รวี เล็กอุทัย แสดงความยินดีและสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยเห็นว่าสะท้อนเจตจำนงของรัฐบาลในการคุ้มครองสิทธิประชาชนด้านคุณภาพอากาศที่ดี พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน ผ่านมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ การจูงใจร่วมกับมาตรการบังคับใช้กฎหมาย การส่งเสริมพลังงานสะอาด และการร่วมมือข้ามประเทศภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเน้นความสมดุลระหว่างการบังคับใช้กับการรักษาอธิปไตยและกฎการค้าระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย สำหรับการอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอนั้น ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ของเรานี้จะ ได้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดันเพื่อให้ประชาชนของเราได้มีสิทธิในการได้รับ อากาศที่สะอาด และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันให้กฎหมาย ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พวกเราทุกคน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกสำคัญที่มีผลต่อ การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และปัญหาฝุ่น PM2.5 ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ ท่านประธานครับ เมื่อย้อนกลับไปหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของเรื่องนี้ นั่นคือการประชุม UNEA สมัยที่ ๓ ในปี ๒๕๖๐ ที่มีประเด็นหลักในการก้าวสู่โลกที่ปราศจากมลพิษ ซึ่งเป็น กลไกที่เร่งให้เกิดการดำเนินงานนำไปสู่การลดและขจัดมลพิษทั้งในอากาศ ดิน และน้ำ รวมถึงทะเลและมหาสมุทร โดยเน้นให้เกิดนโยบายที่มุ่งไปยังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการจัดการสารเคมีและของเสียเพื่อก่อให้เกิดผลดีต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการประชุม UNEA ที่ประเทศสมาชิกร่วมกันรับรอง ร่างปฏิญญาอย่างเป็นฉันทามติ ที่เน้นถึงแนวทางปฏิบัติของภาครัฐ เพื่อป้องกันบรรเทาและ จัดการมลพิษในประเด็นต่าง ๆ โดยที่สำคัญนั่นก็คือการมีนโยบายการจัดการสารเคมีและ ขยะของเสียที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความสามารถในการแก้ไขปัญหา มลพิษ ที่มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จากผลของการประชุมครับ ส่วนราชการของไทยเราหลาย ๆ กระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต่างได้ พยายามปรับตัว โดยมีกลไกที่จะขับเคลื่อนให้เป็นไปตามร่างของปฏิญญา นอกจากนั้น ในระดับภูมิภาคยังมีความตกลงว่าด้วยหมอกควันข้ามพรมแดน ที่มุ่งเน้นการป้องกันและ ติดตามไฟป่า และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ครอบคลุมถึงการจัดทำระบบตัวชี้วัดทางมลพิษ โดยมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ จากกรอบในระดับต่างประเทศครับท่านประธาน ปัญหาที่เราต้องเผชิญร่วมกันในประเด็น มลพิษทางอากาศ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในร่างของ พ.ร.บ. อากาศสะอาดฉบับนี้ เพื่อให้ เกิดการขับเคลื่อนการทำงานในการจัดการมลพิษทางอากาศให้เป็นไปอย่างชัดเจนและ มุ่งหวังผลอย่างเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้น จากการที่มีโครงสร้างอำนาจหน้าที่ที่มีความชัดเจน ตลอดจนการมีกลไกสร้างเครื่องมือหรือมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุน ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศครับ ผมมีความคิดเห็นครับว่าเราไม่สามารถแยก ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจออกจากกันได้ ดังนั้น ผมจึงขออภิปรายใน ๒ ประเด็น นั่นก็คือ ๑. มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนในการแก้ไขปัญหามลพิษ ทางอากาศจากมลพิษที่มีแหล่งกำเนิดข้ามแดน และ ๒. กลไกที่ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา มลพิษทางอากาศในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ในประเด็นของมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการแก้ไข ปัญหามลพิษข้ามแดนครับ โดยเนื้อความร่างของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมมองว่านี่ถือเป็นโอกาส ของประเทศไทยในการเป็นประเทศแกนนำที่จะชวนให้ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ร่วมกัน ตระหนักถึงปัญหามลพิษทางอากาศที่มีผลกระทบร่วมกัน โดยอ้างอิงตามหลักพันธสัญญาระหว่างประเทศที่ต่างก็เข้าไปผูกพันในการเป็นประเทศ สมาชิก ซึ่งถึงแม้ว่าตามหลักของรัฐอธิปไตยเราไม่ควรจะมีการก้าวล่วงระหว่างกัน แต่ปัญหา มลพิษทางอากาศนั้นเราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าแต่ละประเทศนั้นจะไม่มีความรับผิดชอบ ร่วมกันเลยคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นในภาคปฏิบัติที่จะเป็นผลต่อเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ หลังจากมีผลบังคับใช้ ผมก็ต้องขอฝากความหวังและขอให้กำลังใจต่อกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะต้องขับเคลื่อนในกรณีของความร่วมมือที่จะต้องมีกับ รัฐต่างประเทศ ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งของรัฐและของภาคเอกชน รวมถึงองค์การ ระหว่างประเทศเพื่อให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและการหาแนวทางแก้ไขร่วมกันครับ
อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ประกาศให้สินค้าต่าง ๆ จากแหล่ง กำเนิดมลพิษทางอากาศภายนอกประเทศ ที่มีการเผาไหม้จนเกิดเป็นมลพิษข้ามแดนนั้น ให้เป็นสินค้าห้ามนำเข้าส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาใน ราชอาณาจักร รวมถึงบทกำหนดโทษต่อผู้ก่อมลพิษนอกราชอาณาจักรที่ก่อให้เกิดมลพิษ ข้ามพรมแดนเข้ามาสู่ประเทศไทยของเรา โดยส่วนตัวครับ ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายเราควรให้ความสำคัญถึง ความละเอียดอ่อนต่อรัฐอธิปไตยนอกราชอาณาจักรด้วย รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ภายใต้กฎการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งควรมีการคำนึงถึงการบังคับใช้กฎหมายที่มีความ เท่าเทียมระหว่างกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคนภายในชาติหรือต่างชาติ ซึ่งจะไม่เป็น ปัญหามากนักหากเราทำให้เห็นถึงความสำคัญและมีแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับ รัฐต่างชาติหรือประเทศเพื่อนบ้าน
ในประเด็นที่ ๒ นั่นคือเรื่องของกลไกที่ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหามลพิษทาง อากาศในระยะยาวอย่างยั่งยืน หากเทียบเคียงกับกรณีของประเทศจีนที่ประสบความสำเร็จ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ปี ๒๐๐๖ รวมถึงการออกมาตรการทั้งในเชิงบังคับ เช่น การปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างมลภาวะและมาตรการจูงใจต่าง ๆ ในการเปลี่ยนวิธีในการ ผลิตพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด แม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการบรรลุผล แต่ผลลัพธ์นั้นย่อมส่งผลดีต่อประชาชนในระยะยาวแน่นอน ดังนั้นในร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมเห็นว่ามีการครอบคลุมในเชิงมาตรการที่มีการบังคับและมีบทกำหนดโทษที่ชัดเจน แต่ในส่วนที่ผมอยากเพิ่มและฝากไปยังรัฐบาล นั่นก็คือมาตรการจูงใจ ซึ่งอาจจะออกเป็น นโยบายต่อไปได้นะครับ เพื่อให้เกิดการจูงใจต่อพี่น้องเกษตรกรในการลดหรือหยุดเผาใน พื้นที่ต่าง ๆ รวมไปถึงการจูงใจให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีการลดการปล่อยมลพิษจาก ยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และสถานประกอบกิจการ ยกตัวอย่างเช่น การสนับสนุนให้นำเศษซากทางการเกษตรหรือขยะสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ มาเข้าสู่กระบวนการ Bio Refinery หรือการแปรรูปเป็นพลังงานแทนที่การเผา เป็นต้น
โดยสรุปผมเชื่อมั่นในร่างกฎหมายฉบับนี้ที่จะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการ ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ควรจะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงอากาศ ที่สะอาดและบริสุทธิ์ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี นอกจากนั้นการมีกฎหมายฉบับนี้ยังมีผลดีต่อ เศรษฐกิจ เพราะว่าไทยเราจะก้าวทันต่อเงื่อนไขของการกีดกันทางการค้าจากเหตุผลทาง สิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า รวมไปถึงยังอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างพื้นฐานที่ดีต่อมิติ ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ เพราะคงไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหน อยากเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศที่มีค่า PM2.5 เป็น Top Ten ของโลกหรอกครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมจึงอยากตั้งความหวังกับ พ.ร.บ. อากาศฉบับนี้ และขอให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อคืนอากาศสะอาดและบริสุทธิ์ให้แก่พี่น้องคนไทยของเรา ทุกคนครับ ขอบพระคุณครับ