สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ หารือเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ โดยมีข้อกังวลใจเกี่ยวกับการลงทุนและการเปิดกว้างมากเกินไป นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในกาสิโน และเรียกร้องการความโปร่งใสและความยุติธรรมในการจ้างงาน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางลบของการเปิดกาสิโน
เรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๒ พรรคก้าวไกล ตัวแทนพี่น้องชาวสวนหลวง ชาวประเวศครับ ท่านประธานครับ ในรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้พยายามบอกว่าการเปิดสถานบันเทิง ครบวงจร สามารถแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมายและมีประโยชน์ในเรื่องของการกระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศ โดยเอาประเทศสิงคโปร์และประเทศญี่ปุ่นมาเป็นตัวอย่าง ในการศึกษาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และน่าสนใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน แต่ผมมีข้อกังวลใจ ที่อยากจะให้คณะกรรมาธิการได้ทบทวนรายงานการศึกษานี้อยู่ ๓ ประเด็นด้วยกันครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นแรก คือการเปิด กว้างมากเกินไป ในรายงานฉบับนี้บอกว่าการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่ครอบคลุม ในกรุงเทพมหานคร และ ๑๗ จังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว ๒๒ จังหวัด พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนอีก มันต้องลงทุนเยอะขนาดนั้นเลยหรือครับ ท่านประธาน ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วยกับการมีสถานบันเทิงครบวงจรนะครับ แต่มันจะเยอะเกินไปไหมครับ โดยที่การลงทุนเยอะขนาดนี้มันอาจจะไม่ดึงดูดและทิ้งสถานที่ เหล่านี้เป็นสถานที่รกร้างว่างเปล่า ไม่ต่างอะไรจาก Model Sihanoukville ในประเทศ กัมพูชาที่ทุนจีนลงทุนและทิ้งร้างเอาไว้นะครับท่านประธาน ลองดูตามภาพที่บน Present แล้วกันครับ
ประเด็นที่ ๒ คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในรายงานฉบับนี้พยายามบอกว่าเรามี กาสิโนจำนวนมากที่จะสร้างเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวและการจ้างงานใช่ไหมครับ อย่างแรก การท่องเที่ยวที่บอกไว้ว่าจะได้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว ๒๐ ล้านคน ฟังดูดีนะครับ ท่านประธาน แต่อยากให้ดูข้อมูลนักท่องเที่ยว ปี ๒๕๖๗ ของฝ่ายวิจัยธนาคารกสิกรไทย สักนิดหนึ่งครับ เขาคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวในประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ๓๖ ล้านคนโดยประมาณนะครับ คนทำรายงานฉบับนี้มั่นอกมั่นใจขนาดนั้นเลยหรือว่าจะมี นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศตั้งใจที่จะมาเที่ยวกาสิโนในประเทศไทยนี้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของนักท่องเที่ยวอีก มันคิดใหญ่เกินจริงไปไหมครับท่านประธาน อีกอย่างหนึ่งที่บอกว่า กาสิโนจะมีการจ้างงาน ๓๐,๐๐๐ คนและสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ราวถึง ๒-๓ แสนคน แต่ในหน้า ๗๑ หน้า ๗๒ ของรายงานฉบับนี้บอกว่าการจ้างงานแบบชั่วคราวให้กับกลุ่มเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายออกทำงานในจังหวัดอื่น จริง ๆ บอกมาชัด ๆ เลยครับท่านประธานว่า ในช่วงแรกของการดำเนินโครงการนี้จะแบ่ง สัดส่วนของแรงงานเป็นแรงงานไทยเท่าไร แรงงานต่างประเทศเท่าไร จริงอยู่ว่าในบางตำแหน่ง ในโครงการ Entertainment Complex ขนาดใหญ่ขนาดนี้อาจจำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ จากต่างประเทศ แต่ควรที่จะมีแผนงานที่ชัดเจนว่าแรงงานไทยจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่ง งานสำคัญ ๆ เหล่านี้ในกาสิโนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับการทำงานของคนไทย ในโครงการ Entertainment Complex เหล่านี้ด้วยครับ
ประเด็นที่ ๓ การประกอบธุรกิจกาสิโนครบวงจรที่แนบมาที่ในบทบัญญัตินี้ ดูแล้วไม่ชัดเจน ผมยกตัวอย่างหน้า ๑๒๘ หมวด ๗ การควบคุมการประกอบธุรกิจกาสิโน ในสถานบันเทิงครบวงจรนั้น ตั้งแต่มาตรา ๕๑ ถึงมาตรา ๕๓ จริง ๆ มันอธิบายเรื่องเดียวกัน นั่นละครับ คือกล่าวถึงกิจกรรมภายในกาสิโนซึ่งสามารถรวมมาเป็นมาตราเดียวกันได้ครับ ท่านประธาน มาตรา ๕๔ ห้ามไม่ให้บุคคลเข้าเล่นในกาสิโน เช่น บุคคลที่ถูกสถาน ประกอบการสั่งห้ามเข้ากาสิโน เพราะอะไรก็ไม่บอกเพิ่มเติม บุคคลที่ถูกศาลสั่งห้ามเข้า เพราะอะไรก็ไม่บอกอีกเช่นเดียวกัน จริง ๆ ควรจะบอกไปเลยว่าคุณสมบัติหรือคนไทยที่จะ เข้าเล่นในกาสิโนจะต้องเสียค่าธรรมเนียม จะต้องมีคุณสมบัติ จะต้องมีการคัดกรองอย่างไร สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอยืนยันคำเดิมว่าเห็นด้วยครับ และอาจจะยอมรับในเบื้องต้น ของการมีสถานบันเทิงนี้ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องมีการทบทวนและ ศึกษาให้รอบด้านและลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ อย่าคิดแค่ว่าการเร่งเปิดกาสิโน มาก ๆ เพื่อหวังพัฒนาเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจผลกระทบทางลบที่อาจจะ รุนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้ระแวดระวังเพียงพอจนกลายเป็นมรดกบาปของสังคมไทย ที่ส่งต่อไปอย่างชั่วลูกชั่วหลานของเราต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน