ทรงศักดิ์ ทองศรี ชี้แจงต่อที่ประชุมเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา พร้อมอธิบายความคืบหน้าและข้อกังวลในการดำเนินการกระจายอำนาจและการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง โดยย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างระบบราชการและกฎหมายให้สอดคล้องก่อนการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะทำหน้าที่ในการตอบกระทู้ถาม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งท่านได้ให้ความกรุณาถามเป็นกระทู้ แล้วก็ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดภูเก็ต ท่านได้กรุณาถามในเรื่องการดำเนินการตามนโยบายที่ได้หาเสียง ไว้กับประชาชน เป็นกระทู้ถามที่ ๐๘๔ ผมเรียนท่านประธาน ครั้งแรกก็ยังนึกสงสัยอยู่ ว่าที่ท่านถามกระทู้นี้ไปถามเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอยู่ เรื่องของการก่อสร้างในพื้นที่ป่าชายเลน แล้วก็เป็นโครงการซึ่งยังทำค้างไว้อยู่ แล้วก็มีประเด็นปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกัน หลายหน่วยงานด้วยกัน สำหรับในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกไว้ก่อนนะครับว่าการบริหารราชการแผ่นดินต้องเป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ ๑๖๒ รัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้นั้นต้องแถลงนโยบายต่อ รัฐสภาเสียก่อน หมายความว่า การบริหารราชการแผ่นดินนั้นต้องเป็นไปตามคำแถลง นโยบายที่กระทำไว้ต่อรัฐสภา แล้วก็เรียนท่านประธานว่าสำหรับรัฐบาลนี้มีพรรคการเมือง หลายพรรคด้วยกันเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การที่จะเอานโยบายของพรรคการเมืองหนึ่งที่เคย ไปพูดไว้ในช่วงการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องช่วงนั้น แต่เวลาที่จะมาบริหารประเทศแล้วก็ต้องเป็น แนวนโยบายร่วมกันของหลายพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน อันนี้เป็น เบื้องต้นที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่าท่านได้พูดถึงเรื่องของมีการ ไปหาเสียงอะไรประมาณนั้น ผมก็ไม่ทราบนะครับ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ว่าเราก็จะพูด ในเรื่องของการบริหารตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา สำหรับเรื่องที่ท่าน มีความกังวล แล้วก็เห็นเป็นแนวทางว่ามันควรจะเป็นอย่างที่ท่านได้พูดถึงเรื่องของการ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดแบบโดยตรง แล้วพูดถึงเรื่องที่จะมีจังหวัดนำร่องอะไรหรือไม่ อย่างไรนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในส่วนที่เป็นกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผม รับผิดชอบมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน สำหรับกระทรวงมหาดไทยนี้ตามกระแสข่าวที่ได้พูดถึง เรื่องการเลือกตั้งอะไรต่าง ๆ ที่เป็น เรื่องของการกระจายอำนาจด้วยนั้น เราก็ไม่ได้มีการนิ่งนอนใจ มีการประชุมเสนอแนะ แนวทางเป็นประเด็นต่าง ๆ ว่าเราจะมีการดำเนินการเรื่องของการส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นแบบกระจายอำนาจ เรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรงนี้ก็มีการเชิญหลายหน่วยงาน มาประชุมหารือร่วมกัน เพราะว่าเรื่องการปรับเปลี่ยน เรื่องการบริหารราชการ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือส่วนท้องถิ่นมันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ได้เชิญผู้คนมาร่วมกัน ศึกษาวิเคราะห์ประเด็นปัญหาการศึกษามากมาย จนในที่สุดมีประเด็นที่คุยกันแล้วก็พบว่า ยังมีข้อกังวล แล้วก็มีข้อสังเกตหลายประการ ในแนวทางที่จะดำเนินการตามที่เป็นไปตาม กระแสดังกล่าวนั้น เช่น ควรมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นเพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างความ เข้มแข็งให้กับประเทศก่อน โดยให้มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทของชุมชนท้องถิ่นจากผู้รับ ผู้ปฏิบัติไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นข้อกังวลที่มีการพูดคุยกันในการประชุม เสวนากันนะครับ สำหรับเรื่องการกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่อาจยังไม่เพียงพอ โดยยังคงต้องมีการปรับโครงสร้างเชิงระบบ การจัดความสัมพันธ์ที่เหมาะสมระหว่างราชการ ส่วนกลางกับราชการบริหารส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามหลักการรวมอำนาจกับการกระจาย อำนาจไปด้วย ๓. ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ราชการ ส่วนกลางมากจนเกินไป โดยยังไม่มีการถ่ายโอนภารกิจให้แก่ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เท่าที่ควร และเมื่อมีการยุบเลิกราชการบริหารส่วนภูมิภาคแล้วจะทำให้ราชการบริหาร ส่วนกลางมีอำนาจใหญ่ขึ้น โดยจะมีเพียงหน่วยงานสาขาในระดับจังหวัดแทน ซึ่งจะทำให้ เกิดการขาดแคลนกลไกการเชื่อมโยงการบูรณาการระหว่างราชการส่วนกลางกับราชการ ส่วนท้องถิ่น อันนี้เป็นข้อกังวลที่มีการประชุมหารือกัน ๔. รัฐบาลจะขาดกลไกในการ ยกระดับองค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและสามารถให้บริการสาธารณะแทน ราชการส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๕. อาจต้องมีการยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุง หรือ การจัดระเบียบกฎหมายขึ้นอีกหลายฉบับ ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ประกอบกับต้องมีการกำหนดหน้าที่และอำนาจหน้าที่ที่สอดคล้องแล้วก็เหมาะสมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง เช่น กระบวนการจัดทำและเสนอของบประมาณ อำนาจในการจัดเก็บภาษีประเภทต่าง ๆ อันนี้เป็นข้อที่มีการประชุมหารือกันเบื้องต้นในช่วง ที่มีกระแสในแนวทางว่ามีหลายผู้คนอาจจะมีความต้องการว่าน่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรง ที่มาจากประชาชน กระทรวงมหาดไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็มีการหารือกันกำหนดแนวทาง ว่าอะไรที่เป็นไปได้ อะไรที่เป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นแนวทางในการที่จะดำเนินการเพื่อให้เป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นกรอบหนึ่งที่เราดำเนินการอยู่นะครับ ทั้งนี้ การกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายและ การบริหารราชการแผ่นดินทั้งระบบด้วย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน จะต้องมี การศึกษาและดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงความพร้อมและเจตนารมณ์ของ ประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงต้องมีการรับฟังความคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาควิชาการ แล้วก็สิ่งสำคัญ คือประชาชนซึ่งอาจจะต้องมีการจัดทำประชามติรับฟังเสียงจากประชาชนตามมาตรา ๑๖๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งต้องมีการรับฟัง ความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งด้วย อันนี้ผมเรียนท่านประธานในเบื้องต้นก่อนว่า จากสิ่งที่ท่านได้ถามมานั้น กระทรวงมหาดไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ดำเนินการไป แต่ผม เรียนเบื้องต้นก่อนว่าเป็นเรื่องที่มีประเด็นที่ต้องทำให้เกิดความรอบคอบ เพื่อให้การ ดำเนินการนั้นยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลักในการดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ