ทวี สอดส่อง ชี้แจงกรณีอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายใต้รัฐบาลก่อน ย้ำว่ารัฐบาลใหม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและยึดมั่นนิติธรรม พร้อมตั้งคำถามต่อปัญหาการไม่ปฏิบัติตามหลักนิติธรรมในระบบราชทัณฑ์ โดยเฉพาะการไม่ออกกฎหมายรองตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ ปี 2560 ส่งผลให้การบริหารเรือนจำไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์กฎหมายและมาตรฐานสากล รวมถึงปัญหาเรือนจำแออัด ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการพิจารณารักษาพยาบาลผู้ต้องขังเกิน 120 วัน โดยเฉพาะกรณีของทักษิณ พร้อมเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์เปิดเผยข้อมูลพยานหลักฐานอย่างชัดเจนเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณที่ได้ตั้งคำถามของสังคม ไม่ใช่คำถามที่จะเกิดขึ้นในสภา ผมทราบว่าสังคมก็มีการตั้งคำถาม ก่อนอื่นอยากจะเรียนว่า ท่านอดีตนายกทักษิณท่านเดินทางเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ขณะนั้นรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาล รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ได้เข้ามาแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ เหตุการณ์ล่วงมาประมาณเกือบ ๒๐ วัน ก็ต้องเรียนว่าในกระบวนการของท่านอดีตนายก ทักษิณก็เป็นกระบวนการแรกที่รัฐบาลนี้ไม่ได้รับรู้ แต่ก็ต้องรับรู้เหมือนประชาชน คือรับรู้ ตามข่าว อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกที่ทรงเกียรติแล้วก็ประชาชน ท่านได้กรุณาเรียนว่า รัฐบาลจะฟื้นฟูหลักนิติธรรม แล้วก็จะยกระดับการบริหารบ้านเมือง จะทำให้หลักนิติธรรม ที่เป็นการยอมรับของนานาชาติ ผมเองเมื่อเข้ามาบริหารกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ ปี ๒๕๖๐ พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ ปี ๒๕๖๐ ก็ไม่ได้เกิดในรัฐบาลของปัจจุบัน ก็เกิดในรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ยืนยันเรื่องหลัก นิติธรรม ถ้าจะให้จับใจความได้ง่าย ๆ หลักนิติธรรมคือหลักที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด หรือมีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุด กฎหรือกฎหมาย หรือการกระทำที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าจะใช้บังคับไม่ได้แล้วยังเป็นการขัดหลักนิติธรรม
ประเด็นที่ ๒ การธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญหรือหลักนิติธรรม ก็คือการใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย กฎหมายราชทัณฑ์ ปี ๒๕๖๐ เราเขียนเจตนารมณ์ไว้ชัดเจน ถ้าท่านสมาชิกมีโอกาสเปิด พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ อยากให้ไปดู ในหน้าสุดท้าย ปกติการจะดูเจตนารมณ์จะไปดูที่หมายเหตุ เขาจะมีเหตุผลในการแก้ไข พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ไว้ชัดเจน ก็คือ พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ ปี ๒๔๗๙ ที่ใช้บังคับเป็นเวลานาน และมี บางประการไม่สอดคล้องกับนโยบายอาญาของประเทศ ประกอบกับมีกฎหมาย กฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักสากล ที่สำคัญที่สุดผมได้มาตรวจดู ว่าเหตุผลการออกกฎหมายก็เป็นเรื่องที่เราถูกตราหน้าจากสังคมโลก อย่างท่านที่อภิปราย ก็คือเรามีเรือนจำที่มีนักโทษล้นคุก เรามีเรือนจำที่เปรียบเสมือนการทรมาน แล้วในกฎหมาย ได้เขียนเจตนารมณ์ดังกล่าว เพราะว่าเหตุที่ต้องออกกฎหมาย คือไม่สามารถจะจัดการและ บริหารโทษของผู้ต้องขังเฉพาะรายหรือเฉพาะคดีได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติ ให้อำนาจและไม่สามารถดำเนินการให้มีสถานควบคุม หรือคุมขังประเภทอื่นนอกจากเรือนจำ ซึ่งทำให้ระบบพัฒนาพฤตินิสัยและการบริหารเรือนจำไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ สมควรที่จะ มีคณะกรรมการราชทัณฑ์ ซึ่งมี ๒๙ คน ๑๖ คนเป็นคนภายนอกหมด เช่น เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม มีผมเป็นประธาน ก็คือเพื่อที่จะให้มีนโยบายในการบริหารงาน ราชทัณฑ์และปรับปรุงกฎหมาย การที่กฎหมายการคุมขังที่ไม่ใช่เรือนจำกฎหมายเขียนไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แต่บุคคลที่ไม่ไปออกกฎหมายรองที่เขียนไว้ในมาตรา ๓๓ และระเบียบ ที่เขียนไว้ตามมาตรา ๓๔ จึงทำให้กฎหมายดังกล่าวคือการที่รัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คือกฎหมายก็สั่งให้เขียนกฎหมายรอง อันนี้ผมคิดว่าเป็นการไม่ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม
ประการต่อมาก็ทำให้สถานที่ควบคุมเป็นที่เลวร้าย เป็นที่แออัด นี่คือที่มา อยากจะให้ทุกคนเข้าใจว่าผมในสมัยที่เป็นสมาชิกเราก็อภิปรายเกือบตลอดว่าเรือนจำ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมา ก็คือสถานที่ทรมานของคน ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของปวงชนชาวไทยย่อมได้รับการคุ้มครอง อันนี้คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนให้เข้าใจ ผมได้เข้าไปดูคณะกรรมการราชทัณฑ์ที่ผม บอกไปแล้ว ๑๙ คน พบว่าในปีที่ผ่านมาไม่มีการประชุมเลย กฎหมายออกแบบเพื่อให้ คณะกรรมการกำหนดนโยบาย ผมก็ได้มีการจัดประชุมในเดือนพฤศจิกายน แล้วก็บอกว่า กฎหมายลูกที่ออกระเบียบดังกล่าวก็ให้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อออกระเบียบ ซึ่งก็เป็น ระเบียบที่ออกไปข้างต้น คราวนี้กลับมาสู่ประเด็นที่ท่านอดีตนายกทักษิณ เราเรียกร้องให้ ท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมก็ไปดูในเรื่องกระบวนการ วันนี้ในหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเมื่อมีการรักษาพยาบาลเกินกว่า ๑๒๐ วัน จะต้องมีหนังสือ ความเห็นของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมความเห็นของแพทย์ อันนี้สำคัญ ผู้ที่รักษาและ หลักฐานที่เกี่ยวข้องรายงานให้รัฐมนตรีทราบ ผมทราบว่าวันนี้เป็นเวลาครบ ๑๒๐ วัน เมื่อวานผมได้ตามกับท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะเรื่องนี้ผมจะพูดข้อเท็จจริงก็ต่อเมื่อมี พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงใดที่ไม่มีพยานหลักฐานมันจะถือว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง แล้วมันจะทำ ให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ซึ่งผมเองก็รอ ซึ่งทราบจากท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่าน่าจะวันนี้ หรือเมื่อไร แต่ว่าถึงเมื่อวานเอกสารยังไม่มา แต่ส่วนรายงานผมก็พยายาม ถ้าพูดแค่นี้มัน เหมือนศรีธนญชัย คือเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบตามกฎหมายก็ไม่ได้ติดตามหรือ เมื่อสักครู่ มีตัวแทนของโรงพยาบาลตำรวจ คุณหมอ ไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน ไปเข้าคณะกรรมาธิการ การตำรวจ ผมก็ถามว่า คุณหมอพบว่าในกฎหมายราชทัณฑ์นี้เราเขียนเรือนจำ หมายถึงที่ใช้ ควบคุมขังและคุมขังผู้ต้องขังกับทั้งสิ่งที่ต่อเนื่อง สิ่งที่ท่านอยู่ในทางกฎหมายก็ถือว่าท่านก็อยู่ ในเรือนจำ ท่านจะออกไปไหนไม่ได้ แล้วก็ถามจากคุณหมอแบบตรง ๆ คุณหมอยังอยู่ข้าง หลังนี้เลย ยืนยันว่าท่านป่วยจริง ท่านมีหลักฐานตามที่ปรากฏจริง แล้วก็ในประเด็นดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่มีการรายงานก็พบว่า ถ้าผมอ่านจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำมาก็เป็นเหมือน เรื่องเดิม ก็คือพบว่าผู้ป่วยเป็นหลายโรค มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีความดันโลหิตสูง ไล่ ๆ มาหมด แล้วก็เป็นความเห็นของแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อเช้าผมก็คุยกับแพทย์ ก็เป็นความเห็นของแพทย์ แล้วก็ได้มีการส่งไป อยากจะเรียนว่ากฎหมายราชทัณฑ์แล้วก็ กฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องเรียนว่า พ.ร.บ. เกี่ยวกับทางการแพทย์เราไม่สามารถที่จะดูผล ถ้าผู้ป่วยไม่ยินยอม เมื่อสักครู่นี้ผมสรุปหมอ แต่หมอยืนยันว่าในการตรวจนี้ท่านป่วยจริง สำหรับผมถามคำถามวันนี้ ถ้าผมได้รับรายงานจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ผ่านปลัดกระทรวง ในหนังสือดังกล่าวที่จะมาหาผม ผมเพียงแค่ทราบนะครับ หลังจากทราบแล้ว ไม่ใช่ผู้อนุมัติ ผู้อนุมัติคืออธิบดี แต่ผมก็จะได้รับความเห็นของแพทย์และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ผมยัง ไม่มีหลักฐานถึงขนาดนี้ แต่กระบวนการตรวจสอบท่านอดีตนายกทักษิณ กระบวนการ ตรวจสอบกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรมเยอะมาก เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ต้องมา ชี้แจงกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสภา ตลอดจนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ได้เข้าไปตรวจเข้าไปดูหมด ซึ่งถ้าองค์กรอย่างนั้น ก็น่าจะยอมรับได้ ถ้าผมมาพูดก็เหมือนผมจะมาแก้ตัวให้ ก็อยากจะให้เรียนว่านี่คือในหนึ่ง กระบวนการ สำหรับคนอื่นที่ป่วยมีอย่างนี้บ้างหรือไม่ ก็มีรายงาน แล้วมีจำนวนมากด้วยครับ ซึ่งในกรณีดังกล่าวก็อยากจะเรียนว่าเป็นเรื่องปกติครับ