์ก็ได้ครับ หรือเราจะใช้มันให้ประโยชน์แก่คนกลุ่มเดียวในการเอาเปรียบ เพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ ก็ได้ครับ แต่ในฐานะผู้แทนราษฎรผมคงปล่อยเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น โดยไม่ปกป้องผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่เรากังวลและ ถูกพูดถึงในสังคมอย่างแพร่หลายคือเรื่อง AI จะมาแทนที่แรงงาน ซึ่งก็พูดกันตรง ๆ ถ้าเรา ยังปล่อยให้แนวทางการพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นแบบนี้ สภาพการจ้างงานของแรงงาน จำนวนมากไม่มีความมั่นคงแบบนี้ สิทธิวันหยุด วันลาของแรงงานเป็นอย่างที่เป็นอยู่ AI จะมาแทนที่แรงงานแน่นอนครับ ปัจจุบันแรงงานไทยทำงานสัปดาห์ละ ๖ วันตามกฎหมาย ค่าแรงขั้นต่ำน้อยนิดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ต้องทำ OT แทบทุกวัน เพราะไม่อย่างนั้น ก็ไม่พอกิน ไม่พอเลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่พอจ่ายค่าเทอมลูก จะเอาเวลาที่ไหนไปพัฒนาตนเอง เพื่อพัฒนาฝึกทักษะการทำงานใหม่ ๆ ในโลกที่ AI กำลังจะมีบทบาทครับ แล้วหลักสูตร พัฒนาฝีมือแรงงานตอนนี้แทบไม่มีหลักสูตรไหนเลยที่จะพัฒนาแรงงานให้สามารถใช้ชีวิต ทำงานภายใต้โลกาอัตโนมัตินี้ได้ครับ การนำเครื่องจักรหรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้ สิ่งที่ต้อง คำนึงเลยคือเราจะใช้เครื่องจักรแบบไหนหรือปัญญาประดิษฐ์แบบใดที่จะพัฒนาแรงงาน ใช้ทั้งตัวเครื่องจักรเหล่านี้และแรงงานได้พัฒนาศักยภาพไปพร้อมกันให้ได้ครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องวางแผนรับมือและจัดการคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงาน ที่อยู่ในตลาดแรงงานไทยในปัจจุบัน ในอีกด้านหนึ่งกลุ่มคนที่เป็นอนาคตของชาติที่จะเป็น แรงงานในอนาคตอย่างเด็กและเยาวชนในทุกวันนี้ หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ในปัจจุบันเท่าที่ผมไปอ่านมา น้อยมากครับ มีไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีการจัดการเรียนการสอน ในวิชาที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริงในยุคปัญญาประดิษฐ์ มิหนำซ้ำเรากำลังอยู่ไล่หลัง AI แทนที่ AI จะใช้ให้เป็นประโยชน์ทุกวันนี้ หลายวิชาที่มีการทำรายงาน เยาวชนของเราก็เริ่ม ถาม AI ถาม Chat GPT ให้ระบบเหล่านี้ทำงานให้ ทำรายงานออกมาให้ แล้วก็ Copy วาง โดยที่ไม่ได้เข้าใจ ไม่ได้ผ่านความรู้ความเข้าใจเลยครับ จะโทษเด็กอย่างเดียวก็ไม่ได้ เราต้องดู ด้วยว่าเราจะทำให้เด็กได้รับความรู้หรือพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนอย่างไร ในสังคม แบบนี้ ในโลกที่มีเครื่องมือแบบนี้ออกมา เราใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์กับการพัฒนาการ และสมองของคน ไม่ใช่แค่ให้สอบผ่าน เราควรพิจารณาหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงในสถาบันอาชีวะต่าง ๆ ใหม่ ปรับให้มันทันโลกทันสมัย วิชาบังคับต่าง ๆ เช่น ลูกเสือ กระบี่กระบอง ที่แทบจะไม่มีประโยชน์ในโลกสมัยใหม่เลย เรายังจะให้เด็กยุคนี้เรียนอยู่หรือครับ เอาวิชาที่ใช้ได้จริงแล้วมีประโยชน์ในโลกปัจจุบัน เช่น การเขียนโปรแกรม การจัดการ AI Data Analysis อะไรก็ได้ หรือไปจนถึงช่างซ่อมดูแล เครื่องจักรอัตโนมัติที่เรียนแล้วจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ให้เด็กได้ เรียนดีกว่าครับ เพื่อไม่ให้เด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบันนี้ต้องมาดิ้นรนพัฒนาฝีมือตัวเอง ต้องจ่ายเงินตัวเองไปลงเรียน Course นั่น Course นี่ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีงานทำแบบคน วัยทำงานในยุคปัจจุบันครับ เราต้องดึง AI มารับใช้คน มาช่วยในการเรียนรู้พัฒนาการสร้าง ทักษะในการทำงานร่วมกันในเด็กและเยาวชนในปัจจุบันไปจนถึงแรงงานในปัจจุบันเองด้วย ท่านประธานครับ AI จะต้องถูกนำมาใช้เป็นตัว Upskill แรงงานให้แรงงานได้ทำงาน ให้ผลิตภาพแรงงานมากขึ้นทั้งที่ออกแรงน้อยลง ให้แรงงานใช้เวลาในการทำงานน้อยลงจะได้ มีเวลาไปพัฒนาตัวเอง มีเวลาได้อยู่กับครอบครัวดูแลพ่อแม่ ลูกหลานครับ ไม่ใช่ให้นายทุน มาใช้ AI มาแทนที่หรือกดขี่แรงงานเรียกร้องว่าเพราะแรงงานไม่พัฒนาฝีมือตัวเองก็ต้อง ถูกแทนที่ ทั้ง ๆ ที่แทบไม่มีปัจจัยไหนเลยที่เอื้อให้แรงงานได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือเลย นายทุน หลายคนก็ใช้ AI ที่เป็นสิ่งที่สังคมพูดถึง สร้างความกลัว ขูดรีดแรงงานให้ทำงานมากขึ้น ไปบอกว่าคนทำงานปัจจุบันต้องเป็น Multi Skill ต้องทำงานได้หลายอย่าง ทำงานของ ๒ ตำแหน่ง ๓ ตำแหน่งในคนเดียว ทั้งที่ได้เงินเดือนเท่าเดิม เราเห็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องเป็นทั้ง Cashier คน Check Stock สินค้า แม่บ้าน ทำความสะอาด เรียงสินค้า บนชั้นวาง ไปจนถึงคนชงกาแฟ ทั้งที่ได้ค่าแรงน้อยนิด จนชินตาครับ นี่คือการฉวยโอกาสจาก ความกังวลว่าคนจะตกงานเพราะ AI บีบให้คนทำงานต้องถูกกดขี่เอาเปรียบครับ และมี อีกหลายอาชีพ หลายงาน ที่โดนเอาเปรียบแบบนี้ ถ้าให้พูดที่นี่ทั้งวันก็คงไม่จบครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมยืนยันแบบนี้ว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์คือ เทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีอะไรก็แล้วแต่ควรจะทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น เทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ของมนุษยชาติถูกออกแบบมาเพื่อให้มนุษยชาติสบายขึ้น กินดีอยู่ดีขึ้น ปัญหาคือนายทุนจำนวนหนึ่งกลับถือครองกรรมสิทธิ์นี้และใช้ประโยชน์จากการครอบครอง เทคโนโลยีเพื่อแสวงหากำไรและฉวยโอกาสขูดรีดแรงงาน ทั้ง ๆ ที่เทคโนโลยีนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นของมนุษยชาติ เราส่งต่อความรู้กันมารุ่นต่อรุ่น ก่อนจะมี AI เราก็มีอินเทอร์เน็ต เรามี คอมพิวเตอร์ เรามีไฟฟ้า มีทองแดง มีการถลุงแร่ ไปจนการใช้ไฟ นี่คือความรู้ที่ส่งต่อจาก คนรุ่นก่อน ๆ จนคนรุ่นปัจจุบันได้พัฒนาจนเกิดมาเป็น AI ขึ้น เพราะฉะนั้น AI ไปจนถึง เทคโนโลยีต่าง ๆ ต้องทำประโยชน์ให้กับมนุษยชาติทุกคน จะต้องไม่มีใครถูกเอาเปรียบ ขูดรีด หรือแทนที่เพราะ AI ขอบคุณครับ