มนพร แจงความจำเป็นแลนด์บริดจ์ ชูลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗

มนพร เจริญศรี ชี้แจงความคืบหน้าและเจตนารมณ์ในการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ โดยย้ำถึงความจำเป็นในการลดต้นทุนและระยะทางการขนส่งสินค้า พร้อมเสนอแนวทางใช้ท่าเรือระนองและชุมพรรองรับสินค้าจากจีนตอนใต้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดปัญหาความหนาแน่นในช่องแคบมะละกา อีกทั้งยังเน้นความสำคัญของการจ้างที่ปรึกษาในโครงการใหญ่ของกระทรวงคมนาคมเพื่อให้ข้อมูลมีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในการมาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก เนื่องจากท่านได้เดินทางไปที่สวิตเซอร์แลนด์ร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ ต้องขอบคุณ คำถามจากท่านสมาชิก ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ จากพรรคก้าวไกล ซึ่งดิฉันชื่นชอบท่าน ตั้งแต่อยู่ฝ่ายค้านด้วยกัน เพราะว่าเวลาท่านนำเสนอข้อมูลในประเด็นของงานโครงสร้าง พื้นฐานของคมนาคมต้องยอมรับว่าท่านเป็น Expert จริง ๆ ค่ะ แล้วก็เป็นคำถามที่ยอดฮิต เพราะว่ามีกระทู้ทั้งจากฝั่งของรัฐบาลและจากฝั่งของฝ่ายค้านที่ให้ความสนใจเรื่อง แลนด์บริดจ์ เราจะใช้เวทีของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนที่เรา ได้รับอยู่แล้วให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบนะคะ จากคำถามของท่านสมาชิก ในเรื่องของประเด็นคำถามที่ท่านบอกว่า อยากได้หรือไม่อยากได้ ควรทำหรือไม่ควรทำ ฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพค่ะ ทุก ๆ คนล้วนมีความฝัน ถ้าเราไม่ลงมือ ทำเลยความฝันเหล่านั้นคงไม่เป็นจริง เฉกเช่นเดียวกันค่ะ พวกเราทุกคนมาจากพี่น้อง ประชาชนเราก็ฝันว่าเรามาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เราอยากให้ประเทศมีการพัฒนา ให้พี่น้องประชาชนได้รับความเท่าเทียมจากนโยบายของภาครัฐ ให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี จากโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ชักชวนนักลงทุนมาลงทุน เพราะฉะนั้นความฝันของเราจะ เป็นจริงหรือไม่ย้อนกลับถามตัวเองค่ะว่าวันนี้เรามาทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน ข้อมูลที่ท่านสุรเชษฐ์ได้ถามดิฉันขอตอบว่าดิฉันเองก็จะเป็นส่วนหนึ่งของ การผลักดันความฝันของแลนด์บริจด์นี้ให้เป็นจริงร่วมกับท่านสมาชิก รวมทั้งการที่จะต้อง มาแชร์ข้อมูลที่เป็นความจริงแล้วก็ได้ลงมือทำค่ะ

ประเด็นคำถามในเรื่องของระยะทาง ก็จะขออธิบายในภาพรวมว่าปัจจุบัน โครงการแลนด์บริดจ์เราคาดการณ์ว่าจะมีการขนส่งตู้สินค้าที่จะส่งไปที่เอเชียใต้ที่จะมา ที่ท่าเรือระนอง เนื่องจากตู้สินค้าที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกไปที่ออสเตรเลีย ก็จะมาขึ้นที่ท่าเรือชุมพร หรือตู้สินค้าที่ส่งในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมาที่ แลนด์บริดจ์นี้ ทำไมในเมื่อมีท่าเรือช่องแคบมะละกาแล้วจะลดระยะทางนี้อย่างไร เนื่องจาก โครงการแลนด์บริดจ์ดังนี้ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อลดระยะเวลาและลดต้นทุนในการขนส่ง เนื่องจากปัจจุบันนี้ปัญหาความคับคั่งของการขนส่งสินค้าทางเรือของช่องแคบมะละกานี้ ทำให้ความหนาแน่นมีมากขึ้น เรือจึงต้องลดความเร็วในการที่จะเข้าจอดช่องแคบนะคะ นอกจากนั้นปัญหาของการถูกปล้นดังที่หลายท่านได้ทราบข่าว เรือสินค้าถูกปล้นในช่องแคบ มะละกาก็มีข้อมูลและสถิติการปล้นเรือขนส่งสินค้ามากขึ้นทุก ๆ ปี ดังนั้นการขนส่งสินค้า ในเส้นทางยุโรปเอเชียใต้ ซึ่งปัจจุบันก็มีตู้สินค้าบางส่วนถูกส่งมาที่ท่าเรือในช่องแคบมะละกา ก่อนส่งต่อเรือ ขึ้นเรือก็คือ Feeder กลับไปในประเทศของเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ด้านตะวันออก บังคลาเทศ แล้วก็เมียนมานะคะ นอกจากนั้นเส้นทางสำหรับเอเชียตะวันออกที่จะไปประเทศออสเตรเลียปัจจุบันมีการขนส่ง สินค้าจากประเทศจีนไปออสเตรเลียทางเรือ แต่ว่าประเทศจีนมีขนาดพื้นที่ใหญ่มาก หลายพื้นที่ของประเทศจีนไม่ได้ติดทะเล เช่น จีนตอนใต้ ก็จะเห็นว่าผ่านมาที่ประเทศ บังคลาเทศ ผ่านมาที่ทาง สปป. ลาว และก็ถึงจะเชื่อมเข้ามาในฝั่งของประเทศไทย ทำให้ การขนส่งตู้สินค้าจากจีนตอนใต้ออกไปทางทะเล จะทำให้ร่นระยะเวลาได้เร็วขึ้น ซึ่งถ้าเรา มีโครงการแลนด์บริดจ์ดังกล่าวตู้สินค้าจากจีนตอนใต้ก็จะมีโอกาสอย่างมากที่จะมาออกที่ ท่าเรือฝั่งระนองแล้วก็ท่าเรือที่ชุมพร นอกจากนั้นประเด็นตู้สินค้าที่จะมาแลนด์บริดจ์ว่าทำไม ต้องมาที่แลนด์บริดจ์ เพราะว่าท่าเรือหลายท่าในช่องแคบมะละกาจะมีการขนส่งสินค้า หลาย ๆ ประเภท มีทั้งเรือขนาดใหญ่ เรือขนาดกลาง หรือเรือ Feeder ซึ่งประเภทของเรือ ดังกล่าวเราก็ทำการศึกษาอยู่ แล้วก็ประมาณการเรื่องตู้สินค้าว่าในเรือขนาดนี้ควรจะเป็น เส้นทางขนาดไหน แล้ว Feeder จะต้องใช้เรือ Size ไหนที่จะเข้าสู่ Feeder ของการขนส่ง สินค้าในร่องทะเลลึก ๆ ในร่องทะเลลึกแต่ละร่องเหล่านั้น นอกจากนั้นปริมาณตู้สินค้าก็จะ เป็นเส้นทางที่จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่มาใช้แลนด์บริดจ์ที่จะ ประหยัดเวลา แต่จากการศึกษาข้อมูลที่ขณะนี้เราทำการศึกษาอยู่ว่าการขนส่งโดยเรือ ขนาดใหญ่ไม่ประหยัดกว่าทั้งหมด ดังนั้นเราจึงเอากลับมาศึกษาอีกว่าเอาเฉพาะเส้นทางที่ ขนส่งสินค้าที่ใช้เรือ Feeder เท่านั้นที่จะประหยัดในช่วงแรก แต่ว่าในระยะยาวหากจำนวน ตู้สินค้านี้มีเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ๆ โอกาสที่เรือใหญ่จะเข้ามารับตู้สินค้าในฝั่งเรือระนองก็จะมี ความเป็นไปได้ เนื่องจากระนองอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางเดินเรือในปัจจุบันนี้ แต่สำหรับ ประเด็นคำถามในเรื่องของสินค้าที่ยังบอกว่าเรามีสินค้าในการคุ้มไหม ในเรื่องของตู้สินค้า ก็จะมีสินค้าอีกประเภทหนึ่งเขาเรียกว่า สินค้าเทกอง เช่น สินค้าประเภทปูนซีเมนต์หรือไม้ ปัจจุบันสินค้าทั้งสองนี้ก็เอาใส่ตู้มา ซึ่งสินค้าเหล่านี้ถ้าเราเข้ามาที่ท่าเรือระนองก็จะเป็นการ ลดต้นทุนสินค้า นอกจากนั้นเราก็ยังได้ประมาณการว่าเมื่อมีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น ปริมาณ ของการเติบโต

แล้วก็ทุกประเด็นที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงหลักวิชาการว่าการจ้างที่ปรึกษานั้น มีความคุ้มค่าหรือไม่ แล้วเราจะทำโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้หรือจะเป็นเพียงแค่ความฝัน ท่านประธานที่เคารพคะ โครงการดังกล่าวไม่ว่าการจ้างที่ปรึกษา ทางกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราก็หวังว่าบริษัทที่ปรึกษาเหล่านั้น จะศึกษาความเห็น แล้วก็ความเหมาะสมในทุกมิติ เฉกเช่นเดียวกันเมื่อเราทำการศึกษาแล้ว กลุ่มประเทศที่เขาต้องการลงทุนเขาก็ต้องมีบริษัทที่ปรึกษาของเขามาศึกษาในแบบแผน ของการศึกษาว่าประเทศไทยเราที่จ้างที่ปรึกษานั้นมีมาตรฐานไหม มีการ Fake ตัวเลข เข้าไปไหม ถ้าบริษัทเหล่านั้นไม่เชื่อว่าผลการศึกษาของประเทศไทยเป็นไปได้ บริษัททั่วโลก เขาก็ไม่มาลงทุน แต่นี่คือโอกาสค่ะว่าเราได้เริ่มต้นศึกษาแล้ว ประเด็นไหนที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องกลับมาทบทวน นี่คือคำถามแรกของดิฉันต่อคำถามของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ