พิพัฒน์ รัชกิจประการ หารือประเด็นการคำนวณค่าแรงขั้นต่ำที่อิงข้อมูลในช่วงเศรษฐกิจถดถอยจากโควิด-19 ซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบัน จึงเสนอให้มีการทบทวนสูตรการคำนวณใหม่โดยคณะอนุกรรมการชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยภาครัฐและนักวิชาการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและยั่งยืน พร้อมเน้นการวิเคราะห์เศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต และการกำหนดอัตราตามพื้นที่อย่างละเอียด รวมถึงการประกาศใช้ค่าแรงในบางอาชีพและบางพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนดำเนินการอย่างรอบคอบภายใน 1 ปี เพื่อกำหนดเป้าหมายประกาศใช้ทั่วประเทศภายในปี 2568
ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นะครับ จากคำถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามก็คือ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่สอดคล้อง กับความเป็นจริง ตัวผมเองก็คงไม่เถียงว่าวิธีการคิดกับการคำนวณในเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา ๒๐-๓๐ ปีนี้เรายังใช้ข้อมูลแล้วก็ฐานเดิม ๆ ที่มีการคำนวณมาโดย ตลอดในทุก ๆ ปี ซึ่งตัวผมเองถึงขณะนี้เข้ามาก็ประมาณเกือบ ๆ ๔ เดือน ก็ต้องขออภัยที่ การประกาศค่าแรงขั้นต่ำและมีการประชุมในวันที่ ๘ ธันวาคมครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๒๐ ครั้งหนึ่ง เราไม่สามารถที่จะทำให้มีค่าแรงขั้นต่ำได้สูงกว่า แล้วก็ที่มีการประกาศไปแล้ว และมีการใช้ ไปแล้วเมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมา และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือในกรณีที่มีปัญหาเรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำก็เป็นการคำนวณแบบเดิม ๆ โดยเป็นการให้อนุกรรมการไตรภาคีในแต่ละ จังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัดบวก ๑ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้นำเสนอเข้ามาสู่คณะกรรมการไตรภาคี ในคณะกรรมการใหญ่ที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งคณะกรรมการไตรภาคีจริง ๆ แล้วประกอบด้วย เป็นตัวแทนของนายจ้าง ๕ คน ลูกจ้าง ๕ คน และเป็นฝ่ายรัฐ ๕ คน ซึ่งก็มีการคำนวณแล้วก็ มีการประกาศ ตัวผมเองก็ได้มีการทักท้วงในการนำเข้า ครม. ในครั้งแรก ว่าตัวผมเองไม่เห็น ด้วยกับการที่ทางคณะกรรมการไตรภาคีเอาสูตรการคำนวณโดยเอาปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ มาเป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งแน่นอนครับ พวกเราคงทราบกันดีว่าในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๕ เป็นช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ ซึ่งก็เป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจ ของทั้งโลกนี้ตกต่ำขั้นสุดเท่าที่พวกเราในอายุขณะนี้ได้เจอมา ก็คาดว่าประมาณสัก ๑๐๐ ปี ๑ ครั้ง ก็โอเค ในเมื่อมีการทักท้วงแล้วก็มีการประชุมในวันที่ ๒๐ สุดท้ายมติออกมา เหมือนเดิม ก็มีการออกเป็นมติเอกฉันท์ทั้ง ๓ ฝ่ายว่าให้คงตามที่มีการประชุมไปครั้งแรก แน่นอนครับ ตัวผมเองก็คงจะต้องนำเข้าให้ ครม. รับทราบ หากไม่นำเข้าก็อาจจะเป็นการละเว้น อาจจะ โดนเรื่องของมาตรา ๑๕๗ แต่หลังจากนั้นตัวผมก็ได้มีการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ทาง ครม. ว่าตัวผมเองขอเวลาอีกช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะขณะนี้เราได้มีการตั้งเป็น คณะอนุกรรมการ โดยคณะกรรมการชุดใหญ่เป็นผู้ตั้ง โดยประกอบด้วย มีรองปลัดกระทรวง แรงงานเป็นประธานคณะอนุกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงาน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็มีทางสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วคณะเศรษฐศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วก็นักวิชาการอาวุโสนโยบายเศรษฐกิจรวมและ เศรษฐศาสตร์ประยุกต์ นี่ก็คือเป็นทีมที่เป็นฝ่ายของรัฐแล้วก็ทีมนักวิชาการ ส่วนตัวแทน ฝ่ายลูกจ้างก็ยัง ๕ คนเหมือนเดิม นายจ้างก็ยัง ๕ คนเหมือนเดิม รวมทั้งหมดแล้ว คณะอนุกรรมการชุดนี้มีทั้งหมด ๒๔ ท่าน ซึ่งผมขออนุญาตอ่านนะครับ คณะอนุกรรมการ มีอำนาจดังนี้นะครับ
ข้อที่ ๑ ศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงของสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันเพื่อใช้ ประกอบการพิจารณาปรับปรุงสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
ข้อที่ ๒ วิเคราะห์และทบทวนตัวแปรเชิงคุณภาพที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้ ในการคำนวณอัตราค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับกรอบแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณา อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
ข้อที่ ๓ จัดทำสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเสนอต่อคณะกรรมการ อัตราค่าจ้าง
ข้อที่ ๔ ศึกษาความเป็นไปได้การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามพื้นที่ ตามพื้นที่ในที่นี้ไม่ใช่เป็นพื้นที่ใหญ่เป็นจังหวัดนะครับ ผมขอให้เขามีการศึกษาลงไปในระดับ อำเภอ ระดับเทศบาล ระดับตำบล ซึ่งผมคิดว่าเราคงลงในรายละเอียดมากขึ้น เพราะว่า ในหนึ่งอำเภออาจจะมีชุมชนชนบทกับชุมชนเมือง ซึ่งผมอยากจะให้แยกจากกัน ก็คือเป็น การศึกษารายละเอียดเสียทีเดียว
ข้อที่ ๕ พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ มาตรฐาน ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของลูกจ้าง และข้อเท็จจริงทางสังคม และเศรษฐกิจตามพื้นที่ เพื่อกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามพื้นที่
ข้อที่ ๖ พิจารณาเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่เสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้าง
ข้อที่ ๗ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างมอบหมาย ซึ่งจะมีการประชุม และแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ในวันที่ ๑๗ มกราคมที่จะถึงนี้ และผมคิดว่าการที่เราตั้ง คณะอนุกรรมการนี้ก็เป็นการตั้งเพื่อทำงานในเชิงรุกในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จากการที่ผมได้มี การให้สัมภาษณ์ แล้วก็มีการให้แจ้งในที่ประชุมแห่งนี้ว่าเราจะมีการประกาศค่าแรง ขั้นต่ำในบางสาขาอาชีพ บางพื้นที่ที่คิดว่าเราสามารถประกาศสูงกว่าที่เคยประกาศมา แล้วก็ประกาศใช้ในปัจจุบันนี้คาดว่าน่าจะเป็นของขวัญวันสงกรานต์ได้ ซึ่งตรงนี้อาจจะ เป็นเพียงบางอาชีพและบางพื้นที่เท่านั้น เพราะการที่เราจะศึกษาลงรายละเอียด ทั้งประเทศ ผมคิดว่าเราคงจะต้องใช้เวลาเป็นปีแล้วก็ต้องมีข้อมูลที่มาก การที่เราศึกษา ในระยะเวลา ๒-๓ เดือน แล้วบอกว่าเราสามารถศึกษาได้ทั้งประเทศ ผมคิดว่านั่นเป็นการที่ เราพูดไม่เป็นความจริง ฉะนั้นขอเวลา ๑ ปีสำหรับการประกาศค่าแรงขั้นต่ำในปี ๒๕๖๘ แต่ก็ยังมีการประกาศในบางอาชีพ บางพื้นที่เป็นเบื้องต้นในช่วงก่อนวันปีใหม่ไทย ซึ่งผมก็ ขอเรียนชี้แจงให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ ขอบคุณครับ