จุลพันธ์ เปิดผลศึกษาสถานบันเทิงครบวงจร ชูแนวทางจัดระเบียบการพนัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและส่งเสริมเศรษฐกิจ หลังดำเนินการพิจารณานาน 150 วัน โดยผ่านการประชุมเชิงลึก การตั้งอนุกรรมาธิการ และรับฟังความเห็นจากทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมเสนอให้ปรับกฎหมายและจัดระเบียบการพนันให้ถูกกฎหมายเพื่อควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางสังคม และสร้างรายได้ให้รัฐ ก่อนเสนอให้สภารับรองรายงานเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหา การพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ขอเสนอรายงานผลการ พิจารณาศึกษา เรื่อง การเปิดสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้ครับ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้าน เศรษฐกิจของประเทศ เพื่อพิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวข้างต้น โดยกำหนดระยะเวลา พิจารณาศึกษาไว้ ๙๐ วัน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงวันพุธที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗ ต่อมาคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาจำนวน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ จำนวน ๓๐ วัน ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ ถึงวันศุกร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๒ จำนวน ๓๐ วันตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗ รวมระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ๑๕๐ วัน ในการ พิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทำการพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบ และรอบด้าน ทั้งในส่วนของการประชุม ซึ่งมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชนมาให้ข้อมูล จำนวน ๑๑ ครั้ง มีการตั้งอนุกรรมาธิการจำนวน ๓ คณะ ประกอบด้วย ๑. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมาย สถานบันเทิงครบวงจร โดยมี ท่าน โกศล ปัทมะ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ และ ๒. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร โดยมี พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาโครงสร้าง ทางธุรกิจ และการเก็บรายได้เข้ารัฐ โดยมีนายวารุจ ศิริวัฒน์ เป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติแต่งตั้งให้นายพูนเพิ่ม กฤษณะวาณิช ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานคณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ช่วยเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๙๓ วรรคสี่

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

สำหรับเนื้อหาสาระ รายละเอียดโดยสรุปของรายงานผลการพิจารณาศึกษาฉบับนี้ ผมขออนุญาตนำเสนอต่อที่ ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้ครับ เอกสารที่ทุกท่านได้ถืออยู่เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ ของคณะกรรมาธิการที่เราได้ไปศึกษาในเรื่องของการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งต้องเรียน ต่อท่านประธานว่า เมื่อได้รับภารกิจมา ต้องยอมรับว่าเป็นภารกิจที่มีความ ท้าทาย เพราะแน่นอน ๑. คือเป็นผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ๒. คือ มีผลกระทบในมุมกลับต่อสังคม ซึ่งจากการศึกษาเราใช้กลไกของคณะอนุกรรมาธิการ เป็นหลัก ซึ่งการทำงานในครั้งนี้เป็นการส่งมอบภารกิจงานในส่วนหลัก ใน ๓ หัวใจหลักของ การศึกษา ๑. คือด้านกฎหมาย เพราะการที่เราจะสามารถเดินหน้าในเรื่องของการเปิด สถานบันเทิงครบวงจรได้ ตัวกฎหมายซึ่งในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่รองรับ จำเป็นจะต้อง มีกฎหมายที่เป็นกุญแจหลักที่จะทำให้กลไกนี้สามารถเดินหน้าได้ ๒. คือในเรื่องของรูปแบบ ธุรกิจและการเก็บรายได้ของรัฐ ซึ่งต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการที่ไปศึกษามาอย่าง ละเอียดและไปนำเอา Model ไปนำเอาตัวอย่างจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการ เดินหน้า แล้วก็สามารถสร้างเศรษฐกิจโดยที่มีกลไกในการป้องกันอย่างเหมาะสมมาใช้ แล้วก็ นำเสนอต่อที่ประชุมในครั้งนี้ และ ๓. ในเรื่องของผลกระทบ ซึ่งในด้านผลกระทบเป็น คณะอนุกรรมาธิการ ต้องเรียนต่อที่ประชุมว่า มีการประชุมกันมากที่สุดจำนวนครั้งของ การประชุม เพราะเราให้ความสำคัญและใส่ใจกับปัญหาเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้น แม้แต่ ในช่วงเช้าวันนี้เองก็มีคณะของพี่น้องประชาชนที่เป็นห่วงเป็นใย นำหนังสือมอบให้ โดยท่าน กรรมาธิการ ท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นผู้ไปรับหนังสือมาเมื่อเช้าที่สภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องห่วงใย ก็คือเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดต่อสังคม ซึ่งต้องเรียนว่าเหล่านี้เราได้นำ เข้ามาพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบ โดยถ้าท่านได้ดูในรายละเอียดของรายงานที่เรานำเสนอ โดยเฉพาะในส่วนของเอกสารทั้งหมดนี้ นอกจากจะมีโครงสร้างปัญหาของที่เกิดขึ้นในเรื่องของบทนำ ในเรื่องของสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น สภาพปัญหาและผลกระทบ ผลการพิจารณาเรื่องของข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการเองก็ตาม แต่ในส่วนของภาคผนวก ถ้าท่านไปดูภาคผนวกที่สำคัญอันหนึ่ง คือภาคผนวก ข ซึ่งเป็นการยกร่างเป็นตัวอย่างของตัวกฎหมาย ซึ่งอาจจะนำมาใช้บังคับ ในกรณีที่หากประเทศไทยเราจะสามารถเดินหน้าในเรื่องของ Entertainment Complex หรือสถานบันเทิงครบวงจร ผมต้องเรียนต่อที่ประชุมผ่านท่านประธานว่า การศึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อยุตินะครับ วันนี้สิ่งที่นำเสนอนี้เป็นเพียงแค่รายงานการศึกษา หลังจากรายงาน การศึกษาเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้แล้ว หากที่ประชุมมีมติว่าเห็นชอบรับในเรื่องของ การศึกษาฉบับนี้ ก็ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเดินหน้าในเรื่องของ Entertainment Complex และไม่ใช่จุดสุดท้ายนะครับ เพราะสุดท้ายก็แน่นอนครับว่า กลไกของสภาผู้แทนราษฎร ของเรา เรารับในเรื่องของรายงานการศึกษา หากรับแล้วก็คงจะต้องส่งให้ทางคณะรัฐมนตรี ไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารในการที่จะพิจารณาว่า โครงการในเรื่องของการพัฒนาลักษณะนี้มีความเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่ จะปิดกั้น ปัญหาในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไร และมีความเหมาะสมในการเดินหน้าอย่างไร เมื่อไร โดยกลไกสุดท้ายอย่างที่ได้เรียนต่อที่ประชุม หัวใจหลักคือตัวกฎหมาย ซึ่งกฎหมาย ฉบับนี้ที่เรานำเสนอเป็นเพียงแค่การยกร่าง ผมเชื่อว่าทุกท่านอาจจะมีความเห็นแตกต่าง ในเรื่องของเนื้อหาของกฎหมายในแต่ละจุดที่เรานำเสนอมา ซึ่งต้องขอบพระคุณทางคณะอนุ กรรมาธิการด้านกฎหมาย โดยท่านโกศล ปัทมะ รวมถึงทางตัวแทนจากกฤษฎีกาที่เข้ามาช่วย ทำงานกับพวกเราในการยกร่างตัวกฎหมายนี้เป็นตุ๊กตา สุดท้ายหากเป็นการเดินหน้า โดยฝ่ายบริหารมีความเห็นชอบ ก็ต้องส่งกลับมาเป็นอำนาจของพวกเราที่นั่งอยู่ที่นี่ในการ พิจารณาในรายละเอียดของตัวบทกฎหมายที่จะมาใช้กำกับควบคุม ซึ่งเชื่อว่าความเห็นของ พวกท่านจะได้รับการสะท้อนสู่ตัวกฎหมายในอนาคต หากจะมีการนำส่งกลับเข้ามา อีกครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตแบ่งสาระของสไลด์เรื่องของการสรุปเนื้อหาการศึกษาของ กรรมาธิการชุดนี้ไว้เป็น ๔ ส่วนครับ ส่วนที่ ๑ คือโครงสร้างการกำกับดูแล ส่วนที่ ๒ คือ ในเรื่องของผลกระทบทางสังคม ส่วนที่ ๓ คือผลกระทบทางเศรษฐกิจ และส่วนที่ ๔ คือการ จัดเก็บรายได้ของรัฐและกฎหมาย โดยพวกเราได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๓ ด้าน อนุกรรมาธิการเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการทำงาน ซึ่งผมเองจากประสบการณ์ การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาราว ๒๐ ปี เป็นประธานกรรมาธิการที่สำคัญในครั้งนี้ ใช้กลไกในเรื่องของอนุกรรมาธิการเป็นหลัก โดยอนุกรรมาธิการมีหน้าที่ในการไปศึกษา ในภารกิจของตน และนำส่งรายงานเข้ามายังคณะกรรมาธิการชุดใหญ่เพื่อที่คณะกรรมาธิการ ชุดใหญ่จะได้พิจารณาให้ข้อเสนอแนะในประเด็นที่ยังมีความจำเป็นส่งกลับไปยัง อนุกรรมาธิการให้แก้ไข และส่งกลับมา สุดท้ายเราได้รายงานฉบับสมบูรณ์ ด้วยความ เห็นชอบของที่ประชุมทุกคนเป็นเอกฉันท์ เนื้อหาของรายงานฉบับนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ได้ จากการพิจารณาศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญของพวกเรา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่เราควรจะต้องคิดในการผลักดันให้มีกฎหมายรองรับที่เกิดขึ้น สำหรับสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งเป็นที่เห็นพ้องต้องกันครับว่า แน่นอนว่าจะส่งผลดี ต่อเศรษฐกิจ เกิด Productivity ของประเทศอย่างมาก สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างเม็ดเงิน เข้าประเทศไทยในหลากหลายรูปแบบ นอกจากนั้นยังสามารถพัฒนาทักษะแรงงาน ในอุตสาหกรรมใหม่ ต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม ส่งเสริมการท่องเที่ยว และในขณะเดียวกัน ก็สามารถแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมายได้ แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการพนัน ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดังที่ปรากฏในสรุปของรายงานฉบับนี้ ท่านเปิดดูก็คงจะ เห็นได้ว่า เราได้ศึกษาอย่างลงลึกในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้น แน่นอนครับ ผลประโยชน์ที่ ประเทศไทยและคนไทยจะได้รับ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด แน่นอนว่าท่องเที่ยวอันนี้เป็น หัวใจหลักและเราทราบกันดีว่า กลไกในด้านการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติที่เกิดขึ้นกับการระบาดของโรคโควิด-๑๙ ก้าวผ่านมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ซึ่งเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ กลไกด้าน การท่องเที่ยวกลายเป็นปัจจัยหลักในเรื่องของการที่จะนำเงินเข้ามาสู่ประเทศ เราไปศึกษาตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบความสำเร็จในการเดินหน้าในเรื่องของ Entertainment Complex เช่น Marina Bay Sands เช่น Resorts World ที่ Sentosa เหล่านี้เขาใช้คำภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ Entertainment Complex แต่เรียกว่า Integrated Resort เปิดบริการมาอย่างยาวนาน จากตัวเลขของหน่วยงานการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ยกตัวอย่างก่อนหน้าที่จะเปิดสถานบันเทิงครบวงจรทั้ง ๒ แห่งนี้ สิงคโปร์มีนักท่องเที่ยว เข้าประเทศทั้งสิ้น ๙.๗ ล้านคนเศษ ในปี ๒๐๐๙ แต่ในปี ๒๐๑๐ ที่มีการเปิดตัวของ ทั้ง ๒ แห่ง จำนวนนักท่องเที่ยวกระโดดขึ้นกว่าร้อยละ ๒๐ มาอยู่ที่ ๑๒ ล้านคน และขยับ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาสู่ประเทศสิงคโปร์ ในช่วงนั้น มีตัวเลขที่ชี้ชัดที่ชัดเจนว่ารายได้ต่อหัวที่มาใช้จ่ายอยู่ในประเทศของเขามีมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นยังมีประโยชน์หลัก ๆ อย่างเช่นเรื่องของการสร้างรายได้และ การจ้างงาน ซึ่งจากการศึกษาดูของคณะกรรมาธิการ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เรามีการ พิจารณากันอย่างละเอียด แล้วก็มีการถกเถียงกันในเรื่องของรายละเอียด เพราะแน่นอนว่า หากจะมีการเปิดลักษณะของสิ่งที่เรียกว่า สถานบันเทิงครบวงจรนั้น ประเด็นสำคัญคือ การสร้างงานให้กับคนไทย การสร้างงานให้กับคนในชุมชน ประเด็นนี้ได้มีการพูดคุยกันแล้วก็ มีการบรรจุในรายละเอียดว่า ควรจะต้องมีการกำหนดไว้ในกฎหมาย หากจะมีการเดินหน้า เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องยืนยันว่า ประโยชน์ที่จะได้รับ นอกจากประเทศไทยในฐานะ รัฐบาลที่จะเก็บรายได้จากภาษีรูปแบบต่าง ๆ แล้ว พี่น้องประชาชนคนไทย โดยเฉพาะคนที่ อยู่ในชุมชนนั้น ๆ มีความจำเป็นจะต้องได้ประโยชน์จากการที่มีการลงทุนลักษณะนี้เกิดขึ้น ด้วย ซึ่งเราก็คงต้องเขียนในกฎหมายในอนาคตเพื่อที่จะยืนยันว่าประโยชน์เหล่านั้นจะตกอยู่ ในมือของพี่น้องประชาชน การจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ มีรายละเอียดอยู่ใน เอกสารนะครับ มีรูปแบบการจัดเก็บภาษีใหม่ ๆ เช่น ภาษีจากสิ่งที่เรียกว่า Gambling หรือ ภาษีจากการพนันนั้นก็มีการบรรจุอยู่ รวมถึงในรูปแบบภาษีอื่น ๆ เช่น ภาษีเงินได้ของบริษัท ภาษีจากการเล่นก็ตาม รวมถึงภาษีรูปแบบอื่น ๆ ที่ยังมีอยู่ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร การดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก การลงทุน ในลักษณะนี้ต้องเรียนต่อท่านสมาชิกทุกท่านว่า สิ่งที่เรียกว่า Entertainment Complex ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่เรียกว่า กาสิโนเท่านั้น แต่หมายรวมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ประกอบกันเข้า ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า เป็นร้านค้าต่าง ๆ แน่นอนตัวโรงแรม รวมถึงกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเรียนว่า เม็ดเงินการลงทุนคาดหวัง ได้เลยครับว่าต่อจุดไม่ต่ำกว่าหลักแสนล้านบาท ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อชุมชน ต่อประเทศไทย และยังจะสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องต่อไป อย่างไรก็ตามในเรื่องของกลไก ในเรื่องของการเยียวยา อันนี้เป็นสิ่งซึ่งเราไม่ได้ละเลย เราได้ไปศึกษาตัวอย่างจากในประเทศ ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการควบคุมกำกับ แน่นอน อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีการกำกับดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วนและสามารถประสบ ความสำเร็จในเรื่องของการกำกับดูแลธุรกิจประเภทนี้ได้ ต้องเรียนต่อท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า สิ่งที่เราได้ไปศึกษามานี้มีกลไกในการเยียวยา ในการป้องกันปัญหา การเกิดปัญหาการติดการพนันก็ตาม การเกิดปัญหาในเรื่องของความรุนแรงใด ๆ ก็ตามที่มี การพิสูจน์แล้วจากต่างประเทศว่า กลไกเหล่านี้สามารถดำเนินการและสามารถควบคุมกำกับได้ ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดประเภทของคนที่ไม่อนุญาตให้เข้าสู่พื้นที่ที่เรียกว่า พื้นที่ ที่เป็นกาสิโนหรือการพนัน ตัวอย่างจากประเทศสิงคโปร์ หากคนที่มีอาการมึนเมา หากคนที่ มีพฤติกรรมการเล่นที่ผิดแปลก เกิดจากอาจจะติดการพนัน จะเสียพนันมากก็ตาม จะมีกลไก ในการป้องกันระงับยับยั้ง รวมถึงกลไกที่เราได้ไปศึกษามา แล้วก็นำเสนอไว้ในตัวร่างของ กฎหมายเราได้ประกอบกันเข้ามาเองก็ตามนะครับ นั่นคือกลไกที่บอกว่า ครอบครัวสามารถระงับยับยั้งการเข้าสู่พื้นที่การพนันของคน ในครอบครัวตนเองได้นะครับ ตรงนี้เป็นตัวอย่างที่เราหยิบยกมาจากประเทศสิงคโปร์เช่นกัน หมายความว่าหากครอบครัวรู้สึกว่า บุคลากรบุคคลในครอบครัวของตนเองมีปัญหาในเรื่อง ของการติดการพนัน สามารถแจ้งมายังหน่วยงานที่จะต้องสร้างขึ้นมา หน่วยงานกำกับ เพื่อที่จะให้พิสูจน์ทราบว่า บุคคลนั้นมีปัญหาหรือไม่นะครับ ปัญหาในเรื่องของการเข้าสู่ การพนันหรือไม่ ซึ่งหากพิสูจน์ทราบได้กลไกก็รองรับเพื่อที่จะทำให้คน ๆ นั้นติดอยู่ในกลุ่มที่ เรียกว่า Negative List หรือ Blacklist ที่จะไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ได้ ซึ่งเป็น ๑ ในกลไกที่เรา ยืนยันว่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและเราจะยืนยันได้ว่า กลไกที่เกิดขึ้นในการป้องกันกำกับ จะสามารถครอบคลุมให้กับพี่น้องประชาชนที่จะเข้าไปสู่พื้นที่ที่เป็นส่วนที่เป็นอบายมุขได้ นอกจากนั้นยังมีในเรื่องของการเก็บรายได้ประเภทต่าง ๆ หากท่านไปดูในรายละเอียด ในรายงาน นอกจากรายได้ที่จะเข้าสู่รัฐ ยังมีรายได้ที่จะเข้าสู่ชุมชน และที่สำคัญที่สุดจะมี รายได้ส่วนหนึ่งซึ่งจะกันเข้าสู่สิ่งที่เราเรียกว่า กองทุนนะครับ กองทุนอันนี้จะถูกตั้งขึ้นมา เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะยืนยันได้ว่ากลไกในการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่เกิดปัญหา กลไกในการที่จะเข้าไปสนับสนุนกับชุมชนที่เป็นพื้นที่ตั้งของสถานที่ที่เป็นสถานบันเทิง ครบวงจรเอง จะมีกองทุนเพียงพอที่จะเข้าไปเยียวยาไปช่วยเหลือ ไปสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านการสาธารณสุข การป้องกันในเรื่องของการพนัน เกินกว่าขอบเขต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นกลไกที่เรามองว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ในระยะยาว ส่วนของโครงสร้างในกำกับนั้น เราได้แบ่งโครงสร้างออกเป็น ๒ ระดับคือ คณะกรรมการนโยบาย ซึ่งเรามอบหมายให้กับนายกรัฐมนตรี เราเชื่อว่าภารกิจที่ใหญ่ขณะนี้ มันมีความจำเป็นจะต้องให้ฝ่ายบริหารสูงสุดเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบ ร่วมให้ความเห็นนะครับ ในขณะที่กลไกใน ชั้นที่ ๒ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ ชั้นที่ ๒ จะเป็นคณะกรรมการในส่วนของ การบริหาร คอยบริหารงานกลั่นกรองเรื่อง ให้คำชี้แนะ ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการ นโยบาย คอยกำกับดูแลสำนักงาน ซึ่งจะเป็น Body หลักในการขับเคลื่อนนโยบาย แล้วก็ กำกับดูแลกิจการ มีลักษณะคล้าย ๆ กับคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการ BOI นั่นเองนะครับ

ผลการศึกษาที่เราได้นำมาเสนอในวันนี้ อย่างที่ได้นำเรียนครับว่า เป็นเพียง การศึกษาในชั้นกรรมาธิการ ตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้นะครับ เล่มศึกษานี้ หากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมแห่งนี้แล้ว ฝ่ายเลขานุการก็จะนำส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาซึ่งหากมีแนวนโยบายอย่างไร ทาง ครม. จะมีข้อสั่งการและรับฟังความเห็นจาก ทุกภาคส่วนเพิ่มเติมต่อไป โดยพวกเราอาจจะได้ทำหน้าที่อีกครั้งครับ อย่างที่ผมได้เรียน หากมีร่างกฎหมายชุดในเรื่องนี้กลับเข้ามายังสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะมี ความเข้มข้นขึ้นอีกมาก และจะครอบคลุมในประเด็นที่มีการพูดถึงกันในวันนี้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นในเรื่องของสถานที่ ประเด็นในเรื่องของวัตถุประสงค์ ประเด็นในเรื่อง ของจำนวนใบอนุญาตการลงทุนขั้นต่ำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คงได้มีโอกาสมาลงรายละเอียด กันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมต้องเรียนต่อท่านประธานว่า ในขณะนี้เราก็ต้องยอมรับครับว่า ปัญหาที่เรานำมาศึกษาในวันนี้เกิดจากการที่มีญัตติเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษา ปัญหาเกิดจากพวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในที่แห่งนี้ เราได้รับฟังปัญหาจากประชาชน เราได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกคนยอมรับ ความจริงครับว่า วันนี้การพนันที่ผิดกฎหมายมีอยู่ในประเทศไทย และมันมีมานานแล้ว กลไกหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขปัญหาอันนี้ได้ คือการทำให้มันถูกกฎหมายเสีย และมีการกำกับ ควบคุมดูแลที่ดีนะครับ ซึ่งเชื่อว่าแน่นอนว่า จะสามารถลดทอนปัญหาเรื่องของการพนัน ผิดกฎหมายลงไปได้ และที่สำคัญยังจะเป็นโอกาสในการเก็บรายได้เข้ารัฐ ในการสร้าง การเจริญเติบโต สร้างอาชีพ สร้างงานให้กับพี่น้องประชาชน โดยที่เราต้องคำนึงอยู่ตลอด เวลาในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในเรื่องของ การพนัน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นรายงานศึกษาที่ขอนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธาน กรรมาธิการต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านในการทำงานนะครับ วันนี้ต้อง กราบขอบพระคุณทางสมาชิกทุกท่านที่เข้าร่วมรับฟัง แล้วก็ขอใช้โอกาสนี้ในการรับฟัง ความคิดเห็นของท่านสมาชิกทุกท่านเพื่อที่จะนำไปปรับปรุงแล้วก็นำเป็นข้อเสนอนำส่ง ต่อส่วนงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอบพระคุณครับ