เจษฎา ตั้งคำถามกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ หวั่นกระทบผู้ค้ารายย่อย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

เจษฎา ดนตรีเสนาะ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ขายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสิทธิในการทำมาหากินอย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอให้พิจารณาข้อเท็จจริงของสังคมเพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ขอร่วมอภิปรายเรื่อง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตท่านประธาน อย่างนี้ครับ เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังเป็นที่ต้องสงสัยของผมนะครับว่าจริง ๆ แล้ว มันเป็นของดีหรือของไม่ดี เพราะอะไรที่เป็นที่ต้องสงสัยเพราะว่าในตลอดชีวิตของผม ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในพิธีกรรมสำคัญหลายอย่างรอบตัว ตั้งแต่ พิธีกรรมที่เป็นของชาวบ้านเองจนถึงพระราชพิธี ขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่นพิธีโกนจุก พิธีรับขวัญ พิธีบวงสรวงต่าง ๆ พิธีไหว้ครู ทั้งครูดนตรี ครูนาฎศิลป์ ครูช่าง ตลอดจน พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญล้วนมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น มันก็เลยเป็นที่ต้องสงสัยว่าสรุปแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีครับ ทีนี้ว่า มันก็เป็นสิ่งที่อยู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนานนะครับ รวมทั้งพี่น้องชาติพันธุ์ต่าง ๆ ด้วย ผมขออนุญาตเป็นผู้แทนของพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีครับ พูดในแง่ของของผู้ประกอบการ รายเล็ก ร้านค้าโชห่วย ร้านค้าของชำต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชน ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ถัดไปครับ ตัว พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ ก็จะมีหลายมาตราที่ควบคุมเกินกว่าเหตุ แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะครับ การกำหนดสถานที่ห้ามขาย ที่ไม่เหมาะสม ผมขอยกตัวอย่างเช่น อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอเดียวนะครับ ๑๔ ตำบล มีวัดกว่า ๔๐ วัด มีศาสนสถานของศาสนาอื่นอีก มีโรงเรียนอีก ๔๐ กว่าโรงเรียน เพราะฉะนั้นท่านไปมุมไหน เดินทางแค่ไม่กี่กิโลเมตร ๑ กิโลเมตร ๒ กิโลเมตร ท่านก็จะเจอ ไม่โรงเรียนก็เจอวัด เจอศาสนสถานแล้ว เพราะฉะนั้นการห้ามขาย ที่บอกว่าถ้าใครอยู่ก่อนก็ อนุญาตให้ขายไป แต่ถ้าใครมาหลังก็ไม่ได้รับอนุญาต แล้วมันจะเป็นธรรมกับการประกอบ สัมมาอาชีพของประชาชนหรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายข้อนี้ผมก็เลยอยากให้ คำนึงถึงความเป็นจริงว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้หรือเปล่าครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ กำหนดเวลา ห้ามขาย มันใช้ไม่ได้จริงครับ ถามว่าร้านค้าประกอบการทั่วไปเป็นร้านค้าในชุมชนใช่ไหม ครับ คนที่มาซื้อรู้จักกับผู้ขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่รู้จักกันเขาก็ขายครับ แม้จะเป็นนอก เวลา มันจะไม่สามารถใช้ได้จริง แต่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ล่อซื้อ แล้วก็อาจจะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ทุจริตได้นะครับ ซึ่งผมก็เห็นว่าควรจะเปิดโอกาสให้พี่ น้องประชาชนได้ทำสัมมาอาชีพอย่างสุจริตได้ตลอดเวลา ไม่ควรจะจำกัดเวลาครับ สังคมไทย เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม พหุศาสนา เพราะฉะนั้นอย่างของจังหวัดปทุมธานี ในบริเวณของ อำเภอเมือง ผมเองก็มีหลายศาสนาประกอบด้วยกัน แล้วก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน อภิปรายไปแล้วนะครับว่า ในวันสำคัญเราห้ามขาย แต่หลายท่านก็สงสัยว่าทำไมเขาถูก ลิดรอนสิทธิด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เห็นว่าในเมื่อประเทศไทยเป็นพหุวัฒนธรรม พหุสังคมเรา ก็ควรจะเปิดเสรีให้กับทุก ๆ ท่านได้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเท่าเทียม ไม่มีการจำกัด สิทธิในการเข้าถึงเครื่องดื่ม ทีนี้มาถึงใบอนุญาตนะครับ ใบอนุญาตที่ผมพูดถึงนี้ ที่ท่านเห็นนี้คือใบอนุญาตขายไพ่นะครับ แต่มันไม่เกี่ยวกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แต่ถามว่าทำไมผมถึงเอามาพูดด้วย เพราะว่าเวลาเราต่อใบอนุญาต สิ้นปีมันจะ ต่อใบอนุญาตรวมกัน ๔ ปีสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กหรือร้านชำ ก็คือใบอนุญาตขายสุรา ใบอนุญาตขายบุหรี่ ใบอนุญาตขายยาสูบ แล้วก็ใบอนุญาตขายไพ่ ไพ่นี่ร้านค้าที่เป็นรายเล็ก ส่วนใหญ่ไม่ได้ขายครับ แต่ถูกบังคับให้ซื้อใบอนุญาตไปโดยปริยาย ถึงแม้ว่ามันจะราคา ไม่เยอะ ณ ปัจจุบันผมจำไม่ได้ ค่าธรรมเนียมประมาณ ๑๐๐ บาท แต่ร้านค้าชำอย่างที่ หลายท่านอภิปรายไปว่ามีถึง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย คูณ ๑๐๐ บาท ก็เป็นจำนวนเงิน พอสมควร เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้หลายท่านที่เป็นผู้ประกอบการเขาไม่เต็มใจที่จะจ่าย แต่เขาไม่อยากจะมีปัญหากับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เขาก็เลยจำเป็นต้องจ่ายไป เพราะฉะนั้น อันนี้ผมก็เลยมองว่าเป็นการบังคับให้ขาย และร้านค้าส่วนใหญ่เมื่อมีใบอนุญาตแล้วก็ไม่ได้ ขายครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่ามันเป็นสินค้าขายได้ช้า ทุนสูง แล้วก็มีห้างขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่เอามาขายหรอกครับ

อันนี้เป็นข้อสังเกตนะครับ จากทั้งหมดที่ผมพูดมาก็คือ ๑. การละเมิด การประกอบอาชีพโดยสุจริตของประชาชน ๒. เปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ ๓. ขัดต่อความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ๔. หลักการและแนวคิดไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริงและบังคับใช้ได้จริง ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าร้านค้าชำที่เป็นร้านเล็ก ๆ ถ้าเขาจะขายในชุมชนโดยที่เขาไม่ต้องไปเช่าสถานที่ อื่นเพื่อประกอบการ ถ้าติดวัดก็ขายไม่ได้ และสินค้าที่เขาขายได้ส่วนใหญ่นั้นก็เป็นสินค้าที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องครัว เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม น้ำแข็ง ขนมใช่ไหมครับ สินค้า พวกนี้เป็นสินค้าที่ได้กำไรน้อยมากครับท่านประธาน อาจจะ ๑ บาทถึง ๒ บาทต่อชิ้น ไม่มีใครกล้าขายสินค้าเกินราคาในบ้านตัวเองหรอกครับ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยต้องขาย เอากำไรแต่น้อยเพื่อที่ว่าชุมชนอยู่ได้ ลูกค้าอยู่ได้ ผู้ค้าอยู่ได้ เพราะฉะนั้นก็เห็นจะมีแต่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ละครับที่ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยพอที่จะได้กำไรอยู่บ้าง อาจจะต่อ ๑ ขวด ๕ บาท หรือ ๔ บาทแล้วแต่ราคาหารต่อลัง เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยว่า พ.ร.บ. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ควรจะต้องดูถึงบริบทความเป็นจริง ของสังคมที่เกิดขึ้นเพื่อให้กฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ บังคับใช้ได้จริง แล้วก็เกิดประโยชน์กับ ประชาชนมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ