การณิก จันทดา แถลงข้อมูลผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจกว่า 1.7 ล้านคนในช่วงต้นปี 2566 เพื่อเน้นย้ำความรุนแรงของปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นพิษและไฟป่าในเชียงใหม่ พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและจัดการวิกฤตสุขภาพอย่างทันท่วงที
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๒ จากพรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานทราบไหมว่าเมื่อต้นปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาประเทศไทยเรามีจำนวนยอดผู้ป่วย ที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจทั้งหมดกี่ราย ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานี้ประเทศไทยเรามีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจนี้ถึง ๑.๗ ล้านคน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
แล้วในจังหวัดเชียงใหม่ เรามีจำนวน ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมเป็นจำนวนถึง ๗๒,๐๐๐ ราย ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประจำอำเภอ แล้วก็โรงพยาบาลประจำจังหวัดค่ะ ส่วนที่เข้ารับการรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มีถึง ๑๒,๐๐๐ กว่าราย เลยค่ะ และที่เรามีจำนวนผู้ป่วยที่มีการกำเริบในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ก็เป็นเพราะว่า เป็นช่วงที่มีค่าฝุ่น PM2.5 ที่วัดได้นั้นสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานค่ะ วันนี้ดิฉันจึงขอร่วมอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน ที่ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา เพิ่งได้เซ็นไปเมื่อวานนี้นะคะ ปัญหาไฟป่ามันไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะใน ประเทศไทยหรือว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบ ๆ ประเทศไทย แต่ว่าปัญหาไฟป่ามันเกิดขึ้น ทั่วโลก ขอยกตัวอย่างไฟป่าฮาวายเป็นปัญหาไฟป่าล่าสุดที่เกิดขึ้นในรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า ๑๑๕ ราย สูญหายไป ๓๐๐ กว่าราย ที่ยังชันสูตรไม่ได้ไม่ทราบว่าเป็นใครซึ่งถือว่าเป็นปัญหาไฟป่าที่รุนแรงก็เลวร้ายที่สุดในรอบ ๑๐๐ ปี Oak Fire California ก็เป็นปัญหาวิกฤติที่เกิดจากสภาวะความแห้งแล้ง เกิดจากพืช ที่ปกคลุมหนาแน่น แล้วก็การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้อง ใช้เวลานานหลายวันกว่าจะควบคุมเพลิงได้ หรือว่าหายนะไฟป่า Siberia ที่ก่อให้เกิดปัญหา มลพิษสู่ชั้นบรรยากาศของโลก โดยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมหาศาล หลายล้านตัน ทำให้ชั้นบรรยากาศของเรามีฝุ่นพิษเป็นจำนวนมาก ทีนี้หลายประเทศก็ได้เริ่ม มีการสนใจในการนำเทคโนโลยี AI หรือว่าปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการตรวจจับจุดความร้อน ในพื้นที่ป่า เพื่อใช้ประเมินแนวโน้มทิศทางลุกลามของไฟ ช่วยประเมินพื้นที่เสี่ยงแล้วก็ กำหนดพื้นที่อันตราย ก่อนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือว่าอาสาสมัครดับไฟป่าเข้าไปสู่พื้นที่ ป่าทำให้สามารถรับมือกับไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว แล้วก็ลดความเสียหาย ที่เกิดขึ้นได้ ดิฉันขอยกตัวอย่างทวีปอเมริกาเหนือ อย่างแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกานี้เขาก็เริ่ม นำระบบ AI มาใช้ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของกล้อง แล้วก็ระบบตรวจจับควันไฟ บนยอดเขากว่า ๑,๐๐๐ ตัว ที่มีอยู่ในระบบเครือข่ายนี้ แปลค่าออกมาแล้วก็ใช้ทำนายทิศทาง แนวโน้มของการลุกลามของไฟ ดังนั้นจุดเด่นของการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือว่า AI มาใช้ก็ เพื่อที่จะสามารถจับตรวจหมอกฝุ่นแล้วก็ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ได้อย่างแม่นยำ สามารถระบุความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง สามารถทำนายทิศทางการลุกลามของไฟ ทำให้ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือว่าเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่านี้เข้าไปได้อย่างตรงจุด ลดอันตราย ที่เกิดจากไฟต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ทำให้ลดอัตราการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงค่ะ ประเทศไทยเราเองก็มีการพัฒนาโดรนดับเพลิง ระบบ AI มาใช้งานร่วมกับ Sensor จาก IOT หรือว่า Internet Of Things ในการตรวจจับสัญญาณควัน ความร้อน แล้วอุณหภูมิเพื่อแจ้ง เตือนเจ้าหน้าที่ให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ เห็นสภาพของผืนป่าก่อนที่จะเดินป่าเข้าไป เพื่อที่จะดับไฟ หรือว่าสร้างแนวกันไฟได้อย่างแม่นยำแล้วก็มีประสิทธิภาพ วันนี้ดิฉันมี ข้อเสนอค่ะ อยากจะเสนอแนะในเรื่องของการส่งเสริมการพัฒนา แล้วก็การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการประเมินจุดความร้อน พร้อมกับการสร้างระบบข้อมูล Digital ของแหล่งฝุ่นหรือ บริเวณที่มีค่าฝุ่นสูง การร่วมมือกันของหน่วยงานในการจัดทำโครงข่ายระบบฐานข้อมูล ที่เชื่อมต่อกัน ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องสามารถเรียกดูข้อมูลเหล่านี้ได้ทันที และที่สำคัญหน่วยงานจะต้องแจ้งเตือนคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที เมื่อพบว่าพื้นที่นั้น มีค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันต่อเนื่อง ๒๔ ชั่วโมง หลายประเทศจึงมีระบบแจ้งเตือนภัย ทั้งภัยพิบัติ ภัยคุกคาม เหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ แบบ Real Time ยกตัวอย่างในยุโรปเขาจะมีระบบที่ชื่อว่า EU Alert ไว้สำหรับเตือนข้อความฉุกเฉินเป็น Messenger เป็นข้อความ ส่วนสหรัฐอเมริกาเองก็จะมีระบบที่ชื่อ Wireless Emergency Alert ไว้สำหรับเตือนสภาพอากาศ รวมถึงคำสั่งอพยพต่าง ๆ แล้วเขาจะมีระบบ AMBER Alert ไว้ สำหรับแจ้งติดตามช่วยเหลือเด็กหายภายใน ๒๔ ชั่วโมง ส่วนประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี แผ่นดินไหวค่อนข้างบ่อย ทำนายไม่ได้ แต่ว่าเขาก็ยังมีระบบ J Alert ไว้สำหรับแจ้งเตือน ทันทีที่ทางเขาสามารถแจ้งเตือนได้ ประเทศฟิลิปปินส์เขาก็ใช้ระบบ Emergency Cell Broadcast System สำหรับแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติอีกด้วย ประเทศเกาหลีใต้เขามี เป็นข้อความฉุกเฉิน ๓ ภาษา ประเทศเกาหลี ประเทศจีน ประเทศอังกฤษ ไว้สำหรับเตือน ทั้งคนเกาหลีเองแล้วก็ชาวต่างชาติเองเรียกว่า Korean Emergency Alert ทีนี้ของประเทศ ออสเตรเลียมาทั้งตัวอักษรแล้วก็ข้อความเสียงนะคะ เขาใช้ระบบที่ชื่อว่า Emergency Alert Australia ส่วนประเทศไทยเองน่าเสียดายค่ะ ประเทศไทยเรายังไม่มีระบบเตือนภัย ผ่านข้อความหรือว่าส่ง SMS เข้ามือถือสำหรับแจ้งเตือนภัยต่าง ๆ ทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย ดิฉันจึงมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะมีการพัฒนา ระบบ AI สำหรับตรวจสอบจับและประเมินจุดความร้อนก็ดี ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติครบ วงจรก็ดี ที่สามารถส่งเป็นข้อความตัวอักษรหรือข้อความเสียงส่งเตือนเข้าสู่ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับทั้งภัยพิบัติหรือว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งการพัฒนาระบบเหล่านี้สมควรอย่างยิ่งที่จะต้อง ได้รับการสนับสนุนส่งเสริม แล้วก็เดินหน้าพัฒนาระบบจากรัฐบาล เพื่อที่จะสามารถนำระบบ ต่าง ๆ มาใช้ในการแจ้งเตือนแล้วก็ประเมินสถานการณ์ไฟป่าได้จริง ๆ ขอบคุณค่ะ