อรรถกร ศิริลัทธยากร ชื่นชมและเห็นด้วยกับรายงานผลการศึกษาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการ โดยยกย่องบทบาทของประธานและสมาชิกที่มีส่วนร่วมแม้ไม่สังกัดพรรครัฐบาล พร้อมเสนอให้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์งบประมาณแบบทันสมัย ส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งเสนอให้ตั้งอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณและเปิดโอกาสให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแบ่งงานเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยย้ำว่าข้อเสนอของตนควรเป็นเพียงส่วนประกอบในการพิจารณา ไม่ใช่การผูกมัดกรรมาธิการทั้งหมด
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จากจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายเพื่อให้ความเห็นต่อ ร่างรายงานผลการศึกษา เรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ก่อนอื่นเลย เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ก็ได้อภิปรายในประเด็นที่ผมค่อนข้างที่จะ เห็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ดีครับท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่ารายงานฉบับนี้ที่อยู่ในมือผมนี้ไม่มีปก ไม่ได้เย็บรูปเล่ม แต่เป็นรายงานที่ล้ำค่า เป็นรายงานที่ผมเชื่อว่าค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปให้กับ อนุกรรมาธิการนี้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพราะว่าเนื้อหาต่าง ๆ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ว่า ไม่ว่าใครพอมาอ่านพอมาศึกษาแล้ว ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยก็จะเห็นด้วยเกือบแทบ ทุกประเด็น ส่วนตัวผมชื่นชมจริง ๆ ผมชื่นชมทั้งท่านประธานคณะกรรมาธิการสามัญของ พวกเรา ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ซึ่งจากที่ได้รู้จักและทำงานร่วมกับท่านทั้งสองมา ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๕ ผมทราบดีว่า ๒ ท่านนี้ เป็นตัวแทนจากพรรคทั้งพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลไปทำหน้าที่ในห้อง กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้น ๒ ท่านนี้ก็จะเป็นบุคคลอีก ๒ ท่านที่รู้ถึงเรื่องแนวทางในการพิจารณางบประมาณของประเทศไทยของเรา รู้ในเรื่องของ ข้อบกพร่องต่าง ๆ ในเรื่องของกระบวนการในการพิจารณา จึงได้มีความตั้งใจที่จะจัดทำ รายงานฉบับนี้ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่าไม่ได้ชมตัวเอง ท่านไม่ต้องชมตัวเองครับ ผมและครูมานิตย์และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอีก ๔๐๐ กว่าคน เราชื่นชมท่านด้วยความตั้งใจ และรายงานฉบับนี้ อย่างที่ผมบอกไปว่าพออ่านแล้วมันล้ำค่า มันมีคุณค่าพึงที่จะนำไปใช้ต่อ นะครับ
ในส่วนของประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อสักครู่นี้ผมได้คุยกับท่าน สส. กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส. จังหวัดหนองคาย ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่ง สส. กระแสร์ นั่งอยู่ข้างหน้าผม ท่านก็บอกท่านอยู่ในกระบวนการในการรับรองรายงานที่อนุกรรมาธิการ ส่งมายังกรรมาธิการสามัญของท่าน พอท่านกระแสร์บอกอย่างนี้ผมก็จะพยายามค้าน ให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นกระแสร์ถือว่าเป็นตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐเข้าไปทำหน้าที่ ในคณะกรรมาธิการสามัญติดตามงบประมาณ ผมไล่เลียงตั้งแต่แรก ผมต้องเรียนว่ามี หลายส่วนที่ต้องบอกว่าน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อสังเกตที่ท่านนั้นอยากจะให้สภาของเรานี้ ส่งรายงานฉบับนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อสังเกตในการพิจารณาปรับลด งบประมาณที่ไม่จำเป็นหรือว่างบประมาณที่เป็นไขมันส่วนเกินที่เราใช้คำติดปากกันในห้อง งบประมาณ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ หรือแม้แต่จะเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญในการ จัดทำแผนและเป้าหมายระดับชาติ เพราะต้องยอมรับครับท่านประธาน ในหลาย ๆ ครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะอนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้น ๆ ทุกปี แต่บางครั้งงบประมาณนั้นอาจจะไม่ได้ ตอบโจทย์เป้าหมายในระดับประเทศ ไม่ได้วางกรอบในระดับชาติว่าประเทศไทยเราจะ มุ่งหน้าไปทางไหน ดังนั้นในข้อสังเกตนี้จึงเป็นข้อสังเกตที่มีความสำคัญ เพื่อที่จะทำให้เรานั้น สามารถบรรลุไปตามยุทธศาสตร์ของชาติในแต่ละเวลานั้น ๆ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ อย่างที่ ท่านครูมานิตย์ได้บอก ถ้าดูคร่าว ๆ ในสารบัญนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทบทวนหรือว่า การวางแผนงบประมาณก็ดี การจัดทำงบประมาณ การอนุมัติวิธีต่าง ๆ ผมว่าเล่มนี้ก็ได้ให้ ข้อเสนอแนะที่ดีกับพวกเรา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปีนี้ผมเชื่อว่าปีหน้าหรือปีถัด ๆ ไปก็จะมีเพื่อน สมาชิกที่อยู่ในห้องใหญ่เข้าไปเป็นตัวแทนของเราในห้องงบประมาณ ดังนั้นเองการศึกษา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง ก็จะอยู่ในส่วนของข้อสังเกตที่ทาง กรรมาธิการตั้งเป้าที่จะส่งไปยังห้องกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ซึ่งขณะนี้เพื่อนสมาชิก ของเรา ๗๒ ท่านก็อยู่บนชั้น ๔ กำลังพิจารณางบประมาณอยู่ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงาน ฉบับนี้จะไปถึงมือเพื่อนสมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ๑ ๒ ๓ ๔ ที่ท่านวางไว้ กำหนดรูปแบบ ในการนำเสนอ แน่นอนครับ ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ผ่านมาท่านใช้วิธีการนำเสนอ ในรูปแบบใหม่ ๆ เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้ความช่วยเหลือจากภาคประชาชนในการที่จะใช้ ผมไม่แน่ใจจะเรียกอะไร ใช้โปรแกรมมาวิเคราะห์งบประมาณในการกระจุกตัวกระจายตัว นี่คือสิ่งที่เราน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในห้องงบประมาณ บางครั้งการที่จะต้องไปค้นหนังสือ เป็นลัง ๆ ใช้เวลานานครับท่านประธาน แต่ว่าถ้าใช้วิธีนี้มันก็ช่วยย่นระยะเวลา ไม่แน่ใจว่า ปีหน้าพรรคก้าวไกลอาจจะต้องการเวลาในการเตรียมอ่านงบประมาณน้อยลงหรือเปล่า ก็เป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้ท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องบอกว่าทันสมัยยิ่งขึ้นแล้ว
เรื่องที่ ๒ ข้อสังเกตที่ท่านต้องการที่จะมอบให้กับทางกรรมาธิการ คือเสนอ ให้ตั้งอนุกรรมาธิการงบประมาณตามยุทธศาสตร์ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงครับ เพราะว่าต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าที่ผ่านมา เราอาจจะไม่ได้ใช้การแบ่ง อนุงบประมาณตามยุทธศาสตร์สักเท่าไรนัก แต่ผมเรียนอย่างนี้ว่าการแบ่งตามยุทธศาสตร์ ก็จะช่วยให้พวกเรานั้นสามารถทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ดีผมเรียนว่าเรื่องนี้มันยังมี ปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งอนุกรรมาธิการให้ทุกอย่างนั้นสามารถ พิจารณางบประมาณให้มันเสร็จทันเวลาที่ห้องใหญ่กำหนด ถ้าสมมุติว่ายุทธศาสตร์ที่ ๑ มีกรอบเงินงบประมาณมาก ยุทธศาสตร์ที่ ๖ มีกรอบเงินงบประมาณน้อย ผมอาจจะขอเวลา อีกสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องนี้เผอิญคนอภิปรายน้อย ขอบพระคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แน่นอนครับ กรอบงบประมาณเยอะก็จะใช้เวลาเยอะ ใช้เวลานานกว่า กรอบเงินงบประมาณน้อยก็จะใช้เวลาสั้นกว่า แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน อนุกรรมาธิการ ไม่ว่าท่านจะตั้งกี่คณะก็ตาม อนุกรรมาธิการงบประมาณ ๕ คณะ ๖ คณะ ๗ คณะ ๘ คณะ ผมเชื่อว่าอนุกรรมาธิการทุกคณะมีความจำเป็นที่จะต้องประสานกันโดยตลอด เพื่อให้ การพิจารณางบประมาณในห้องอนุกรรมาธิการเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน พออนุกรรมาธิการ งบประมาณเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน ห้องงบประมาณห้องใหญ่ถึงจะเชิญอนุกรรมาธิการ ทุกคณะเข้ามาชี้แจงในเวลาไล่เลี่ยกันเหมือนกัน ดังนั้นที่ผ่านมาผมเชื่อว่าห้องกรรมาธิการ งบประมาณเขาก็จะแบ่งตามภารกิจ แต่ว่าจะจำกัดตัวเงินงบประมาณ กรอบงบประมาณ แต่ละห้องให้มีความใกล้เคียงกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการ เป็นข้อสังเกตที่มีความตั้งใจที่ดี เมื่อสักครู่นี้ท่านก็บอกว่าเรากำลังปฏิรูปพวกเราอยู่ ไดโนเสาร์เมื่อก่อนไม่ปฏิรูปตัวเองก็สูญพันธุ์ แต่ว่าการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงก็ต้อง ใช้เวลา ผมเรียนท่านประธานว่าในเมื่อเราทั้งหมด ๔๙๙ คน หรือ ๕๐๐ คนในวันศุกร์ที่แล้ว เราได้มอบฉันทานุมัติของพวกเราทุกคนไปยังกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ทั้งหมด ๗๒ ท่านแล้ว เรามอบความไว้วางใจให้กับพวกเขาเถอะครับ ให้พวกเขาไปเลือกวิธี ที่จะพิจารณาเอง ให้พวกเขาไปเลือกวิธีที่จะแบ่งอนุกรรมาธิการในแต่ละห้องด้วยตัว ของพวกเขาเอง ซึ่งผมเชื่อว่าห้องงบประมาณห้องใหญ่จะแบ่งอนุกรรมาธิการอย่างไร อีกไม่กี่อาทิตย์พวกเราทุกคนคงได้รู้ได้ทราบกัน
เรื่องที่ ๓ มติที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณานะครับ ซึ่งต้องเรียนว่า ผมก็มีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการงบมาหลายปี ก็จะมีการพูดคุย มีการอภิปรายเพื่อกำหนด กรอบอยู่แล้ว ในรายงานฉบับนี้คงจะเป็นรายงานที่ไปเสริมเขา แต่อย่างไรดีครับ ผมสรุป สุดท้าย ท้ายสุดเลยครับ รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ล้ำค่า ผมเห็นด้วยเกือบจะทุกประการ แต่อย่างไรก็ดี ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้คงไม่สามารถที่จะนำไปใช้ในการมัดมือ กรรมาธิการงบประมาณทั้งหมด ๗๒ ท่าน ให้เดินตามท่านประธานณัฐวุฒิ ให้เดินตามท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ได้ทั้งหมด แต่ผมเชื่อนะครับ ด้วยวุฒิภาวะของกรรมาธิการทั้งหมด ๗๒ ท่าน ที่พวกเราส่งกันไปนี้เขาก็จะนำรายงานฉบับนี้ไปประกอบการพิจารณาของเขา ชื่นชม จริง ๆ ครับ ชื่นชมจริง ๆ ผมส่วนตัวนะครับ แล้วก็พรรคพลังประชารัฐก็คิดว่าพวกเรายินดี ที่จะรับรายงานและข้อสังเกตฉบับนี้ครับ แต่ขอให้ข้อสังเกตของผมนิดเดียวไปไว้เป็น ข้อสังเกตในข้อสังเกตของท่านกรรมาธิการก็แล้วกันครับ ขอบพระคุณครับ