ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน โดยเสนอให้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการกระจายอำนาจ การห้ามนำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่เผา การแจ้งเตือนภัย PM2.5 ที่ชัดเจน และการจัดทำรายงานปล่อยมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายสรุปเนื้อหา ในร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ของผมและพรรคก้าวไกล ในวันนี้ ปัญหานี้เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเราได้อภิปรายที่มาของปัญหาทั้งจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ลงไปถึงภาคใต้ แน่นอนครับ ปัญหาที่มันกระทบตั้งแต่เหนือจดใต้ แบบนี้ นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขกันทั้งระบบ สส. ภัสริน สส. กัลยพัชร สส. พิมพ์กาญจน์ได้พูดถึงเรื่องของการเข้าตรวจโรคและสวัสดิการในการรับการรักษา อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมไปแล้ว ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุไว้อย่างชัดเจน สส. มานพ สส. รภัสสรณ์ สส. เพชรรัตน์ ก็ได้พูดถึงการกระจายอำนาจว่าทำไมต้องกระจายอำนาจ ในการจัดการปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟป่า หรือ PM2.5 ต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ผมขอทิ้งไว้เป็น คำถามกับภาคประชาชนว่าท่านต้องการที่จะมีหัวเรือในการขับเคลื่อนระดับจังหวัดโดยคนที่ ท่านเลือกเข้ามา นั่นก็คือนายก อบจ. คนที่ท่านมั่นใจแน่นอนว่าอยู่ต่อเนื่อง ๔ ปี มีงบประมาณในการบริหารจัดการ หรือท่านต้องการผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอายุเฉลี่ยเพียง ๑-๒ ปีแล้วก็ไป และอีกคำถามหนึ่งให้ประชาชนได้ตั้งคำถามไว้ นั่นก็คือเรื่องของการกระจาย อำนาจกับรัฐบาลชุดนี้ เราเห็นกันในอภิปรายงบประมาณไปแล้ว ท้องถิ่นของบไป ๑,๗๐๙ ล้านบาทในการบริหารจัดการไฟป่า แต่รัฐบาลกลับให้แค่ ๕๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง นี่ก็เป็นคำถามที่ผมฝากประชาชนได้ตัดสินกันในระหว่างที่กฎหมายนี้กำลังพิจารณา ในขั้นตอนต่อไป สส. ฉัตรจากโคราชก็ได้มีการพูดถึงเรื่องไฟเกษตร โคราชเปิดหีบอ้อยไฟไหม้ หีบแรกมีเท่าไรครับ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ต้องมีการระบุ ชัดเจนในการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการจัดทำงบประมาณที่มันเกี่ยวข้องกับ มาตรการ เพิ่มมาตรการ และลดแรงจูงใจในการเผาในภาคเกษตรกรรมให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น สส. จุฬาลักษณ์ก็มีการพูดถึงการนำเข้าข้าวโพดอาหารสัตว์ที่มีที่มาจากการเผา เพราะ ในจังหวัดเชียงรายบางปีนั้น Hotspot แทบไม่มี แต่ค่า PM2.5 พุ่งทะลุเกิน ๖๐๐-๗๐๐ ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นในส่วนนี้พระราชบัญญัติของพรรคก้าวไกล เราก็ระบุชัดเจนว่าเราต้อง มีการห้ามการนำเข้าข้าวโพดอาหารสัตว์ที่มีที่มาจากการเผาอย่างชัดเจน ทีนี้เราโยงมาถึง เรื่องของฝ่ายบริหารกันสักเล็กน้อย ในเรื่องการออกประกาศการนำเข้าข้าวโพดอาหารสัตว์ ในปี ๒๕๖๗ นี้ได้มีการออกประกาศมาแล้ว ฉบับนี้เป็นแค่ปีเดียว นั่นคือปี ๒๕๖๗ แต่สิ่งที่ น่าผิดหวังเหมือนกัน สิ่งที่ผมได้อภิปรายในกระทู้ถามสดเมื่อเดือนธันวาคมและเสนอแนะ ในการที่จะจัดทำเรื่องของการระบุพิกัดละติจูด ลองจิจูด ชัดเจนของผู้ที่นำเข้าข้าวโพด อาหารสัตว์ ตรงนี้ก็ไม่มี รายละเอียดยังไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ต่างอะไรกับประกาศในตอนชุดที่แล้ว ในปี ๒๕๖๖ เลย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ค่อนข้างที่จะผิดหวัง และผมได้ขอหนังสือรับรองว่า สินค้าที่นำเข้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากทางกระทรวงพาณิชย์ไป กระทรวงพาณิชย์ ส่งกลับมาแค่แบบฟอร์ม Form D เท่านั้นเอง ซึ่งไม่ได้ตรงตามที่ผมขอด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น ผมขอใช้ช่องทางนี้ในการร้องขอเอกสารว่าที่ผ่านมาเขาเอาอะไรมารับรองว่าข้าวโพดอาหาร สัตว์ที่นำเข้ามาไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และพูดกันถึงเรื่องการแจ้งเตือนที่วันนี้เพื่อน สมาชิกทั้งฝั่งรัฐบาลและฝั่งฝ่ายค้านเองพูดกันเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเราต้องมีการแจ้งเตือน ให้ชัดเจน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีการระบุชัดเจนมากที่สุดว่าการแจ้งเตือนต้องเกิดขึ้น เฉพาะพื้นที่เมื่อมีค่า PM2.5 เกินกว่าค่ามาตรฐานที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กำหนดไว้มากกว่า ๒๔ ชั่วโมง ซึ่ง สส. การณิก ก็ได้พูดถึงตรงนี้อย่างชัดเจนไปแล้ว ทีนี้เราก็ ต้องมีการพูดต่อว่าเราจะให้คณะกรรมการอะไรเป็นคณะกรรมการหลัก ซึ่งตรงนี้ร่าง พระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษของพรรคก้าวไกลเราก็ได้ใช้คณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เราใช้สิทธิของเดิมที่มีอยู่แล้วมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเรื่องของ การจัดทำรายงานในการนำเสนอต่อสภา ที่ผ่านมาปัญหา PM2.5 ภาครัฐ หน่วยงานต่าง ๆ แก้ไขปัญหากันอย่างไรเราไม่เคยรู้เลย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นรายงานฉบับนี้เข้ามาสู่สภา ทุก ๆ ปี ทำอะไรไปบ้าง แก้ปัญหา PM2.5 ฝุ่นพิษอย่างไรบ้าง และที่สำคัญที่สุดเราจะได้เห็น ผู้แทนราษฎรของเราพูดแทนพวกเราในสภา เอาปัญหาของพวกเรามาเข้าสภา แนะนำ เสนอแนะผ่านสภาแห่งนี้ได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เราต้องจัดการปัญหาที่ต้นตอ นั่นก็คือการจัดทำรายงานการปล่อยมลพิษทางอากาศ ครอบคลุมทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และสิ่งที่ สส. พุธิตาได้กล่าวไว้ ในการอภิปรายเมื่อเช้านี้นั่นก็คือเราต้องจัดบังคับโทษให้ชัดเจน ทางแพ่ง ทางอาญา เสร็จแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องเปิดเผยรายชื่อผู้กระทำผิดให้สาธารณะได้รับทราบด้วย ไม่ใช่เป็นการบังคับโทษกับผู้ที่เปิดเผยรายชื่อนะครับ ในส่วนของปัญหานี้การแก้ไขปัญหา เราต้องเดินไป ๒ ทางพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนของ ฝ่ายบริหารนั้นผมได้อภิปรายในการเสนอแนะแนวทางในการอภิปรายแถลงนโยบายไปแล้ว ๑ ครั้ง การอภิปรายงบประมาณไปแล้วอีก ๑ ครั้ง เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจะมา Focus กัน ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อผมเชื่อว่าประชาชนหลายท่านอาจจะยัง ไม่ทราบ ประชาชนหลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเมื่อผ่านวาระที่ ๑ แล้วเราจะมีกฎหมายฉบับนี้ ทันที วันนี้ผมขอเรียนให้ประชาชนทุกท่านเข้าใจอย่างนี้ว่าหลังจากผ่านวาระที่ ๑ ในวันนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ต่อไป และจะมีการนำข้อดีของ แต่ละร่างพระราชบัญญัติมาประกบเพื่อให้เราได้พระราชบัญญัติที่มันตอบโจทย์และแก้ไข ปัญหานี้ให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ผมอยากให้เป็น กฎหมายฉบับแรกที่ประชาชนทุกคนช่วยกันติดตามในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ เพราะว่าหลาย ๆ ครั้งเราเห็นหลายร่างกฎหมายผ่านร่างแรกไปแล้วก็หายไปเลย ไม่ได้กลับ เข้ามาในสภาด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอเชิญชวนประชาชนทุกคนติดตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วเราจะได้ร่างพระราชบัญญัติฉบับไหนที่มา บังคับใช้แก้ปัญหา PM2.5 ให้กับประเทศไทย และวันนี้ขอขอบคุณทุกท่าน แน่นอนครับ อาจจะไม่ใช่คำถามแล้ว เพราะผมเชื่อว่าทุกท่านมีมติที่จะรับหลักการอยู่แล้ว ขอขอบคุณ ทุกท่านที่จะลงมติรับหลักการกับทุกร่าง ทั้งร่างของคณะรัฐมนตรีและร่างของพรรคก้าวไกล ในวันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่อยากให้ทุกท่านติดตามอีกครั้งหนึ่งนั่นก็คือการจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไปในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ